คดีพลิก! หนุ่มแจ้งจับอาสา ตร.อ้างถูกกระบองทุบหน้าเหวอะ พยานเห็นเมาตีกับกลุ่มเงินกู้ (คลิป)

จากกรณี นายอนุสรณ์ หล่อนจำปา อายุ 28 ปี  พร้อม น.ส.สุปราณี นิจพจน์ อายุ 37 ปี ภรรยา เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานี ในสภาพมีแผลเย็บ 5 เข็มบริเวณโหนกแก้มขวา แขนขวาถลอก ลำตัวระบมช้ำ เพื่อให้จับกุมแก๊งเงินกู้นอกระบบ และอาสาตำรวจมาดำเนินคดี หลังถูกทำร้ายร่างกาย และโดนไม้กระบองกระหน่ำตีจนสลบ ภายในงานบุญวัดโปร่ง ราษฎร์บูรณะเมื่อวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา (อ่าน : หนุ่มอ้างถูกอาสาตีหัว ยัน โดนกระบองไม่ใช่ขวดแก้ว – ตร. เผยหากถูกตีแผลต้องบวม )

ภาพจำลองเหตุการณ์

วันที่ 4 เม.ย.62 ทีมข่าวได้เดินทางลงพื้นที่มายัง ศูนย์ประสานงานอาสาสมัครตำรวจ อ.เมือง จ.อุดรธานี ซึ่งพบกับ นายอภิชัยสิทธิ์ ทองคำ หรือ น๊อต อายุ 24 ปี  และนายธีระศักดิ์ บุญยืน หรือ โอ อายุ 23 ปี เป็นอาสาสมัครที่เข้าไประงับเหตุฝั่งของคนเจ็บ ที่ถูกฝั่งคู่อาริที่เป็นฝั่งเงินกู้ทำร้าย จนกระทั้งมีบาดแผลที่หน้า

นายอภิชัยสิทธิ์ ทองคำ หรือ น๊อต อายุ 24 ปี อาสาสมัครตำรวจ บอกว่า ช่วงเกิดเหตุตนเองเข้าไปก็พบว่ามีการทะเลาะกันเกิดขึ้นอยู่แล้ว ซึ่งตนเองยอมรับว่ากระทำรุนแรงด้วยการดึงคอเสื้อของฝ่ายผู้เจ็บ เพื่อจะมีการแยกไม่ให้ตีกันต่อกับฝ่ายคู่อริ แต่ในขณะนั้นตนเองถือไม้กระบองไปด้วย แต่ใช้แค่เพียงข่มขู่ไม่ได้ทุบตีใคร

ที่สำคัญหลักการใช้กระบอง หลังจากผ่านการฝึก จะสามารถใช้ทุบตีร่างกายใครได้ก็ต่อเมื่อเกิดเหตุ แต่จะต้องตีบริเวณขาเพื่อให้นั่งหรือย่อเข่าลงเท่านั้น แต่ไม่สามารถทุบตีส่วนหัวหรือลำตัวได้ “อาสาทุกคนรู้ดี ว่าสามารถตีได้แค่ขา เพื่อให้เขาล้มเท่านั้น”

ทั้งนี้ วันที่เกิดเหตุมีน้องเจ้าหน้าที่อาสาฯ อีกคนหนึ่ง ถูกกลุ่มคนเจ็บทำร้ายร่างกาย แต่ขณะนั้นไม่ได้มีใครทำร้ายร่างกาย เพื่อเอาคืนแต่อย่างใด เพราะทุกคนยังสวมชุดความเป็นเจ้าหน้าที่ จึงไม่ได้มีใครใช้ความรุนแรง

นายอภิชัยสิทธิ์ ทองคำ หรือ น๊อต  อาสาสมัครตำรวจ (เสื้อดำ)

ส่วนกรณีที่ไม่พาผู้เจ็บไปโรงพยาบาลแต่ส่งตัวมาที่โรงพักนั้น นายอภิชัยสิทธิ์ ชี้แจงว่า เนื่องจากยังเคลียร์ใจกันไม่จบ และทั้งคู่ยังคงมีปากเสียงกัน จึงได้เชิญตัวมาพูดคุยต่อหน้าพนักงานสอบสวน ซึ่งส่วนตัวจึงตั้งข้อสังเกตมีพิรุธว่า ในวันที่เชิญตัวมาที่โรงพัก ทำไมไม่มีการพูดถึงกรณีคนที่ทำร้ายร่างกาย เป็นเพียงทะเลาะกันระหว่างคนเจ็บกับคู่อริ แต่เมื่อระยะเวลาผ่านไปกลับย้อนมาแจ้งความว่ามีเจ้าหน้าที่อาสาตำรวจเข้าไปทำร้ายร่างกาย

อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวอยากฝากบอกถึงสังคม ให้เข้าใจการทำงานของอาสาตำรวจ เราทุกคนทำงานไม่เหมือนกัน มีทั้งคนที่เข้ามาใหม่และคนที่เคยผ่านการมีประสบการณ์ ทั้งนี้หากถูกเหมารวมว่าเป็นกลุ่มคนเดียวกันก็จะได้รับความเสียหาย และอยากให้มีการแยกแยะ เพราะคำว่าอาสาทำงานภายใต้ความสมัครใจ ทำงานเพื่อบริการสังคม ไม่มีรายได้ มีเพียงเบี้ยเลี้ยงบางครั้งเท่านั้น

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนเองไม่มีความกังวล แม้ว่าจะเกิดความเข้าใจผิดหรือไม่ก็ตาม หลังจากนี้ตนเองจะพยายามทำดีต่อไป เพื่อให้สังคมเข้าใจการทำงานของอาสาตำรวจ

นายกู๊ด (นามสมมติ) วัยรุ่นในหมู่บ้าน

นายกู๊ด (นามสมมติ) วัยรุ่นในหมู่บ้าน เล่าเหตุการณ์ว่า ในวันดังกล่าว ช่วงแสดงหมอลำหน้าเวที ตนเองพบเห็นผัวเมียคู่หนึ่ง กำลังมีปากเสียงกับกลุ่มชายเสื้อขาว ซึ่งเป็นพวกเก็บเงินกู้ โดยจังหวะนั้น ตนเองเห็นว่า ผู้ชายใส่เสื้อสีเขียว คือนายอนุสรณ์ คนเจ็บ ได้กระโดดถีบที่หน้าอกของหนึ่งในชายเสื้อขาวก่อน จากนั้นเมียก็พยายามห้าม แต่ก็เริ่มมีปะทะกัน จนกระทั่งถูกชายเสื้อขาว ใช้ขวดเบียร์พาดเข้าที่หัว และรอยคมบาดเข้าที่ใบหน้า มีเลือดออก

จากนั้น ก็มีกลุ่มพี่ ๆ อาสาตำรวจเข้าไประงับเหตุ แต่ตนเองไม่เห็นว่ามีการใช้อาวุธหรือไม่ เพราะหลังจากมีเรื่องในงานตนเองก็เดินหนีออกจากจุดเกิดเหตุ เพราะกลัวโดนลูกหลง แต่ยืนยันได้ว่าบาดแผลที่หน้าเกิดจากขวบเบียร์ของคู่อริ ส่วนแผลถลอกเกิดจากเจ้าตัวล้มลง  อย่างไรก็ตาม ระหว่าง 2 ฝ่ายมีเรื่องกัน อยู่ในอาการมึนเมาทั้งคู่

พ.ต.อ.สรายุทธ ฉ่ำผิว ผกก.สภ.เมือง จังหวัดอุดรธานี

ด้าน พ.ต.อ.สรายุทธ ฉ่ำผิว ผกก.สภ.เมือง จังหวัดอุดรธานี เปิดเผยว่า จากกรณีมีเหตุอาสาถูกผู้เสียหายแจ้งความดำเนินคดีทำร้ายร่างกายนั้น ตอนนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าพนักงาน และมีการสอบพยานแวดล้อม หากพบการกระทำผิดก็จะดำเนินคดีข้อหาทำร้ายร่างกายตามกฎหมาย แต่โดนเบื้องต้นจากบาดแผลของผู้เสียหาย ที่มีการทะเลาะวิวาทกับคู่กรณี จึงมีโอกาสเป็นไปได้น้อยที่ตำรวจจะเป็นคนทำร้ายร่างกาย จนได้รับบาดเจ็บ และจะมีการตรวจสอบตามพยานหลักฐานที่มี

keyboard_arrow_up