สยองไฟช็อตจนขาขาด เหยื่อแฉเนื้อหลุดติดมือคนช่วย แต่ไม่มีใครรับผิด (คลิป)

จากกรณี เพจเฟซบุ๊ก Social Hunter ได้โพสต์รูปภาพหนุ่มรายหนึ่งพิการขาขาดสองข้าง พร้อมกับมีรอยแผลเป็นช่วงบริเวณหน้าอก และภาพขณะการรักษาตัวที่โรงพยาบาล รวมถึงภาพจุดเกิดเหตุเป็นบริเวณดาดฟ้า มีรอยไหม้เป็นรูปเท้าติดบนพื้น โดยระบุข้อความ ว่า #การไฟฟ้าจังหวัดพังงาว่าไงคะเรื่องนี้?

ล่าสุด (21 ก.ค.) นายปัฐพงษ์ เฉลิมโรจน์ อายุ 25 ปี ผู้ถูกไฟช็อต เปิดเผยว่า เหตุเกิดขึ้นเมื่อ 25 เม.ย.ที่ผ่านมา ตนได้ไปรับลมบนดาดฟ้ากับเพื่อน หลังกลับจากเตะฟุตบอล ดาดฟ้าจะไม่มีราวกั้น และมีสายไฟพาดผ่านตัวบ้าน ขณะที่เดินอยู่ก็ไม่ได้สติ แต่ตนมาทราบจากเพื่อนที่อยู่ในเหตุการณ์ว่า ตนถูกไฟช็อต เพื่อนก็ช่วยปั๊มหัวใจ และหนังบริเวณหน้าอกหลุดออก ตอนนั้นไม่มีใครจับตัวได้ เนื่องจากตัวร้อนมาก ต้องพยุงบริเวณต้นขา ระหว่างเคลื่อนลงมา เนื้อที่ตายได้หลุดออกมา ตอนนั้นร่างกระตุกตลอดเวลา เลยวางตัวไว้บนสังกะสี ก่อนใช้เหล้าขาวราด เพื่อให้กระแสไฟฟ้าถ่ายเทออกจากร่างกาย รักษาตัวเป็นเวลา 4 วันที่โรงพยาบาลตะกั่วป่า ก่อนที่แพทย์ไปที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต

นายปัฐพงษ์ เฉลิมโรจน์

ทางทีมเเพทย์ระบุว่า เนื้อส่วนที่ถูกไฟช็อตบริเวณขาทั้งสองข้าง อักเสบรุนแรง หากทิ้งไว้อาจติดเชื้อ จะต้องตัดขาซ้ายทิ้ง ในวันที่ 30 เม.ย. จากนั้นก็รักษาที่ขาขวา แต่เนื่องจากค่าใช้จ่ายสูง จึงบอกหมอว่า หากต้องตัดขาทิ้ง ก็ให้ตัดเพราะทำใจไว้แล้ว จากนั้นก็ถูกตัดขาขวา วันที่ 10 พ.ค.ที่ผ่านมา ใช้เวลารักษาร่วมเดือน แต่ค่ารักษาสูง จึงขอยุติการรักษา และกลับมาบ้าน

บาดแผลขณะที่ ปัฐพงษ์ ได้รับผลกระทบจากการถูกไฟช็อต

นายปัฐพงษ์ เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุ อาของตน ได้ไปแจ้งยังการไฟฟ้าคุระบุรี ปรากฎว่าเจ้าหน้าที่พูดว่า “จะมาเรียกร้องเงินใช่ไหม” ทำให้เสียความรู้สึก  ทั้งที่ตนจะไปสอบถาม เพราะสายไฟจุดเกิดเหตุ ไม่มีฉนวนหุ้ม เป็นสาเหตุทำให้ตนถูกไฟช็อตจนพิการ ทำงานไม่ได้ เพราะตนก็ทำอาชีพไต๋เรือ ได้เงินเดือน 15,000 บาท เป็นเสาหลักหาเลี้ยงยายภายหลัง ตนจึงตัดสินใจไปร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพังงา เพื่อขอความช่วยเหลือ จากนั้นไม่นาน ทางการไฟฟ้าได้ติดต่อมา ตอนนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูล และสำรวจจุดเกิดเหตุ พร้อมขอเวลา 7วัน ในการดูแนวทางเยียวยา ตอนนี้ตนก็รู้สึกดีใจเพราะอย่างน้อยก็ได้รับการเยียวยา

นายปัฐพงษ์ พักรักษาตัวที่โรงพยาบาล

นายปัฐพงษ์ กล่าวฝากทิ้งท้ายว่า อยากให้ทุกคนได้ตระหนักถึงคนที่รัก คิดถึงครอบครัวให้มากในวันที่เรามีร่างกายแข็งแรงสมประกอบ เพราะตนก็เคยเกเรมาก่อน ใช้ชีวิตไม่สนใจครอบครัว แต่พอตั้งใจจะทำงานหาเงิน ก็มาประสบเหตุ กลายเป็นคนพิการ ทำงานไม่ได้ หากมีหน่วยงานภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือ ตนยินดีอย่างยิ่ง ไม่ขออะไรมาก ขอเพียงมีงานมีรายได้

ขอบคุณภาพจากเพจเฟซบุ๊ก Social Hunter

keyboard_arrow_up