พี่สาว “พูล้า” ฆาตกรปาดคอยายหลาน ชี้เหี้ยมผิดมนุษย์ สมควรโดนประหาร (คลิป)

จากกรณียายและหลานสาว ถูกฆ่าปาดคอเสียชีวิตในบ้านพักที่ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ เมื่อช่วงเช้าวันที่ 16 ก.ย. 61 ในที่เกิดเหตุพบศพผู้เสียชีวิต ชื่อ นางมะลิ หรือ ยายแร่ อายุ 68 ปี และ ด.ญ.จิว อายุ 12 ปี ส่วนอีก 1 คนได้รับบาดเจ็บสาหัส คือ ด.ญ.ข้าวหอม อายุ 9 ปี นอกจากนี้ แมวที่เลี้ยงไว้ก็ถูกฆ่าปาดคอตายด้วย โดยตำรวจจับกุมตัวนายพูล้า สัญชาติลาว ผู้ลงมือก่อเหตุ ไปดำเนินคดีได้แล้วนั้น (อ่าน : กรี๊ดลั่นเมรุเผาศพยายหลานเหยื่อ “พูล้า” ปาดคอ – แม่แค้น ลั่นต้องประหาร หวั่นพ้นคุกฆ่าคนซ้ำ)

ภาพจำลองเหตุการณ์

โดยเหตุการณ์ครั้งนั้น นายพูล้าให้การสารภาพว่าลงมือก่อเหตุจริง โดยปีนรั้วบ้านของผู้ตายเข้าไปซ่อนตัวอยู่ในห้องครัว จากนั้นประมาณตี 3 ได้ใช้มีดในครัวฆ่าแมว แล้วปีนเข้าไปภายในบ้านผ่านทางช่องลม และแอบอยู่ในห้องน้ำ กระทั่งนางมะลิ ผู้ตาย มาเข้าห้องน้ำเจอนายพูล้า จึงใช้มีดปาดคอจนเสียชีวิต ก่อนจะปาดคอน้องข้าวหอม และน้องจิว ซึ่งนอนอยู่บนเตียง ก่อนจะหลบหนีและถูกจับกุมตัวได้ในเวลาต่อมา

พูล้า ผู้ต้องหา ขณะถูกจับกุม (แฟ้มภาพ)

ล่าสุด วันที่ 21 มี.ค. 62 ศาลจังหวัดสมุทรปราการ มีคำสั่งพิพากษาประหารชีวิตผู้ต้องหา พร้อมให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นเงิน 1,800,000 บาท เนื่องจากเห็นว่าผู้ต้องหามีพฤติกรรมทารุณ โหดร้าย ผิดวิสัยมนุษย์ เป็นภัยต่อสุจริตชน

นางสุวรรณ ยิ้มดี ยายของน้องจิว ผู้เสียชีวิต

โดยนางสุวรรณ ยิ้มดี อายุ 60 ปี ยายของน้องจิว เด็กที่เสียชีวิต เปิดเผยว่า รู้สึกโล่งใจและดีใจที่ศาลตัดสินประหารชีวิตนายพูล้า ทำให้ได้เห็นความศักดิ์สิทธิ์ของศาล เพราะชีวิตต้องแลกด้วยชีวิต เนื่องจากช่วงระยะเวลาที่ยังไม่มีคำตัดสินของศาลออกมานั้น ตนต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยความหวาดระแวงมาโดยตลอด ในวันนี้ที่เข้าไปฟังคำตัดสินของศาล ได้แต่ภาวนาขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ผู้ต้องหาถูกประหารชีวิต เพราะถ้าหากคำตัดสินของศาลออกมาเป็นอย่างอื่น เช่น ถ้าหากต้องจำคุกตลอดชีวิต ตนก็คงใช้ชีวิตอยู่กับความกลัว หวาดระแวง และหวั่นว่าผู้ต้องหาจะได้ลดโทษ ออกมาก่อเหตุซ้ำอีก

นางซิง พี่สาวของนายพูล้า ผู้ต้องหา

ด้าน นางซิง อายุ 35 ปี พี่สาวของนายพูล้า ผู้ต้องหา เปิดเผยว่า ตนไม่ได้เข้าไปฟังคำสั่งศาล ที่ตัดสินประหารชีวิตน้องชาย เนื่องจากตั้งแต่หลังเกิดเหตุ ตนก็ปล่อยน้องชายให้ถูกดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ไม่มีการติดต่อพูดคุย หรือเข้าเยี่ยม ตลอดจนไม่ได้วิ่งเต้นช่วยเหลือด้านการสู้คดีความแต่อย่างใด นอกจากนี้ ตนไม่รู้สึกเสียใจที่น้องชายถูกประหารชีวิต เพราะปล่อยให้นายพูล้ารับกรรมและโทษตามกฎหมายจากสิ่งที่ทำ ในขณะที่ญาติจากประเทศลาว ไม่มีใครติดต่อมาเพื่อช่วยเหลือนายพูล้า หลังจากนี้ ใครจะทำอะไรกับนายพูล้าก็ทำได้เลย ตนจะไม่ขอยุ่งเกี่ยวด้วย

keyboard_arrow_up