“ปกรณ์” ขอบคุณคนไทยบริจาคเงินแสนช่วย ส่วน “ยายอ้อ” ถูกแฉอีก ใส่ร้ายคนอื่นฮุบเงินเด็ก (คลิป)

วันที่ 2 พ.ค. 62 ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ได้รับการแจ้งจากครอบครัวนายปกรณ์ แววโคกสูง อายุ 15 ปี ผู้เสียหายที่ถูกนางอ้อ อสม.ประจำหมู่บ้านลวงให้ถอนเงินกว่า 500,000 บาท ออกจากการสมุดบัญชีเงินฝากที่ประชาชนบริจาคช่วยเหลือนายปกรณ์ และภายหลังจากนายปกรณ์และครอบครัวเดินทางมาร่วมรายการ “ต่างคนต่างคิด” ซึ่งออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์อมรินทร์ ทีวี เมื่อวันที่ 29 เม.ย. ที่ผ่านมา ทำให้มีคนไทยทั่วประเทศร่วมใจกันโอนเงินบริจาคเข้าบัญชีธนาคารนายปกรณ์อีกครั้ง โดยข้อมูลยอดบริจาคเงินล่าสุด ถึงวันที่ 2 พ.ค. 62 เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 392,844 บาท ซึ่งครอบครัวนายปกรณ์ ได้กล่าวขอบคุณคนไทยและแฟนรายการทุกคน ที่ช่วยเหลือครอบครัว และทำให้นายปกรณ์มีเงินทุนในการการศึกษาอีกครั้ง

นายปกรณ์ แววโคกสูง ผู้เสียหาย (แฟ้มภาพ)

ด้านครูปอน (สงวนชื่อสกุลจริง) อายุ 29 ปี ครูประจำชั้นนายปกรณ์ เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่มีการเปิดบัญชีธนาคารของนายปกรณ์แล้วนั้น ครูประจำชั้นเป็นผู้ดูแลบัญชี จนกระทั่งมีการถอนเงินครั้งแรก เมื่อวันที่ 19 ก.พ. 61 ตนเป็นผู้พานายปกรณ์ไปถอนเงินด้วยตนเอง และมีการลงบันทึกในแบบบันทึกการถอนเงิน พร้อมลงลายเซ็นรับเงินจำนวน 5,000 บาท จากนั้นเมื่อช่วงปลายเดือน ก.พ. 61 นายปกรณ์และนางอ้อเข้ามาพบตนที่โรงเรียน มาขอสมุดบัญชี โดยนางอ้ออ้างว่าจะอาสาพาเด็กไปถอนเงินประจำเดือนที่ธนาคาร ด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจ เนื่องจากเห็นว่านางอ้อเป็นคนสนิทกับครอบครัวนายปกรณ์และใกล้ชิดกัน จึงนำสมุดบัญชีมาให้ จากนั้นทั้งคู่มีการไปถอนเงินประจำเดือน มี.ค เมื่อวันที่ 16 มี.ค. จำนวน 3,000 บาท ซึ่งตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ตนก็ไม่ได้รับสมุดบัญชีคืนกลับมาอีกเลย

ครูปอน (สงวนชื่อสกุลจริง) ครูประจำชั้นนายปกรณ์

หลังจากนั้น ตนพยายามถามนายปกรณ์ว่าสมุดบัญชีอยู่ที่ไหน มีจำนวนเงินเหลือเท่าไรแล้ว แต่นายปกรณ์ไม่ได้ให้ข้อมูลในส่วนนี้ ตนคิดว่านายปกรณ์นำสมุดบัญชีให้ครอบครัวเก็บรักษาแล้ว จึงไม่ได้เค้นถามหา ยืนยันว่าที่ถูกนางอ้อกล่าวหาว่าไม่รับผิดชอบบัญชีเด็ก หรือไม่สนใจดูแลเด็ก ทั้งหมดนั้นไม่เป็นความจริง จนกระทั่งล่าสุด เมื่อวันที่ 23 เม.ย. ที่ผ่านมา ครอบครัวหาสมุดบัญชีไม่เจอ จึงปรึกษากันว่าจะเดินทางไปธนาคารเพื่อไปทำสมุดบัญชีเล่มใหม่ และพบว่ามีเงินเหลือเพียง 2,000 กว่าบาท ครอบครัวและตนรู้สึกตกใจมาก จึงมีการตรวจสอบและพบว่า นางอ้อพานายปกรณ์มาถอนเงินจำนวนหลายครั้ง ตนรู้สึกเสียใจและอยากให้นางอ้อออกมารับผิดชอบ เพราะเป็นเงินทุนการศึกษาของเด็ก อีกทั้งตนเสียใจที่พยายามทำหน้าที่ครูประจำชั้น ดูแลอย่างดี และเพื่อรักษาผลประโยชน์ของเด็ก แต่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น

นายสมพงษ์ หอมสนิท นายอำเภอจักรราช จ.นครราชสีมา

ขณะที่นายสมพงษ์ หอมสนิท นายอำเภอจักรราช จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 22 เม.ย. ที่ผ่านมา ผู้ปกครองของนายปกรณ์เดินทางมาพบตน ณ ที่ว่าการอำเภอจักรราช เพื่อทวงถามสมุดบัญชี โดยผู้ปกครองให้ข้อมูลว่า สมุดบัญชีมีครูประจำชั้นดูแล แต่นางอ้ออ้างว่านำสมุดบัญชีมาฝากไว้ที่นายอำเภอ ตนจึงยืนยันว่าไม่เคยนำสมุดบัญชีมาเก็บไว้ และไม่เคยให้ใครโทรศัพท์ไปสอบถามสมุดบัญชีด้วยตามที่นางอ้อกล่าวอ้าง

ในขณะเดียวกัน นายอำเภอได้กำชับพนักงานสอบสวน สภ.จักรราช ให้เร่งรัดคดีให้เร็วที่สุด เนื่องจากจำนวนเงินที่หายไป 5 แสนบาท เป็นยอดเงินสูง ต้องมีการตรวจสอบและดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมาย อีกทั้งได้ให้พนักงานสอบสวนสอบพยานและรวบรวมหลักฐานในประเด็นที่มีการกล่าวอ้างนายอำเภอ ซึ่งถ้าหากสอบสวนพบหลักฐานและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง อันทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงนั้น จะมีการแจ้งความดำเนินคดีนางอ้อต่อไปด้วย

keyboard_arrow_up