ชื่นชมรอง ผอ.รมน.ช่วยหนุ่มเดินเท้ากลับนครพนม พบเป็นอดีตทหารชีวิตรันทด (คลิป)

จากรณี พ.อ.ปริชญ์ สุคันธศรี รองผอ.รมน.จังหวัดหนองบัวลำภู ได้โพสต์เฟซบุ๊ก เล่าถึงเหตุการณ์ที่ได้ช่วยหนุ่มเดินข้างถนนกลับบ้านจังหวัดนครพนม ว่า ได้ขับรถยนต์ปิคอัพจาก จ.นครราชสีมา เตรียมจะเดินทางไปที่ทำงานใน จ.หนองบัวลำภู พบชายคนหนึ่งเดินอยู่ที่บริเวณ ต.จอหอ อ.เมือง จ.นครราชสีมา จึงได้หยุดรถให้ชายคนนั้นขึ้นมานั่งที่กระบะท้าย สอบถามจนทราบว่าชายดังกล่าวชื่อนายศักดิ์นรินทร์ จูมจันทา หรือ โด่ง อายุ 26 ปี บ้านเลขที่ 196 หมู่ 11 บ้านแพงใต้ ต.บ้านแพง อ.บ้านแพง จ.นครพนม อดีตเป็นทหารเกณฑ์ที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ต่อมาทำงานเป็นคนงานติดตั้งเสาโทรศัพท์มือถือที่ อ.ชุมพวง จ.นครราชสีมา กับนายจ้างที่เป็นคนจังหวัดเดียวกัน แต่ทำงานได้เพียง 2 วัน งานก็ไม่มีจึงขอกลับบ้านแต่นายจ้างไม่มีเงินจ่ายค่าจ้างให้ โดยมีเพียงเงินติดกระเป๋ามา 200 บาทก่อนจะมาส่งที่ท่ารถ อ.ชุมพวง นั่งมาลง บขส.นครราชสีมา เหลือเงินเพียง 110 บาท ไม่พอค่าโดยสารกลับจึงตัดสินใจเดินเท้า

นอกจากนี้ พ.อ.ปริชญ์ ได้ทดสอบความซื่อสัตย์ของนายโด่งด้วยการให้เงินแบงค์พันไปซื้อของกิน นายโด่งซื้อเพียงกาแฟมา 1 กระป๋องพร้อมยื่นเงินทอนให้ทั้งหมด จากนั้น พ.อ.ปริชญ์ ได้ขับรถมาส่งที่ บขส.ขอนแก่น มอบเงินให้ 1,000 บาท เพื่อเป็นค่ารถกลับ จ.นครพนม และนำเรื่องราวมาลงในสื่อโซเซียลจนมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นและแชร์ต่อเป็นจำนวนมาก

ล่าสุดผู้สื่อข่าวรายงานได้พูดคุยกับนายโด่ง ทราบว่านายโด่งได้รับความอนุเคราะห์จากผู้ใจบุญ ให้ปลูกกระต๊อบพักอาศัยอยู่ในที่นาใกล้กับท่อส่งน้ำชลประทาน กระต๊อบเป็นสังกะสีเก่าแปะล้อม ภายในมีเพียงที่นอนเก่า ๆ และกระทะไฟฟ้าในการปรุงอาหาร ไม่มีห้องน้ำ มีนายอาคม ดงภูยาว อายุ 27 ปี บ้านเลขที่ 125 หมู่ 11 บ้านแพงใต้ เป็นเพื่อนในยามทุกข์ยากคอยช่วยเหลือตามอัตภาพ

 

นายโด่งเปิดเผย ว่าพื้นเพเป็นคน อ.บ้านแพงโดยกำเนิด มีพี่น้องด้วยกัน 3 คน เสียชีวิตไป 1 คน ซึ่งต่างแยกย้ายไปทางใครทางมัน โดยพ่อของตนเสียชีวิตขณะตนอายุ 10 ขวบ ญาติฝ่ายพ่อก็มาขอที่ดินคืน แม่จึงหอบลูกออกมาเช่าบ้านอยู่ในเขตเทศบาลตำบลบ้านแพง ต่อมาแม่ถูกรถชนเสียชีวิตขณะนั้นตนอายุได้ 16 ปี หลังจบงานศพแม่ตนก็มาอาศัยอยู่กับนายอาคม ด้วยการรับจ้างทำงานทั่วไป กระทั่งถึงวัยเกณฑ์ทหารจับได้ใบแดง ทบ.1/2556 ประจำการที่ค่ายพระยอดเมืองขวาง ต.กุรุคุ อ.เมือง จ.นครพนม ก่อนถูกส่งไปอยู่กองร้อยสนับสนุนช่วยรบ (สชก.) อ.โคกโพธิ์ จ.ยะลาเป็นเวลา 1 ปี 9 เดือน

นายโด่งและนายอาคม

เมื่อปลดประจำการก็กลับบ้านมาพบรักกับแม่หม้ายลูกติดคนหนึ่ง ชาวอำเภอนาทม จ.นครพนม ตนจึงได้อาศัยอยู่บ้านพ่อตาแม่ยายและได้ไปทำงานก่อสร้างที่ กทม.3 เดือน ได้เงินค่าจ้างตั้งใจจะมาเซอร์ไพรส์เมีย จึงเดินทางมาโดยไม่บอกให้เมียรู้ แต่กลับพบเมียพาชายชู้มานอนอยู่ในห้องจึงเลิกรากัน ต่อมามีนายจ้างรับเหมาช่วงมาชวนไปทำงานติดตั้งเสาโทรศัพท์มือถือที่ อ.ชุมพวง ค่าแรงวันละ 350 บาท แต่ทำได้เพียง 2 วันก็ไม่มีงานให้ทำต่อ ตนจึงขอเงินค่าจ้างกลับบ้านนายจ้างไม่มีเงินจ่ายเพราะยังไม่ได้เบิก จึงให้เงินค่ารถมาแค่ 200 บาทแต่ไม่พอค่าตั๋วรถโดยสาร ตนจึงตัดสินใจเดินเท้ากลับนครพนมดังกล่าว

ทั้งนี้ ทางเทศบาลตำบลบ้านแพง จะส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบความเป็นอยู่ของนายโด่ง โดยนายโด่งเป็นคนนิสัยดี ไม่มีประวัติยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ด้านนายอาคม เพื่อนคู่ทุกข์คู่ยากเผยว่า เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก ก่อนหน้าที่แม่นายโด่งจะถูกรถชนตายได้สั่งเสียไว้ว่าเป็นเพื่อนกันอย่าทิ้งกัน ตนจึงเป็นเหมือนเพื่อนตายและจะดูแลช่วยเหลือเพื่อนเท่าที่พอทำได้

ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 

keyboard_arrow_up