พรรครวมพลังประชาชาติไทย โพสต์ถาม ชัชชาติ ข้าวเปลือกตันละ 1.5 แสน คืนไหวไหม!?

จากกรณีที่ นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย ได้ขึ้นเวทีกล่าวปราศรัยที่ จ.กาฬสินธุ์ โดยกล่าวถึงถึงแนวคิดการแก้ไขปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรที่ตกต่ำ ที่ความตอนหนึ่งระบุว่า…ข้าวสวยหน้าร้านราคาตันละ 5 หมื่น แต่ชาวนาขายข้าวได้ตันละไม่ถึงหมื่น ส่วนต่างนี้ที่เราต้องเอากลับคืนมาให้เกษตรกร

ล่าสุด เมื่อวันที่ 20 มกราคมที่ผ่านมา เบญญา นันทขว้าง หนึ่งในว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ปาร์ตี้ลิสต์พรรครวมพลังประชาชาติไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Benya Nandakwang โดยมีเนื้อหาดังนี้…

ขออนุญาตท้วงคุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์โดยตอบจากความรู้เบื้องต้นของคนที่ทำโครงการข้าวกับชาวนามาได้แค่ 5 ปี และทำร้านอาหารมากว่า 30 ปีข้าวเปลือก สมมุติหอมมะลิก็แล้วกันราคาขึ้นลงระหว่าง แปดพันถึงหมื่นกว่าเรามาลองเอาตัวเลขตุ๊กตาคุ้นๆ สมัยรัฐบาลใครก็ไม่รู้ คือตันละหมื่นห้ามาลองคำนวณข้าวเปลือกเมื่อสีเป็นข้าวสาร จะเสียน้ำหนักไปครึ่งต่อครึ่งแสดงว่า ถ้าเปลือก 15000สีเป็นข้าวสารคือ 30000เท่ากับต้นทุนข้าวสารตกกิโลละ 30 บาท ยังไม่รวมค่าสี แพ็ค ซีล และขนส่ง บวกไปโลละ 5 บาทบวกกำไรของพ่อค้าคนกลางมายันค้าปลีก แบรนด์ดิ้งต่างๆ ตกโลละห้าสิบกว่าข้าวสารกิโลนึงน่าจะหุงตักข้าวสวยได้สัก 20 จานก็คือต้นทุนค่าข้าวจานละ 2.5 บาทคือตันละ ห้าหมื่น ณ จุดขาย

แต่คุณชัชชาติแกพูดถึงราคาข้าวสวยที่หน้าร้านเว้ยเฮ้ย (อุ๊ย ขออภัยลืมตัว)ราคาหน้าร้านอาหารมันมีต้นทุนบานตะไทค่าเช่า ค่าแรงครัว ค่าแรงเสิร์ฟ ชุดพนักงาน แฟ้บสบู่ ค่าแอร์ น้ำไฟฟ้าค่าตกแต่งลงทุนทำร้านค่าเมนู ค่าจานชามช้อนส้อมซึ่งสวยแ_งก็หายเช็ด (ภาษาเริ่มแย่ลง)

ทำให้ โดยปกติร้านอาหารต้องคำนวณต้นทุนแล้วคูณสามเป็นอย่างต่ำ จึงจะเริ่มมีกำไร อย่าลืมว่า ขายไม่หมดก็ต้องทิ้ง ก็คือ 7.5 บาท

ถ้าโง่พอที่จะคำนวณกลับไปเป็นข้าวเปลือกคือตันละแสนห้าจ้ะคืนไหวไหมล่ะ

keyboard_arrow_up