พ่อเหยื่อสิบโท เมาชนดับในงานบวช เศร้าลูกโทนเรียนจะจบต้องมาตาย – คนเจ็บฉะ ควรรับโทษในคุก (คลิป)

จากกรณีกลุ่มวัยรุ่นตีกันกลางงานเลี้ยงบวชพระ ภายในอาคารอเนกประสงค์ เทศบาลเมืองท่าโขลง ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ทำให้มีผู้บาดเจ็บสาหัส 3 ราย และเสียชีวิตในเวลาต่อมา 1 ราย คือนายชัยภัทร สิริปิ หรือ ภูมิ อายุ 18 ปี โดยพยานให้การว่า สิบโททัศนัย สีคราม ผู้ก่อเหตุ ได้มีปากเสียงกับวัยรุ่นที่มาร่วมงานบวชซึ่งเป็นเพื่อนนาค โดยใช้มีดกรีดใบหน้าจนได้รับบาดเจ็บ ก่อนจะขึ้นรถเหยียบคันเร่งฝ่าวงล้อมคู่อริเพื่อหลบหนี ทำให้มีผู้ได้รับบาด และใช้มีดแทงคนที่เข้ามาห้อมล้อม

เจ้าหน้าที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ

วันที่ 8 เม.ย. 62 สิบโททัศนัย สีคราม อายุ 25 ปี สังกัดกรมรบพิเศษที่ 1 เดินทางเข้ามามอบตัวกับ ร.ต.อ.ชัยยันต์ คุณรักษ์ รอง สว.สอบสวน สภ.คลองหลวง โดยรับสารภาพว่าที่ทำไปเป็นการป้องกันตัว

สิบโททัศนัย สีคราม ผู้ต้องหา

ตำรวจแจ้งข้อหาทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตายและได้รับบาดเจ็บสาหัส และพกอาวุธไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยเปิดเผยหรือโดยไม่มีเหตุสมควรหรือพาไปในชุมนุมชน ก่อนจะนำตัวสิบโททัศนัยไปฝากขังศาลทหารทันที

นางสกล สมบูรณ์พร้อม แม่ผู้เสียชีวิต

นางสกล สมบูรณ์พร้อม อายุ 53 ปี แม่ผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ช่วงเย็นของวันเกิดเหตุ ลูกชายมาบอกตนว่าจะออกไปงานเลี้ยงฉลองบวชพระรุ่นพี่ที่รู้จักกัน และขอเงินติดตัวไป 100 บาท ซึ่งตนบอกกับลูกชายว่าให้รีบกลับ เพราะเป็นห่วง กระทั่งเวลา 23.00 น. เพื่อนของลูกชายโทรมาบอกว่าลูกชายประสบอุบัติเหตุ ตนเองจึงรีบตามไปที่โรงพยาบาล หมอกำลังปั๊มหัวใจและนำตัวเข้าห้องผ่าตัด กระทั่งช่วงเช้าวานนี้ (7 เม.ย.) ลูกชายเสียชีวิต ซึ่งแพทย์ระบุสาเหตุการเสียชีวิตว่าเกิดจากเสียเลือดมาก

ทั้งนี้ ตนไม่รู้เรื่องราวขณะเกิดเหตุว่าเกิดจากสาเหตุใด รู้เพียงลูกชายประสบอุบัติเหตุ และจะขอรับรู้เพียงเท่านี้ อีกทั้งตนยินดีที่ให้อภัย หากผู้ก่อเหตุทำไปเพราะความไม่ตั้งใจ และยินดีหากผู้ก่อเหตุจะเข้ามาขออโหสิกรรม

นายวสุพล สิริปิ พ่อผู้เสียชีวิต

ด้าน นายวสุพล สิริปิ อายุ 46 ปี พ่อผู้เสียชีวิต กล่าวว่า วันเกิดเหตุตนทำงานอยู่ต่างจังหวัด ทราบเรื่องจากแม่ของน้องว่า น้องภูมิประสบอุบัติเหตุมีอาการเป็นตายเท่ากัน เช้าวันต่อมา ตนรีบกลับมาหาลูก แต่ก็ไม่ทันเพราะลูกชายเสียชีวิตก่อน ตอนแรกตนคิดว่าน้องภูมิประสบอุบัติเหตุถูกรถชนเสียชีวิตตามที่แม่บอก แต่ได้รู้เรื่องราวทั้งหมดแล้วก็รู้สึกไม่พอใจ และติดใจสาเหตุการเสียชีวิต ทั้งนี้ ตนยืนยันว่าลูกชายไม่เคยรู้จักกับผู้ก่อเหตุ

อย่างไรก็ตาม อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยชี้แจงเรื่องทั้งหมด และอยากให้ผู้ก่อเหตุ รวมถึงครอบครัวเข้ามาแสดงความรับผิดชอบ ตอนนี้ตนเสียลูกชายก็เจ็บมากแล้ว แล้วยิ่งมารู้ว่าลูกต้องมารับกรรมแทนคนอื่น ก็ยิ่งเสียใจมากขึ้น เพระตลอดเวลา 18 ปีที่ผ่านมา ครอบครัวดูแลลูกชายคนเดียวเป็นอย่างดี ไม่คิดว่างานบุญแบบนี้จะคร่าชีวิตลูกชายไป นอกจากนี้ วันที่ 19 เม.ย. นี้ ลูกชายก็จะรับใบประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) แผนกช่างไฟฟ้า หากไม่เกิดเหตุขึ้นก่อน

นายนิวัฒน์ จอมมะเริง ผู้บาดเจ็บ

นายนิวัฒน์ จอมมะเริง หรือ เอ อายุ 25 ปี ผู้บาดเจ็บ เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุ ตนไปร่วมงานฉลองอุปสมบทรุ่นน้อง ขณะเกิดเหตุตนกำลังเดินทางกลับ กำลังขึ้นคร่อมรถจักรยานยนต์เพื่อสตาร์ต จากนั้นสิบโททัศนัยเดินมาหาตน แล้วพูดว่า “ข้องอะไรหรือเปล่า”

บาดแผลของนายนิวัฒน์

จากนั้นเพื่อนของผู้ต้องหาก็เดินมาหาตน แล้วพูดคุยด้วยดี บอกว่า “ใจเย็น มันเมา ไม่เป็นไร” เพื่อนของผู้ต้องหาให้ตนจับมือกับผู้ต้องหา ตนก็ยอมจับมือ แต่ผู้ต้องหาสะบัดมือหนี แล้วก็ต่อยตน ก่อนจะมีกลุ่มเพื่อนผู้ต้องหา และเพื่อนตนเข้ามาห้ามปราม จากนั้นผู้ต้องหาเข้าไปที่รถ คว้ามีดออกมาแทงที่หน้าตนเองจนได้รับบาดเจ็บ ก่อนผู้ต้องหาก็วิ่งขึ้นรถยนต์เร่งเครื่องพุ่งชนน้องที่เสียชีวิต และวัยรุ่นที่ยืนบริเวณทางออกงานหลบหนีไป

keyboard_arrow_up