ญาติวีออสปาดแท็กซี่บอกเหตุไร้สาระ ยุตร.จัดการสองฝ่ายดัดนิสัย (คลิป)

จากกรณีสังคมออนไลน์เผยแพร่คลิปวิดีโอจากกล้องรถแท็กซี่คันหนึ่ง เป็นภาพขณะที่มีรถยนต์เก๋ง สีขาว จอดเทียบอยู่บริเวณคอสะพาน โดยพยายามจะขึ้นสะพานและไม่มีการเปิดไฟเลี้ยว ผู้ขับขี่รถแท็กซี่ที่ขับมาในเส้นทางตรงจึงบีบแตรใส่ แต่สุดท้ายผู้ขับขี่รถยนต์เก๋งคันดังกล่าวได้ขับมาปาดหน้า พร้อมลงมาต่อว่าในลักษณะเชิงข่มขู่

ล่าสุด วันนี้ (25 ก.ค. 60) นายฉัตรชัย ฉายฝาก คนขับรถแท็กซี่ที่ปรากฏในคลิป ได้เดินทางเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจนครบาลทุ่งมหาเมฆ เพื่อดำเนินดคีกับผู้ขับขี่รถรถยนต์เก๋งคันดังกล่าว

คนขับรถแท็กซี่ เข้าแจ้งความที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ

โดยนายฉัตรชัย เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถแท็กซี่ไปตามถ.รัชดาภิเษก มุ่งหน้าแยกสวนพลู โดยขึ้นสะพานนางลิ้นจี่ จนได้พบกับรถคู่กรณี ที่กำลังเบี่ยงเลนเพื่อจะขึ้นสะพาน ตนซึ่งขับมาทางตรง จึงตัดสินใจบีบแตรใส่ เพราะต้องการเตือนและเกรงว่าอาจจะเกิดอุบัติเหตุ จากนั้นตนขับเรื่อยมาจนถึงบริเวณแยกนราธิวาส ก็พบว่ารถคู่กรณีได้ขับไล่ตาม พร้อมบีบแตรใส่และขับปาดหน้า ก่อนที่คู่กรณีและภรรยาจะลงจากรถเข้ามาด่าทอ และทุบประตู ยืนยันว่าตนเป็นฝ่ายถูก และเกรงกลัวต่อคำข่มขู่ของคู่กรณีจึงตัดสินใจเข้าแจ้งความ

นายฉัตรชัย ฉายฝาก ผู้ขับขี่รถแท็กซี่

ด้าน ผู้ขับขี่รถยนต์เก๋งสีขาวคันดังกล่าว ได้เปิดเผยว่า หลังจากที่คลิปถูกเผยแพร่ไป ทำให้ครอบครัวได้รับความเดือดร้อนทั้งเรื่องธุรกิจและครอบครัว ทั้งที่ตนไม่ได้ทำร้ายร่างกายหรือทรัพย์สินของคู่กรณีเลย อย่างไรก็ดี ได้เตรียมที่จะเข้าไปแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับเพจเฟซบุ๊กที่มีนำรูปและประวัติส่วนตัวของตนไปเผยแพร่

ขณะที่น้องชายของคนขับรถยนต์เก๋งสีขาวในคลิป เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่น่าจะเป็นข่าว เพราะเป็นเรื่องของคน มักง่ายกับคนใจแคบ โดยพี่ชายตนผิดจริงที่ไม่ทำตามกฎจราจร แต่แท็กซี่ก็ไม่ยอมให้ทาง และขับมาด้วยความเร็ว โดยเหตุที่พี่ชายขับตาม เพราะคงโมโห คิดว่ารถโดนเฉี่ยว และแท็กซี่ไม่ยอมหยุด ซึ่งวิธีที่จะทำให้รถแท็กซี่จอดคือต้องขับไปเบียด เพื่อจอดด้านหน้า

ส่วนที่พี่สะใภ้ลงมาถ่ายทะเบียนรถไว้ ก็เพื่อเก็บไว้ใช้หากเกิดรถมีปัญหา ส่วนตัวคิดว่าเรื่องการทำผิดกฎจราจรดังกล่าว เป็นเรื่องปกติที่สามารถเกิดได้บนท้องถนน และไม่เชื่อว่าคนขับแท็กซี่จะทำตามกฎหมายตลอด ทั้งนี้ พี่ชายตนก็ยังไม่ได้เข้าไปใช้กำลังกับฝ่ายคู่กรณี และก่อนหน้านี้พี่ชายก็ไม่เคยมีเรื่องบนท้องถนนมาก่อน

น้องชายของคนขับรถยนต์เก๋งสีขาวให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวอมรินทร์ ทีวี

น้องชายของคนขับรถยนต์เก๋งสีขาวในคลิป มองว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องไร้สาระ ยืนยันว่าพี่ชายไม่ได้เครียดจนอยากฆ่าตัวตายตามที่มีข่าว อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าห่วงหลานชาย ที่อาจทราบข่าวจากสังคมออนไลน์จนเกิดความเครียด ส่วนกรณีคนขับแท็กซี่ ได้แจ้งความดำเนินคดีกับพี่ชาย ตนคิดว่าเป็นเรื่องดีที่ ตำรวจจะเรียกพบพี่ชายตน เพราะควรจะถูกดัดนิสัยเสียบ้าง

ทั้งนี้ ฝากถึงสังคมออนไลน์ว่า ควรมีวิจารณญาณในการเสพและแชร์ข่าวสาร โดยไม่ควรใช้ถ้อยคำหยาบคายรวมถึงไม่ควรขุดคุยประวัติของครอบครัวออกมาวิพากษ์วิจารณ์ เพื่อทำให้เสื่อมเสีย

อย่างไรก็ตาม พ.ต.อ.ภูษิต วิเศษคามินทร์ รองผู้บังคับการตำรวจจราจร เปิดเผยเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วยว่า ผู้ขับขี่รถบนท้องถนน ไม่สามารถเปลี่ยนเลนจราจรหรือแซงในพื้นที่คับขัน เปลี่ยนเลนหรือแซงทับเส้นทึบไม่ได้ ไม่ว่ากรณีใดก็ตาม โดยเฉพาะพฤติกรรมของรถยนต์เก๋งคันดังกล่าว ที่พยายามจะเปลี่ยนเลนบริเวณคอสะพาน ซึ่งเป็นพื้นที่ห้ามแซงและมีเครื่องหมายจราจรแสดงชัดเจน ผู้กระทำผิดนั้นมีโทษปรับ 400-1,000 บาท

keyboard_arrow_up