สั่งย้าย! จนท. ม.ราม คลิปฉาวตบ นศ. หัวหน้ายันเรียบร้อย เป็นการ์ด กปปส. เรื่องส่วนตัว (คลิป)

กรณีเพจเฟซบุ๊ก “นิติศาสตร์รามเพื่อนเรียน” ได้โพสต์คลิปที่มีชายคนหนึ่งถูกอ้างว่า เป็นเจ้าหน้าที่สังกัดกองกิจการนักศึกษาของมหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้เข้าทำร้ายร่างกายนักศึกษา เนื่องจากไม่พอใจที่นักศึกษากลุ่มนี้ออกมารณรงค์ให้คนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง สภานักศึกษาภายในของมหาวิทยาลัย ซึ่งภายในคลิป เจ้าหน้าที่รายดังกล่าวยังพูดด้วยว่า “มึงตาย มึงตาย เดี๋ยวกูยิงเลย” (อ่าน : เดือดกลางมหา’ลัย! จนท.กองกิจฯ ทำร้ายนักศึกษา ฉุนรณรงค์เลือกตั้ง อศมร. ไม่ใช่หน้าที่)

วันที่ 8 ก.พ. 62 ว่าที่พันตรีโยธิน ไพรพนานนท์ ผู้อำนวยการกองกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยรามคำแหง เปิดเผยว่า เหตุทะเลาะวิวาทดังกล่าว เกิดจากความเข้าใจผิด เพราะระเบียบได้กำหนดชัดเจน การรณรงค์เลือกตั้งจะต้องดำเนินการก่อนถึงวันเลือกตั้ง 1 วัน คือ ช่วงเวลา 16.00 น. ของวันที่ 6 ก.พ. เพราะวันที่ 7 ก.พ. คือวันที่จะต้องออกไปใช้สิทธิ แต่นักศึกษากลุ่มดังกล่าวรณรงค์ให้ออกไปใช้สิทธิในเวลา 11.00 น. ของวันเลือกตั้ง จึงถือว่าผิดระเบียบการเลือกตั้ง ดังนั้นในฐานะเจ้าหน้าที่กองกิจการนักศึกษา จึงได้เข้าไปว่ากล่าวตักเตือน และเกิดเหตุทะเลาะวิวาทขึ้นตามคลิป

ว่าที่พันตรีโยธิน ไพรพนานนท์ ผอ.กองกิจการนักศึกษา ม.รามคำแหง

โดยเบื้องต้น อธิการบดีมหาวิทยาลัยฯ ได้มีคำสั่งย้ายเจ้าหน้าที่รายดังกล่าวไปสังกัดกองงานอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับกิจการนักศึกษา เพราะมหาวิทยาลัยได้ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง ใช้เวลา 2 สัปดาห์ และจะเชิญบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงพยานทั้งหมดเข้ามาให้ข้อมูล ยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย

ภาพขณะเจ้าหน้าที่ของกองกิจฯ ร่วมเคลื่อนไหวทางการเมือง

ส่วนกรณีพฤติกรรมส่วนตัวของเจ้าหน้าที่คนดังกล่าว ที่อดีตเคยร่วมชุมนุมทางนั้น ว่าที่พันตรีโยธิน บอกว่า เรื่องที่มีส่วนเกี่ยวข้องทางการเมืองหรือเคยเคลื่อนไหวทางการเมืองหรือไม่นั้นเป็นเรื่องส่วนตัว ซึ่งมหาวิทยาลัยไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ตั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมส่วนบุคคล

นายสิรวิชน์ สาวัน ผู้บังคับบัญชาเจ้าหน้าที่คนก่อเหตุ

ด้านนายสิรวิชน์ สาวัน ผู้บังคับบัญชาเจ้าหน้าที่คนก่อเหตุ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่คนนี้มีนิสัยใจคอปกติ เงียบๆ นิ่งๆ แต่ชอบพูดเสียงดัง จึงทำให้คนที่อยู่รอบข้างมักเข้าใจผิดว่ากำลังหาเรื่องกันอยู่ แต่ถ้าเป็นเพื่อนร่วมงานที่เคยทำงานด้วยกันก็จะเข้าใจ เจ้าตัวเป็นคนรักความยุติธรรม และไม่พบว่ามีปากเสียงกับใครมาก่อน แม้ว่าในอดีตจะเคยเข้าไปร่วมในกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมือง แต่ก็ไม่เคยนำเอาพฤติกรรมมาใช้ในการปฏิบัติงาน ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นก็เชื่อว่าไม่ใช่เป็นการห้ามไม่ให้มีประชาธิปไตยในมหาวิทยาลัย เพราะเจ้าตัวก็ไม่มีเจตนาที่จะทำร้ายมหาวิทยาลัย เนื่องจากจบปริญญาตรีและปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้

ซึ่งหลังจากเหตุการณ์เกิดขึ้นครั้งนี้ ยอมรับว่ายังไม่ได้มีการพูดคุยกับเจ้าตัว คาดว่าอยู่ระหว่างพักผ่อนส่วนตัว แต่เบื้องต้นทราบว่าเจ้าตัวได้เดินทางเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจสน.หัวหมาก ในคดีทำร้ายร่างกายแล้ว

ทั้งนี้ กลุ่มนักศึกษาที่อยู่ในจุดเกิดเหตุ ซึ่งอยู่ระหว่างเดินทางนี้กลับต่างจังหวัด ยืนยันว่าได้มีการแจ้งความลงบันทึกประจำวันเอาไว้แล้วด้วยเช่นกัน เบื้องต้นเป็นการแจ้งข้อหาทะเลาะวิวาท โดยตำรวจจะเรียกทั้ง 2 ฝ่ายเข้ามาสอบปากคำต่อไป

keyboard_arrow_up