เฒ่าวัย 86 ยิงหลานเขยดับคาที่ ก่อนวิ่งหนี ลั่นไกยิงตัวเองสาหัส คาดปมที่ดิน 20 ตารางวา

วันที่ 16 ก.พ. 62 พ.ต.ท.วัชรา ชิโนวรรณ สารวัตรเวร สภ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงเสียชีวิตที่บริเวณริมถนนสายม่วงงาม-ตำหรุ หมู่ 2 บ้านม่วงงาม ต.ถ้ำรงค์ อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี จึงรายงานให้ พ.ต.อ.สมเดช ฐิตวัฒนะสกุล รอง ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี พ.ต.อ.เชิญ พรายมี ผกก.สภ.บ้านลาด ทราบ และรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย แพทย์เวร รพ.บ้านลาด และเจ้าหน้าที่มูลนิธิสว่างสรรเพชญธรรมสถาน

ที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุพบศพนาย สมศักดิ์ บุปผาราม อายุ 54 ปี นอนหงายหน้าเสียชีวิตในสภาพมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืน .38 เข้าที่กลางหลัง 1 แห่ง ส่วนผู้ก่อเหตุคือ นายฐิติ หรือ อุ่น เขี้ยวแก้ว อายุ 86 ปี หลังก่อเหตุ ได้วิ่งหลบหนีไปใช้อาวุธปืนขนาด .38 ยิงตัวเองเข้าที่ใต้คางทะลุช่องปาก บาดเจ็บสาหัสที่บริเวณหลังวัดตำหรุ หมู่ 4 ต.ตำหรุ อยู่ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 400 เมตร เจ้าหน้าที่นำส่งโรงพยาบาลบ้านลาด

นางภาวนา บุบผาราม ภรรยาผู้ตาย

สอบถามนางภาวนา บุบผาราม ภรรยาผู้ตาย เล่าว่า นายฐิติผู้ก่อเหตุ เป็นน้าเขยนายสมศักดิ์ผู้ตาย ก่อนหน้านี้ผู้ก่อเหตุทะเลาะมีปากเสียงเรื่องแบ่งที่ดินของครอบครัว ระหว่างผู้ก่อเหตุและผู้ตาย ฟ้องร้องแบ่งที่ดิน ศาลตัดสินให้ผู้ก่อเหตุมีกรรมสิทธิ์ 150 ตารางวา ต่อมาผู้ก่อเหตุได้ล้อมรั้วเพื่อสร้างบ้าน แต่ปรากฏว่าล้อมรั้วเป็นพื้นที่ 170 ตารางวา จึงมีกรณีพิพาทอีกครั้ง มีการฟ้องร้องศาลสั่งให้ผู้ก่อเหตุชดใช้ค่าที่ดินส่วนเกิน 20 ตารางวา เป็นเงิน 20,000 บาท ผู้ก่อเหตุได้นำเงินชดใช้เรียบร้อยแล้ว วันเกิดเหตุนายฐิติได้นำเอกสารที่ดินมายื่นให้นายสมศักดิ์ เมื่อนายสมศักดิ์รับเอกสาร นายธิติได้ชักอาวุธปืนยิงใส่เข้าที่บริเวณกลางหลัง นายสมศักดิ์วิ่งหลบหนีและมาเสียชีวิตในที่เกิดเหตุดังกล่าว

จุดทีผู้ก่อเหตุหนี่ไปยิงตัวเอง

ส่วนนายฐิติวิ่งออกไปและใช้อาวุธปืนกระบอกเดียวกันยิงตัวเองบาดเจ็บสาหัส เบื้องต้นเจ้าหน้าได้แจ้งข้อหานนายฐิติฆ่าคนตายโดยเจตนา ซึ่งจะได้ดำเนินคดีทางกฎหมายต่อไป

keyboard_arrow_up