เพื่อนบ้านผวา ผีชายเกาหลีเฮี้ยนถูกหั่นศพ แฉวันยัดถุงทิ้ง ออกบ้านแต่เช้ามืด (คลิป)

กรณีพบศพนายโซ มายฮูน อายุ 38 ปี ชาวเกาหลีใต้ ถูกหั่นแยกชิ้นส่วนในป่า จ.ระยอง เมื่อวันที่ 21 ม.ค. 62 และทราบว่าผู้ตายเคยถูกจับกุมคดีการพนัน เมื่อ พ.ศ.2558 (อ่าน : ชัดแล้ว! ฆ่าสยองหั่นศพยัดถุงดำเป็นหนุ่มเกาหลี – คนแฉเห็นรถติดฟิล์มดำ มีพิรุธ)

วันที่ 24 ม.ค. 62 เจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย นำตัวนายคิม แฮอุน อายุ 32 ปี ชาวเกาหลีใต้ ผู้ต้องหาร่วมกันฆ่าหั่นศพนายโซ มายฮูน มาส่งมอบให้กับตำรวจกองปราบปราม โดยผู้ต้องหายอมรับว่าได้ถูกมือฆ่าอีกสองคนบังคับให้หั่นศพผู้ตาย หากไม่ทำตามจะถูกฆ่าด้วย เจ้าตัวจึงได้ติดต่อไปสถานทูตฯ เพื่อขอคำปรึกษา ก่อนจะมีการเข้ามอบตัว

นายคิม แฮอุน ผู้ต้องหาาวเกาหลีใต้

โดยนายฮอง จุน คิม ให้การว่า ขณะเกิดเหตุไม่ได้อยู่บริเวณที่มีการฆ่านายซอย มยอง ฮุน แต่อยู่ที่ชั้น 3 ของบ้าน ภายหลังเมื่อเดินลงมาจึงพบว่านายคิม ซาง อุน แทงผู้ตายแล้ว จากนั้นตนก็ช่วยกันลากศพเข้าไปในห้องน้ำ เพื่อปล่อยทิ้งไว้ให้เลือดไหลออกจากศพหมดตัวเสียก่อน จากนั้นจึงนำศพไปไว้อีกห้องหนึ่ง โดยเปิดเครื่องปรับอากาศทิ้งไว้ตลอดเวลา เพื่อไม่ให้มีกลิ่น กระทั่งครบ 3 วัน จึงทำการชำแหละศพของผู้ตาย และนำศพไปโยนทิ้งเมื่อวันที่ 19 ม.ค. (อ่าน : รวบหนุ่มร่วมฆ่าชายเกาหลี อ้างถูกบังคับให้หั่นศพ ปัดสังหาร – ตร.ล่าเพื่อนร่วมแก๊ง )

ภาพจำลองเหตุการณ์

วันที่ 24 ม.ค. 62 พลตำรวจเอกชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยนายตำรวจระดับสูงภาค 2 และในจังหวัดระยอง เดินทางตวจสอบทาวน์โฮม 3 ชั้น ซึ่งเป็นที่เกิดเหตุฆ่าหั่นศพนายโซ มายฮูน จากนั้นผู้ก่อเหตุได้นำชิ้นส่วนศพ ประกอบด้วย ลำตัว แขนซ้าย และขาทั้ง 2 ข้าง ไปทิ้งในป่าสงวนแห่งชาติหมู่ 2 ต.เนินพระ ซึ่งอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 3 กิโลเมตร จากนั้นคนร้ายได้นำศีรษะและแขนขวา ไปโยนทิ้งทะเลบริเวณหมู่บ้านประมงอ่าวตากวน ต.มาบตาพุด ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านที่เกิดเหตุประมาณ 12 กิโลเมตร

ภาพแสดงเส้นทางจุดฆ่าหันศพไปถึงจุดทิ้งชิ้นส่วนศพ

ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ลงพื้นที่บ้านทาวน์โฮม 3 ชั้น ภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง พื้นที่ ต.เนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง โดยพบว่า เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้ลงตรวจสถานที่เกิดเหตุ เพื่อเก็บหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ภายในบ้าน ขณะที่ภายในบ้านยังมีเสื้อผ้าและเครื่องใช้ส่วนตัวของกลุ่มผู้ก่อเหตุไม่ได้นำออกไป นอกจากนี้ พบว่ามีคราบเลือดซึ่งคาดว่าเป็นของผู้ตาย ติดอยู่ที่กางเกงและผ้าขนหนูด้วย

หลักฐานที่พบในบ้านพัก

โดย นายธิติกร ศิริคำ เพื่อนบ้านที่เกิดเหตุ เปิดเผยว่า เจ้าของบ้านที่เกิดเหตุเป็นคนไทย โดยซื้อบ้านหลังนี้ไว้ปล่อยเช่า ตนเห็นกลุ่มผู้เช่าบ้านชาวเกาหลีใต้เข้ามาพักอาศัยเมื่อตอนต้นปี คาดว่าเป็นกลุ่มเดียวกันกับที่เคยมาเช่าเมื่อหลายปีก่อน ตนคิดว่าคนกลุ่มนี้เข้ามาทำงานที่โรงงานอุตสาหกรรม จึงไม่ได้เห็นว่ามีอะไรผิดสังเกต โดยพวกเขาจะไม่สุงสิงกับลูกบ้านคนอื่น

