ภาพชัด “พฤหัส” นั่งดวลเหล้ากับเพื่อน ก่อนซิ่งรถพังร้านเฟอร์ฯ พินาศ 80 ล้าน (คลิป)

จากเหตุการณ์ นายพฤหัส แซ่จิว อายุ 26 คน ขับรถเก๋งพุ่งชนร้านบางกอก ลิฟวิ่งมอลล์ ซึ่งเป็นร้านเฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่ใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อช่วงตี 3 ของคืนวันที่ 18 ก.พ. 62 และเกิดไฟลุกไหม้รถเก๋ง จนลุกลามไหม้ร้านเฟอร์นิเจอร์หมดทั้งหลัง ค่าเสียหายประมาณ 80 ล้านบาท (อ่าน : ทหารเผยนาทีช่วยหนุ่มขับเก๋งชนร้านเฟอร์นิเจอร์ ไม่เชื่อหลับใน แต่คุยอ้อแอ้ – ยอดใช้พุ่ง 81.5 ล้าน)

สภาพความเสียหายของร้านเฟอร์นิเจอร์ หลังถูกเพลิงไหม้

นายอัชอารีย์ วันอับดุลเลาะห์ หรือ บังฉ่ำ เจ้าของร้านเฟอร์นิเจอร์ เปิดเผยว่า ตนเสียใจมาก แต่ไม่เครียดไม่โกรธ และที่ยิ้มได้ก็เพื่อทำใจยอมรับ ซึ่งตนทำกิจการมา 25 ปี เป็นร้านเฟอร์นิเจอร์สาขาที่ 3 ที่ใหญ่มากใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้น ตนก็พยายามตั้งสติก่อน และคุยกับภรรยาว่าค่อย ๆ คิดอย่างค่อยเป็นค่อยไป คุยกันว่าจะไม่เสียน้ำตา และยอมรับความจริงให้ได้ และบอกลูกของตนด้วยว่าให้มีสติ แล้วเริ่มต้นใหม่

นายอัชอารีย์ วันอับดุลเลาะห์ หรือ บังฉ่ำ เจ้าของร้านเฟอร์นิเจอร์

นายอัชอารีย์ เล่าว่า วันเกิดเหตุ ลูกชายกลับมาที่บ้าน มาเคาะประตูตน และมีทหารมาบอกว่าไฟไหม้ ตนตั้งสติได้ จึงวิ่งไปเรียกพนักงานที่หลับอยู่ ซึ่งไฟลุกไหม้โหมที่นอนยางพาราในร้านประมาณ 300 ที่ และโซฟา ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี โดยไฟไหม้สายไฟแล้วหยุดลงทั่วร้านอย่างรวดเร็ว ขณะนั้นมีทหารและชาวบ้านเข้าไปช่วยคนขับรถเก๋งออกมา เจ้าตัวอยู่ในอาการเมา ไม่ได้สติ ตนจึงขอบัตรประชาชนและใบขับขี่ไว้เพื่อส่งให้ตำรวจ ตอนนั้นตนยืนดูไฟไหม้ร้านต่อหน้า และทำใจให้เข้มแข็ง โดยมูลค่าความเสียหายมากกว่า 81.5 ล้านบาท ซึ่งตนก็ไม่คาดคิดว่ารถยนต์จะขับเข้ามาถึงในร้าน เนื่องจากร้านห่างจากถนนพอสมควร

อย่างไรก็ตาม เมื่อวานนี้มีการไปพูดคุยกับนายอำเภอ เรื่องการติดต่อหน่วยงานที่จะช่วยเหลือเยียวยาในเบื้องต้น และคนไทยไม่ใจดำ ต้องมีคนช่วยเหลือตนแน่นอน ซึ่งตนก็จะไปฟ้องร้อง และไม่คิดจะติดต่อไปทางคู่กรณี แต่พร้อมคุยหากคู่กรณีมาพบ แล้วจะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจต่อ และคิดว่าอีก 1 ปีอาจจะกลับมาเปิดร้านได้ ส่วนลูกน้องในร้าน ตนก็จะดูแลต่อไป และไม่คิดจะลอยแพ เพราะทุกคนก็มีครอบครัวที่ต้องดูแลเช่นกัน

