คดีวุ่น! น.ศ.ถูกจับข่มขืนเด็ก 9 ขวบเชื่อปั้นเรื่องแก้แค้น – แม่เหยื่อเอาผิดเพราะผัวใหม่ยั่วยุ (คลิป)

วันที่ 10 พ.ค. 62 นางพัชมณฑ์ นาคคำ หรือ ดาว อายุ 36 ปี แม่ของนายตูน (นามสมมติ) ร้องเรียนว่า ลูกชายตกเป็นผู้ต้องหา หลังโดนเพื่อนบ้านแจ้งจับข้อหาข่มขืนเด็กหญิงวัย 9 ปี โดยเหตุเกิดเมื่องช่วงเดือน ก.ค. 60 และศาลสั่งจำคุก 10 ปี ตอนนี้ได้รับการประกันตัวออกมาสู้คดี โดยนางพัชมณฑ์เล่าว่า หลังจากตัวเองรู้ข่าวว่าลูกชายโดนกล่าวหา จึงได้พาลูกชายไปสอบถามตำรวจที่โรงพัก จนกระทั่งทราบความจริงว่ามีผู้ปกครองของเด็กพามาแจ้งความจริง ตนเองจึงขอให้ตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอ และร่องรอยการถูกกระทำ แต่ตำรวจบอกว่ารอผลตรวจเบื้องต้นทางร่างกายของเด็กก่อน ถึงจะมีการเรียกตรวจฝ่ายชาย จนกระทั่งเวลาผ่านไปหลายสัปดาห์ ผลตรวจออกมาว่าเด็กโดนกระทำที่อวัยวะเพศจริง จึงได้บอกให้ตัวเองเตรียมเงินประมาณ 350,000 บาท ขณะนั้นตนเองก็ยังตกใจ เพราะยังไม่มีการพิสูจน์หรือตรวจสอบ ทำไมถึงได้มีการเรียกเตรียมเงินประกันตัวแล้ว แต่สุดท้ายก็ต้องถูกให้เซ็นยินยอมรับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งลูกชายยืนยันกับตนว่าไม่ได้ทำ แต่ในกระบวนการไม่สามารถหาหลักฐานที่เป็นภาพจากกล้องวงจรปิดมายืนยันได้ เนื่องจากในช่วงเวลาเกิดเหตุประมาณวันที่ 22 ก.ค. 60 และมีการเข้าแจ้งความ พร้อมตรวจร่างกายในวันที่ 28 ส.ค. 60 ระยะเวลาที่ผ่านไปกว่า 1 เดือน จึงไม่ได้มีการจัดเก็บบันทึกหลักฐานเหล่านั้นเอาไว้ ตนเองตั้งข้อสังเกตว่าทำไมเวลาผ่านไปหนึ่งเดือนถึงทราบว่าถูกข่มขืน

นางพัชมณฑ์ นาคคำ แม่ผู้ต้องหา

นางพัชมณฑ์บอกว่า ตัวเองเชื่อในความบริสุทธิ์ของลูกชายว่าไม่ได้กระทำ เพราะในวันนั้นกล่าวลูกชายอยู่ที่หอพักของวิทยาลัย ในตัวเมืองอ่างทอง ประกอบกับที่เด็กหญิงอ้างว่าโดนกระทำบนบ้านของตน จึงเชื่อว่าเป็นไปได้ยาก เพราะตนเองอาศัยอยู่ที่บ้านดูแลพ่อที่ป่วยตลอดเวลา หรือช่วงเวลาที่ตัวเองไม่อยู่ ก็จะมีเด็กในวงดนตรีมาซ้อมเต้น ดังนั้นจึงเชื่อว่าเป็นการจัดฉากขึ้นมาเพราะปมผู้ใหญ่ทะเลาะกันเอง โดยตนเองและแม่ของเด็กหญิงเคยทำงานร่วมกันในวงแดนเซอร์ จนกระทั่งวันหนึ่งแม่ของเด็กหญิงได้ออกจากวงและไปอยู่อีกวงหนึ่ง และได้นำท่าเต้นประจำของวงไปถ่ายทอด ทำให้ตัวเองไม่พอใจ จึงได้มีปากเสียงกันอย่างรุนแรง

เรื่องคดีขณะนี้อยู่ในขั้นตอนรอฟังคำพิพากษาในศาลชั้นอุทธรณ์ ตนยังเชื่อมั่นว่าจะมีความยุติธรรมให้กับครอบครัว คนไม่ทำต้องได้รับความยุติธรรม ซึ่งตลอดที่ผ่านมาฝ่ายครอบครัวตนเองยังถูกข่มขู่ ทั้งการเรียกเงินค่าเสียหายมูลค่ากว่า 500,000 บาท เมื่อลูกชายโดนกล่าวหาเช่นนี้ ทำให้ไม่มีใครเชื่อถืออยากจะจ้างงานวงดนตรี จึงกระทบต่อรายได้และลูกน้องในวงด้วย

 