นายธิติกร ศิริคำ เพื่อนบ้าน

สำหรับวันเกิดเหตุ ตนเองไม่ได้ยินเสียงอะไรผิดปกติ บรรยากาศค่อนข้างเงียบ เพราะลูกบ้านต่างคนต่างอยู่ ตนไม่ได้ยินว่ามีปากเสียงชกต่อยกัน โดยหลังเกิดเหตุก็ยังเห็นว่าบ้านหลังดังกล่าวมีการเปิดไฟส่องสว่างทั้งชั้นล่างและชั้นที่สอง และเท่าที่สังเกต ชาวเกาหลีกลุ่มนี้เข้ามาพักกันจำนวน 2-3 คน แต่ไม่เคยเห็นมีพวกกลุ่มเพื่อนเข้ามาหาแต่อย่างใด

ขณะนี้ตนยอมรับว่า เมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ก็รู้สึกกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของคนในหมู่บ้าน และต้องการให้มีมาตรการความปลอดภัยมากกว่านี้ ตนคิดว่าเจ้าของบ้านอาจไม่ทราบมาก่อนว่ากลุ่มผู้ต้องหาหรือผู้ตายมีประวัติติดแบล็กลิสต์มาก่อน หากเป็นไปได้ก็ต้องการให้มีการตรวจสอบประวัติผู้เช่าก่อน จะได้ไม่เป็นปัญหาภายหลัง ส่วนตัวตั้งแต่เกิดเหตุยังไม่เห็นว่ามีวิญญาณของผู้ตายแต่อย่างใด แต่ทางความรู้สึกของคนในหมู่บ้านขณะนี้ก็ค่อนข้างหวาดกลัว รวมถึงมีพูดคุยกันว่าจะมีการทำบุญหมู่บ้าน และทำบุญให้กับผู้ตายด้วย

นางสาวใหม่ (นามสมมติ) เพื่อนบ้าน

ด้านนางสาวใหม่ (นามสมมติ) เพื่อนบ้านอีกราย เปิดเผยว่า ตนเองซื้อบ้านอยู่มา 7 ปีแล้ว โดยช่วงที่พวกกลุ่มผู้ก่อเหตุเข้ามาพักอยู่ ตนไม่เคยได้ยินเขาชกต่อยหรือมีปากเสียงกัน กระทั่งตนรู้สึกผิดสังเกต เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (19 ม.ค.) เวลา 04.00 น. ขณะตนกลับมาจากงานเลี้ยง พบว่าที่หน้าบ้านเกิดเหตุมีกลุ่มวัยรุ่นออกมายืนกันอยู่บริเวณที่จอดรถหน้าบ้าน ประตูรั้วได้เปิดไว้ ตนจึงรู้สึกสงสัย แต่ก็ไม่ได้สังเกตอะไร

ส่วนตัวยอมรับว่าเมื่อเกิดเหตุแบบนี้ก็รู้สึกกลัวสิ่งที่มองไม่เห็น ตนก็เพิ่งซื้อบ้านใหม่ ไม่เคยมีเรื่องแบบนี้มาก่อน แต่เมื่อทราบว่าจับผู้ก่อเหตุได้แล้วทั้งหมดก็รู้สึกสบายใจขึ้น เพราะเกรงว่าหากยังจับไม่ได้ ผู้ก่อเหตุอาจจะกลับมาบ้านเช่า หรือไปแอบในบ้านที่ไม่มีคนพักอาศัยเพื่อซ่อนตัว

ทั้งนี้ ตนต้องการให้เจ้าของบ้านที่ปล่อยเช่า มีการตรวจสอบประวัติผู้เช่าบ้านด้วย เพราะตนก็ไม่เคยทราบว่าผู้ก่อเหตุมีประวัติติดแบล็กลิสต์มาก่อน อีกทั้งบุคลิกภายนอกของกลุ่มนี้ก็ดูไม่น่าจะเป็นคนร้าย รวมถึงขณะนี้ต้องการให้หมู่บ้านจัดพิธีอันเชิญดวงวิญญาณของผู้เสียชีวิตออกจากที่เกิดเหตุ เพราะตนยังรู้สึกกลัว แต่ก็ต้องทนอยู่ต่อ แต่หากมีวิญญาณวนเวียนอยู่ ตนคงต้องไปพึ่งพาสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาไว้บูชา

เจ้าหน้าที่จับกุมตัวนายคิม ซาง อุน

ความคืบหน้าเมื่อ เวลา 17.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราม สนธิกำลังร่วมกับตำรวจสืบสวน สภ.เมืองจันทบุรี จับกุมนายคิม ซาง อุน ชาวเกาหลีใต้ อายุ 32 ปี ผู้ต้องหาคดีฆ่าหั่นศพเพื่อรวมชาติ ได้ที่บริเวณจุดผ่านแดน ไทย-กัมพูชา บ้านผักกาด จ.จันทบุรี ส่วนรายละเอียดต่าง ๆ ตำรวจจะแถลงอย่างเป็นทางการในวันพรุ่งนี้

keyboard_arrow_up