นอกจากนี้ ร้านของตนไม่ได้ทำประกันไว้ คู่กรณีก็ไม่มีประกันเช่นกัน นายอัชอารีย์ กล่าวทิ้งท้ายว่า อยากฝากไว้ว่า หากคนที่ไปกินเหล้า ก็ไม่ควรขับรถ เพราะอาจจะสร้างความเดือดร้อนให้ตัวเองและคนอื่นอีกมากมาย ซึ่งอายุก็มากแล้ว ต้องใช้สติปัญญา และทำตามกฎหมายด้วย ส่วนคู่กรณีของตน ก็มีหลักฐานว่าเจ้าตัวไม่ได้หลับในแน่นอน แต่เป็นเพราะเมาแล้วขับ

นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความ

นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความ เปิดเผยว่า ผู้เสียหายสามารถฟ้องเรียกค่าเสียหายได้ แต่ต้องมีเงินวางศาล อีกประมาณ 200,000 บาท เป็นการฟ้องคดีทางแพ่ง แต่ตนมองว่าคู่กรณีจะมีเงินชดใช้ให้หรือไม่ ซึ่งเงิน 80 ล้านบาท ทำงานทั้งชีวิตก็อาจจะหาไม่ได้ อีกทั้ง หากชดใช้จะต้องจ่ายดอกเบี้ย ปีละประมาณ 5 ล้านบาท จนกว่าจะครบ

ส่วนทางคดี ในข้อหาทำให้เสียทรัพย์สิน มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท และมีผลบังคับคดี 10 ปี หากคู่กรณีไม่มีจ่าย ผู้เสียหายก็ต้องไปยื่นฟ้องล้มละลาย ซึ่งก็มีระยะเวลาอีก 1-5 ปี รวม 15 ปี อย่างไรก็ตาม กรณีเมาแล้วขับ หากทำประกันชั้น 1 โดยทั่วไปจะมีวงเงิน 10 ล้านบาท และหากประกันจ่ายแล้วก็จะไปฟ้องคนเมาต่อ ซึ่งหากไม่มีประกัน คู่กรณีก็จะต้องจ่ายเอง ทั้งนี้ คู่กรณีอาจขอความเห็นใจจากศาลได้ หากมีครอบครัวที่ป่วย จำเป็นต้องดูแล เพื่อขอบรรเทาโทษและไม่ถูกจำคุก

นายเบส ผู้เข้าช่วยเหลือนายพฤหัสขณะเกิดเหตุ เปิดเผยว่า ช่วงเกิดเหตุตนเข้าเวรพอดี เห็นเหตุการณ์จึงวิ่งเข้าไปดู ไปเปิดรถเก๋งนายพฤหัส พบว่ามีอาการเมา พูดไม่รู้เรื่อง แต่น่าจะมีสติอยู่บ้าง เขาบอกตนว่า “ช่วยดับไฟหน่อย” จากนั้น ตนก็พาออกจากรถ แล้วให้นอนอยู่ที่พื้น ให้เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือต่อ

ภาพถ่ายนายพฤหัส ก่อนขับรถเก๋งชนร้านเฟอร์นิเจอร์

อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเรื่อง ทีมข่าวได้รับข้อมูลภาพของนายพฤหัส พบว่าเจ้าตัวนั่งดื่มกับกลุ่มเพื่อนอย่างสนุกสนาน ก่อนที่จะขับรถเก๋งออกมา แล้วเกิดอุบัติเหตุชนร้านเฟอร์นิเจอร์จนไฟไหม้ สร้างความเสียหายกว่า 80 ล้านบาท โดยก่อนหน้านี้ แม่ของนายพฤหัส อ้างว่า ลูกชายหลับใน ซึ่งภาพนี้อาจจะตอบคำถามในเรื่องนี้ได้ทั้งหมด

 

keyboard_arrow_up