นายตูน (นามสมมติ) ผู้ต้องหา

ด้านนายตูน (นามสมมติ) ผู้ต้องหา ยอมรับว่าตกใจว่าตกเป็นผู้ต้องหาคดีดังกล่าวได้อย่างไร เพราะแม้ว่าจะรู้จักเด็กหญิงวัย 9 ขวบ แต่ก็ไม่ค่อยได้เจอ หรือมีโอกาสได้อยู่ด้วยกันตามลำพัง เพราะส่วนใหญ่ตัวเองจะพักอาศัยอยู่ที่หอพักของวิทยาลัย ซึ่งจากการสอบถามแม่จนทราบมาว่า แม่ตนเคยไปทะเลาะกับแม่ของเด็กหญิง 9 ขวบ จึงเชื่อว่าอาจจะกลายเป็นปมความขัดแย้ง ซึ่งยืนยันว่าในวันเกิดเหตุตนเองพักอาศัยอยู่ที่หอพัก เพราะเป็นช่วงวันเปิดภาคเรียน จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะมาก่อเหตุอยู่ภายในหมู่บ้าน อีกทั้งสถานที่ที่ถูกอ้างว่าเป็นที่เกิดเหตุก็เป็นบ้านของแม่ ซึ่งตนเองไม่มีห้องนอนอยู่ในบ้านหลังนั้น ส่วนใหญ่ก็จะอยู่บ้านยาย

ยอมรับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกระทบต่อการเรียน ทำให้บางครั้งขาดสมาธิเรียนไม่รู้เรื่อง และแม้ว่าตนเองจะไม่มีเพื่อนล้อเลียน เพราะส่วนใหญ่เชื่อในความบริสุทธิ์ของตน ซึ่งตนเองก็พร้อมที่จะพิสูจน์ความจริง และเชื่อว่ากระบวนการยุติธรรมยังคงมีอยู่ในประเทศ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเชื่อว่าเกิดจากผู้ใหญ่ทะเลาะกันเอง จึงไม่ควรดึงเด็กเข้ามาเกี่ยว

นางปัด (นามสมมติ) แม่ของเด็ก 9 ขวบ

ขณะที่นางปัด (นามสมมติ) อายุ 28 ปี แม่ของเด็ก 9 ขวบ บอกว่า หลังจากเหตุการณ์ผ่านไปลูกสาวเริ่มมีสภาพจิตใจที่ดีขึ้น เนื่องจากย้ายออกมาอยู่ที่อื่น หากมีคนพูดถึงเหตุการณ์ในอดีต ตกใจบ้างเล็กน้อย ตนเองกลัวว่าเรื่องนี้จะเป็นตราบาปสำหรับเด็ก ไม่คิดว่าคนข้างบ้านที่รู้จักกันดีตั้งแต่เด็กจะมาทำแบบนี้กับลูกสาว โดยหลังจากที่ลูกสาวโดนกระทำช่วง ก.ค. 60 ก็เริ่มมีอาการเจ็บท้อง มีอาการซึมลง จึงได้สอบถามกระทั่งยอมรับทั้งน้ำตาว่าโดนกระทำโดยพี่ชายข้างบ้าน จากนั้นญาติจึงได้รีบพาไปตรวจที่โรงพยาบาล ซึ่งผลตรวจร่างกายยืนยันว่าถูกกระทำชำเราจริง เดิมทีตัวเองคิดว่าเหตุการณ์ผ่านไประยะหนึ่งแล้วก็จะให้จบเพียงแค่นั้น แต่เมื่อปู่ของเด็กทราบเรื่องก็ไม่ยอม เพราะปู่ของเด็กเป็นสามีใหม่ของย่า กลัวว่าสังคมมองว่าปู่เป็นคนกระทำเด็ก จึงได้พาหลานสาวไปแจ้งความกับตำรวจ

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม เพราะลูกสาวได้รับความเสียหาย มีการยืนยันและให้ปากคำกับตำรวจชัดเจน ได้เป็นการจัดฉาก หรือเกี่ยวข้องกับปมความขัดแย้งส่วนตัว แม้ตนเองกับแม่ของฝ่ายชายจะเคยทะเลาะกันเพราะเรื่องวงดนตรีแดนเซอร์ แต่ก็ผ่านมาแล้วหลายปี ไม่จำเป็นต้องเอาเรื่องนี้มาเป็นชนวนเหตุ

และหลังจากที่เหตุการณ์เกิดขึ้นจนกระทั่งมีเรื่องฟ้องร้องกันในชั้นศาล ฝ่ายผู้ชายก็ไม่เคยมาพูดคุยอะไรกับบ้านของตน เรื่องการเยียวยาค่าเสียหายนั้นได้มีการเสนอฟ้องร้องต่อศาลไปแล้ว แต่ฝ่ายชายอ้างว่าไม่มีจ่าย ตนเองก็ไม่ได้ขัดข้องอะไร ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนกฎหมาย ส่วนเรื่องที่ฝ่ายชายอ้างว่าโดนฝ่ายตนข่มขู่นั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง

keyboard_arrow_up