แฉ! ขบวนการจ้างติดคุก 3 หมื่น นายหน้ารับใบสั่งเสี่ยรถบรรทุก – ญาติเหยื่อโวยหลอกคนสติไม่ดี (คลิป)

จากกรณีที่เมื่อวันที่ 24 ม.ค. 62 เจ้าหน้าที่มีการจับกุมรถบรรทุกน้ำหนักเกินพร้อมผู้ขับขี่ ซึ่งตัวคนขับรถบรรทุกรายหนึ่งวิ่งหลบหนีไป ต่อมา 2 วัน โชเฟอร์รถพ่วงเข้ามามอบตัวและดำเนินการฟ้องศาล โดยนัดฟังคำฟ้องต่อศาลในวันที่ 15 ก.พ. นี้ จนกระทั่งมีการสอบสวนต่อมาว่าผู้ที่เข้ามามอบตัวนั้นไม่ใช่โชเฟอร์รถบรรทุกตัวจริง แต่ได้รับการติดต่อว่าจ้างให้เป็นผู้ต้องหา

นายอำคา ดงพงศ์

วันที่ 12 ก.พ. 62 ที่หมู่บ้านป่าไม้งาม ต.ป่าไม้งาม อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู นางแต๋ว ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 บ้านป่าไม้งาม ระบุว่า ช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ตนได้ยินชาวบ้านในชุมชนพูดคุยเรื่องของการรับจ้างเป็นผู้ต้องหา แต่ตนไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องจริง จนกระทั่งเมื่อช่วงต้นเดือน ก.พ. นางบุญเมือง นาชัยเวช อายุ 65 ปี พานายอำคา ดงพงศ์ อายุ 40 ปี น้องชาย เข้ามาหาตนเพื่อปรึกษาถึงกรณีที่เกิดขึ้น ตนในฐานะผู้ใหญ่บ้าน จึงถามนายอำคาว่า “ทำไมถึงไปรับจ้างติดคุก” นายอำคาจึงบอกกับคนว่าอยากได้เงิน จะเอาไปซ่อมรถจักรยานยนต์และเอาไว้ไปซื้อทองใส่ แล้วเมื่อถามต่อว่า “ได้รับเงินว่าจ้างหรือยัง” นายอำคาจึงบอกว่า “ยังไม่ได้เงิน ต้องรอออกจากคุกก่อน”

นางแต๋ว ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 บ้านป่าไม้งาม

โดยภายหลังจากเกิดเรื่องราว ตนก็พานางบุญเลืองไป สภ.ศรีบุญเรือง เพื่อพานายอำคาไปให้ปากคำต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งนี้ยังไม่ได้มีการพูดคุยกับลูกบ้านคนที่เป็นนายหน้าติดต่อจ้างแต่อย่างใด

นายสำรวย นาชัยเวช พี่เขยนายอำคา

นายสำรวย นาชัยเวช พี่เขยนายอำคา เปิดเผยว่า นายอำคาเป็นคนสติไม่ดี มีประวัติรักษาที่โรงพยาบาลจิตเวช เมื่อมีคนพูดจาดี ให้สุราดื่ม พูดคุยชักชวนอะไรไปก็หลงเชื่อง่าย ประกอบกับมีเงินมาหลอกล่อทำให้เกิดความหลงเชื่อและทำตามคำชักชวน โดยกำหนดค่าจ้างเป็นจำนวนเงิน 30,000 บาท โดยมีการขอหักค่านายหน้าจำหนึ่ง ซึ่งจากที่ตนทราบมาว่าเงินว่าจ้างดังกล่าวนี้นายทุนที่ว่าจ้างมีการโอนเงินมาให้ผู้ที่เป็นนายหน้าแล้ว 20,000 บาท แต่สุดท้ายนายอำคายังไม่ได้รับเงินว่าจ้างแต่อย่างใด เมื่อสอบถามนายหน้า เขาก็อ้างว่ายังไม่ได้รับเงิน ทำให้ตนมั่นใจว่าจะถูกหลอกให้ติดคุกฟรี

นางทองใบ ทิพย์เนตร แม่ของนายหน้า

ขณะที่ นางทองใบ ทิพย์เนตร แม่ของนายหน้า ระบุว่า ยอมรับว่าลูกสาวของตนทำหน้าที่เป็นนายหน้าในการหาผู้ชายที่ต้องการรับจ้างเป็นผู้ต้องหาจริง โดยเมื่อช่วงประมาณ 1 เดือนที่ผ่านมา นายอำคาคนที่รับจ้างเป็นผู้ต้องหา ซึ่งเป็นเพื่อนกับลูกสาวตนและมักจะไปมาหาสู่กันทุกวัน มาคุยมาเล่นที่ร้านค้าของลูกสาวตนเป็นประจำ จากนั้นก็ได้มีการพูดคุยกันว่ากำลังหาคนรับจ้างติดคุกแทน และได้ชักชวนนายอำคาให้มารับจ้างเป็นเงินค่าจ้าง 3 หมื่นบาท โดยนายอำคาเองให้ความสนใจและตบปากรับคำยินยอมที่จะถูกว่าจ้างให้ไปเป็นผู้ต้องหาติดคุกแทน จากนั้นวันต่อมาลูกสาวของตนก็พานายอำคาไปทำสัญญาเอกสารและเข้ามอบตัวต่อร้อยเวรเจ้าของคดีที่ สภ.ศรีบุญเรือง ว่าเป็นคนขับรถบรรทุกอ้อยเกินน้ำหนักที่กฎหมายกำหนดและรอขึ้นศาล

ส่วนตัวตนนั้นไม่ทราบรายละเอียดว่า ลูกสาวไปรับเงินค่าจ้างเพื่อมาจ้างนายอำคาให้เป็นผู้ต้องหามาจากใครที่ไหน ทราบเพียงว่าลูกสาวเป็นนายหน้าที่มาติดต่อหาคนให้อีกทอดหนึ่งเท่านั้น ส่วนรายละเอียดจำนวนเงินและการโอนเงินค่าจ้างผู้ต้องหานั้น ตนก็ไม่ทราบรายละเอียด ภายหลังจากที่พี่สาวของนายอำคาไม่พอใจและไม่ยินยอมที่จะให้นายอำคามารับจ้างเป็นผู้ต้องหา จึงมีการผิดสัญญากัน จนกระทั่งเกิดการทะเลาะมีปากเสียงกันแล้วก็แยกย้ายกันไป

นายนิติธร แก้วโต หรือ เจมส์ ทนายความ

อย่างไรก็ตาม นายนิติธร แก้วโต หรือ เจมส์ ทนายความ เปิดเผยว่า การจ้างวานให้รับโทษแทน ผู้เกี่ยวข้องมีโทษในฐานเป็นตัวการร่วมกระทำความผิด ทั้งการละเมิดอำนาจศาล การเบิกความเท็จ การแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน หากเบิกความเท็จในชั้นศาล หากมีการซัดทอดไปถึงคนว่าจ้าง เป็นผู้จ้างให้ผู้อื่นกระทำความผิด จะต้องได้รับโทษเสมือนเป็นผู้กระทำความผิด หรืออาจต้องรับโทษหนักกว่า

นอกจากนี้ หากมีการสืบสวนแล้วว่า คนที่รับจ้างไม่ได้เป็นคนกระทำความผิดจริง ก็จะมีการสอบสวนอีกครั้ง เพื่อให้ได้รับโทษในส่วนอื่นที่ทำผิด เช่น การละเมิดอำนาจศาล การเบิกความเท็จ หรือแจ้งความเท็จ

 

keyboard_arrow_up