“ยายอ้อ” เปิดใจโกงเงินเด็ก 5 แสนช่วยลูกสมองตีบ แถมส่งดอกวันละ 4 พัน (คลิป)

จากกรณีที่นางต้อย แววโคกสูง อายุ 52 ปี ชาวบ้าน ต.ทองหลวง อ.จักราช จ.นครราชสีมา ได้นำเอกสารเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.จักราช หลังพบว่าบัญชีเงินฝากของนายปกรณ์ แววโคกสูง อายุ 15 ปี หลานชายได้ถูกถอนออกไปเป็นจำนวนเงิน 5 แสนบาท จนเงินเหลือแค่ 2,000 บาท ซึ่งได้นำเอกสารเข้าสอบถามกับธนาคาร ทำให้ทราบว่าเงินในบัญชีมีลายมือชื่อของนายปกรณ์ เจ้าของบัญชีถอนออกไปจริง และเมื่อสอบถามไปที่นายปกรณ์ ทราบว่านางอ้อ เยี่ยงอย่าง ที่เป็นเพื่อนบ้านและเป็น อสม.ประจำหมู่บ้าน ได้หลอกล่อให้นายปกรณ์นำสมุดบัญชีมาให้ และถอนเงินออกไป โดยเจ้าตัวอ้างว่าจะนำไปใช้หนี้เงินกู้นอกระบบ

รายการถอนเงินจากบัญชีของนายปกรณ์

ล่าสุด 30 เม.ย. 62 ที่ ต.ตะขบ อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา นางอ้อ เยี่ยงอย่าง อสม. ประจำหมู่บ้าน ยอมรับสารภาพความผิดที่กระทำทั้งหมด โดยนางอ้อเล่าว่า ตนพานายปกรณ์ไปเซ็นถอนเงินที่ธนาคารมาแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง แต่ละครั้งตนไปกับนายปกรณ์เพียงลำพัง โดยมีเพียงลูกชายคนเล็กวัย 10 ขวบของตนติดไปด้วยเท่านั้น ยืนยันว่าไม่มีคนในครอบครัวหรือใครรู้เห็น ตนเป็นคนถอนและใช้จ่ายเงินเองทั้งหมด

นางอ้อ เยี่ยงอย่าง อสม. ประจำหมู่บ้านที่หลอกถอนเงิน

ทุกครั้งที่ถอนเงินตนจะชักชวนนายปกรณ์ไปด้วยทุกครั้ง โดยบอกว่า “พาไปถอนเงินหน่อย ช่วยพี่หน่อย พี่เดือดร้อน พี่ขอยืมเงินก่อน แล้วจะนำมาใช้คืน” นายปกรณ์ก็จะพยักหน้า และพาไปถอนเงินให้ยืมเงินด้วยความเต็มใจ และรับรู้มาโดยตลอด ซึ่งตนยืนยันว่าไม่มีการหลอกลวง หรือบีบบังคับให้ไปถอนเงินแต่อย่างใด ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่า ตนไปหลอกครูประจำชั้นนั้น ขอยืนยันว่าไม่จริง เนื่องจากเมื่อตอนไปถอนเงิน ครูประจำชั้นไม่ว่างและไม่มีส่วนรู้เห็น ส่วนกรณีที่มีการแอบอ้างว่านำสมุดบัญชีธนาคารไปฝากกับนายสมพงษ์ หอมสนิท นายอำเภอจักราช ตนยอมรับว่าโกหก เนื่องจากกลัวความผิด และกลัวครอบครัวจับได้ว่าแอบไปถอนเงินจากบัญชีธนาคาร และเพื่อไม่ให้ครอบครัวทราบความจริง จึงอยากกราบขอโทษนายอำเภอกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

สำหรับเงินดังกล่าว ตนนำมาใช้จ่ายดอกเบี้ยรายวัน ร้อยละ 20 ซึ่งตนต้องจ่ายเงินดอกเบี้ยเฉลี่ยวันละ 4,500 บาททุกวัน หากไม่ชำระก็กลัวถูกทำร้ายจากนายทุน ส่วนเงินที่ยืมนอกระบบมานั้น ยืมมาจากนายทุนที่ขับจักรยานยนต์ผ่านมาในหมู่บ้านแล้วแนะนำแหล่งเงิน บางส่วนยืมชาวบ้านในชุมชน และช่วงดังกล่าวมีการลงทุนขายก๋วยเตี๋ยว จ่ายค่าเช่าที่เดือนละ 2,500 บาท เงินหมุนเวียนซื้อของขายวันละ 3,000 บาท และใช้จ่ายชีวิตประจำวันส่วนตัว ค่ารักษาพยาบาลลูกคนเล็กวัย 10 ขวบป่วยโรคหัวใจ ค่ารักษาพยาบาลของตนซึ่งเป็นเส้นเลือดตีบ และค่าเรียนของลูกอีก 3 คน ยืนยันว่าไม่มีการนำเงินไปเล่นการพนัน ในระหว่างที่พานายปกรณ์ไปถอนเงินนั้น ยอมรับว่ารู้สึกผิด แต่ไม่สามารถหยุดได้ เพราะความที่เห็นเงินที่สามารถถอนนำมาใช้ง่าย และความเห็นแก่ตัว

นายปกรณ์ แววโคกสูง ผู้เสียหาย (แฟ้มภาพ)

ทั้งนี้ นางอ้อยืนยันว่าช่วงที่ผ่านมาไม่ได้หลบหนีหรือปิดบ้านหนีความผิดแต่อย่างใด แต่ระหว่างนั้นตนตระเวนเดินทางไปหาญาติเพื่อขอหยิบยืมเงินนำมาคืนนายปกรณ์ ขณะนี้รวบรวมได้แล้ว 70,000 บาท และเตรียมเดินทางไป จ.ลพบุรี ระยอง และกรุงเทพฯ เพื่อไปหาญาติและรวมเงินให้ได้ครบ 2 แสนบาทภายในสิ้นเดือน พ.ค. นี้อย่างแน่นอน ส่วนจำนวนเงินที่เหลืออีก 3 แสนบาท ตนจะขอผ่อนผันและทยอยจ่ายให้ครบเร็วที่สุด

สุดท้ายนี้ นางอ้อขอโอกาสจากสังคม วอนเข้าใจตนและหยุดใช้โซเชียลโจมตีคนในครอบครัว ญาติพี่น้องของตน ซึ่งไม่มีส่วนรู้เห็นเกี่ยวข้องใด ๆ ขณะนี้ตนสำนึกผิด ขอโทษสังคม ขอโทษครอบครัวนายปกรณ์ และขอพื้นที่ยืนในสังคมต่อไป ส่วนกรณีที่คิดสั้นฆ่าตัวตายนั้น เกิดจากความเครียดชั่ววูบ แต่ตอนนี้ตนไม่คิดแล้ว อยากชำระหนี้ให้แล้วเสร็จและสงสารลูกชายของตนอีก 3 คนด้วย

นายสมพงษ์ หอมสนิท นายอำเภอจักรราช

นายสมพงษ์ หอมสนิท นายอำเภอจักรราช จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า วันนี้มีการประชุมในหมู่บ้านร่วมกับชาวบ้านและผู้นำชุมชน ตลอดจนเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเข้ามาร่วมประชุมถึงเรื่องที่เกิดขึ้น เนื่องจากระเบียบของ อสม. ที่ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงนั้น ต้องพิจารณาเพื่อปลดให้พ้นจากตำแหน่ง อสม.

keyboard_arrow_up