เปิดกรุสมบัติล้ำค่าในมหาวิหาร “นอเทรอดาม”

ภายในมหาวิหารนอเทรอดามถือเป็นสถานที่ ซึ่งเก็บรักษาสมบัติอันล้ำค่า ที่มีความสำคัญทางศาสนาและประวัติศาสตร์ไว้มากมาย เราจะไปดูกันว่าสมบัติ ที่รอดพ้นจากเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่นี้มีอะไรบ้าง

สมบัติสำคัญชิ้นแรกภายในมหาวิหารนอเทรอดาม ที่รอดพ้นจากการถูกเพลิงเผาทำลายคือมงกุฎหนาม ที่เชื่อว่าพระเยซูทรงสวมใส่ก่อนถูกตรึงแขน หลังจากที่พระเยซูสิ้นพระชนม์ มงกุฎหนามดังกล่าวก็ยังคงอยู่ในกรุงเยรูซาเล็มของอิสราเอล

โดยเชื่อกันว่าหนามจากมงกุฎนี้มีอิทธิฤทธิ์ช่วยคุ้มกันอันตราย ไม่ให้เสียเลือดในยามออกศึก ซึ่งในเวลาต่อมงกุฎหนามดังกล่าวได้ถูกแย่งชิงและเก็บไว้ในหลายประเทศ จนกระทั่งมาตกอยู่ในมือของพระเจ้าหลุยส์ที่ 19 ของฝรั่งเศส


หลังการปฏิวัติฝรั่งเศสก็ได้มีการเก็บมงกุฎนี้ไว้ในมหาวิหารนอเทรอดามดามจนถึงปัจจุบัน โดยในเหตุเพลิงไหม้มหาวิหารได้มีบาทหลวงฌ็อง-มาร์ก ฟูร์นิเย่ร์เสี่ยงชีวิตเข้าไปเข้าไปในมหาวิหารที่ถูกเพลิงไหม้เพื่อนำสมบัติล้ำค่าชิ้นนี้ออกมาอย่างปลอดภัย


สิ่งของสำคัญอีกชิ้นที่เก็บรักษาในมหาวิหารน็อตเทรอดามคือเสื้อคุลม ที่สวมใส่โดยพระเจ้าหลุยส์ที่ 9 ในสมัยศตวรรษที่ 13 ซึ่งเชื่อกันว่าพระเจ้าหลุยส์ที่ 9 ทรงใส่เสื้อคลุมตัวนี้ขณะที่ทรงอันเชิญมงกุฎหนามของพระเยซูมายังฝรั่งเศส โดยพระเจ้าหลุยส์ที่ 9 ยังทรงเป็นกษัตริย์พระองค์เดียวของฝรั่งเศส ที่ได้รับการประกาศให้เป็นนักบุญด้วย ซึ่งขณะนี้เสื้อคลุมดังกล่าวก็รอดพ้นจากการถูกเพลิงไหม้ในครั้งนี้เช่นกัน


ส่วนสมบัติอีกชิ้นที่อยู่คู่กับมหาวิหารนอเทรอดาม และรอดพ้นจากเหตุเพลิงไหม้คือระฆัง ที่มีทั้งหมด 10 ใบ ซึ่งระฆังแต่ละใบจะตั้งชื่อตามนักบุญ โดยระฆังที่มีขนาดใหญ่ที่สุดมีชื่อว่าเอ็มมานูเอล มีน้ำหนักกว่า 23 ตัน และติดตั้งบริเวณหอคอยทางทิศใต้ของมหาวิหารในปี 1685 ทั้งนี้ วิตอร์ อูโก นักเขียนชื่อดังชาวฝรั่งเศสก็ยังใช้ระฆังของมหาวิหานอเทรอดามเป็นฉากหลังของนวนิยายสุดคลาสสิคเรื่อง The Hunchback of Notre-Dame หรือ คนค่อมแห่งนอเทรอดามเมื่อปี 1831 ด้วย

keyboard_arrow_up