คดีพลิก! คนอันตรายตบไถเงินชาวบ้าน ที่แท้ป่วยจิต ช็อก แม่ต้องจับล่ามโซ่ วอนสังคมหยุดด่า (คลิป)

กรณีเฟซบุ๊กส่วนตัว Peemai Arisa โพสต์เรื่องราวพร้อมภาพประกอบ อ้างว่าพบบุคคลอันตราย โดยระบุข้อความว่า “เตือนภัย ใครเดินซื้อของตลาดนำไทย ตลาดบางวัว แถวบางปะกง ระวังผู้ชายคนนี้ด้วยนะคะ โดยระหว่างเดินผ่านผู้ชายคนนี้ คือ ถีบเราเต็มแรง ถึงกับเซ ความตกใจกลัว สติแตก เรารีบเดินออกจากที่เกิดเหตุทันที โดยไม่ได้โวยวายอะไร เพราะกลัวมันทำร้ายโดยไม่มีใครช่วย” นั้น

ภาพที่ถูกแชร์ผ่านโลกออนไลน์

วันที่ 17 ม.ค. 62 ทีมข่าวเดินทางลงพื้นที่ตลาดบางวัว บางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยพบว่าบรรยากาศในตลาดวันนี้ค่อนข้างเงียบเหงา เนื่องจากไม่ใช่วันที่มีการเปิดตลาดนัด ซึ่งปกติตลาดแห่งนี้จะมีแม่ค้า และประชาชนมาชื้อขายในวันพุธ ส่วนวันทั่วไป ก็จะมีบางตา

นางนพรัตน์ ศรีวัชรนันธ์ แม่ค้าขายหมูสเต๊ะ

โดย นางนพรัตน์ ศรีวัชรนันธ์ อายุ 52 ปี แม่ค้าขายหมูสเต๊ะ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ชายในภาพ มักจะเดินขอเงินจากแม่ค้าและประชาชนในตลาดบ่อยครั้ง ซึ่งครั้งล่าสุดที่เจอคือ เมื่อประมาณเดือนก่อน โดยพฤติกรรมมาขอเงินครั้งละ 20 บาท หากไม่มีใครให้ ชายคนดังกล่าวก็จะมีลักษณะโมโหฉุนเฉียว บางครั้งก็มีต่อว่าด่าทอ “เงินแค่นี้ให้ไม่ได้หรือไง” แต่ก็ยังไม่พบพฤติกรรมรุนแรงถึงขั้นทำร้ายร่างกาย ยอมรับก่อนหน้านี้ตนเคยให้เงิน 20 บาทบ่อยครั้ง แต่เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยให้แล้ว เพราะเริ่มรู้พฤติกรรม

โดยชายคนดังกล่าวไม่ใช่ขอทาน เพราะเห็นว่าแต่งกายปกติ ใส่เสื้อยืดกางเกงขาสั้น ไม่ได้ทำตัวคล้ายคนน่าสงสาร เพียงแค่ไม่ได้สวมรองเท้าเท่านั้น ซึ่งหากดูภาพรวมก็คล้ายกับคนลักษณะสติไม่ดี แต่ทั้งนี้ คนในตลาดส่วนใหญ่จะรู้จักนิสัยใจคอของชายคนดังกล่าวเป็นอย่างดี ดังนั้น ชายคนนี้จึงเลือกขอเงินกับคนหน้าแปลก หรือคนที่เพิ่งเข้ามาที่ตลาดครั้งแรก แต่ก็ไม่พบว่าจะมีใครได้รับบาดเจ็บ เพียงแค่ถูกต่อว่าเล็กน้อย

นางสาวอาริสา สิทธิ์วงศ์ หรือ ปีใหม่ ผู้เสียหาย

ด้าน นางสาวอาริสา สิทธิ์วงศ์ หรือ ปีใหม่ อายุ 28 ปี ผู้เสียหาย เล่าเหตุการณ์ว่า ในวันที่ 27 ธ.ค. 61 ช่วงเวลาประมาณ 18.00 น. ขณะนั้นตนเองเดินทางมาจ่ายตลาดซื้อของตามปกติ ซึ่งหลังจากที่ซื้อของเสร็จแล้วได้มายืนอยู่บริเวณหน้าตลาดเพื่อรอแฟนมารับ กระทั่งมีรถเมล์สีเขียวมาจอดบริเวณป้ายรถ ใกล้ที่ตัวเองยืนอยู่ ก็มีคนลงมาจากรถจำนวนมาก

รอยช้ำที่ขา ของนางสาวอาริสา

จากนั้นชายคนหนึ่งเดินลงจากรถ และเดินผ่านเข้าไปด้านหลังที่ตลาด ก่อนจะออกจากตลาดมายืนประกบตนเองอยู่ด้านหน้า ห่างไม่ถึงเมตร และชายคนดังกล่าว ยืนไขว้เท้ากลับหลังมาเตะที่ขาตน จนเป็นรอยเขียวช้ำ ตนเองจึงเห็นท่าไม่ดี รีบวิ่งหลบไปอยู่ด้านข้างตลาด และโทรศัพท์บอกแฟน จากนั้นสังเกตได้ว่าชายคนดังกล่าวเดินหายไป ไม่รู้ว่าไปก่อเหตุกับใครอีกหรือไม่ ส่วนอาการบาดเจ็บ ล่าสุด แม้ว่าจะผ่านไปเกือบ 20 วันแล้ว ก็ยังมีรอยช้ำเขียวให้เห็นอยู่บ้าง แต่ก็เบาบางลง และมีอาการปวดเล็กน้อย ซึ่งตนทายาบรรเทาอาการเอาไว้

ภาพจำลองเหตุการณ์

ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้ ตนพยายามสอบถามพฤติกรรมจากคนในตลาด พบว่าชายคนดังกล่าวมักมีพฤติกรรมขอเงินจากคนอื่น ครั้งละ 20 บาท บางทีก็มีพฤติกรรมอื่นไม่เหมาะสม อนาจาร หรือด่าทอคนอื่น จากนั้นจึงได้ขอภาพชายคนดังกล่าวจากคนที่ถ่ายไว้ และตัดสินใจโพสต์ลงเฟซบุ๊กเพื่อเตือนสังคม จนกระทั่งมีคนมาคอมเมนต์ว่า โดนชายคนดังกล่าวกระทำลักษณะคล้ายกันจำนวนมาก

ทั้งนี้ ข้อมูลที่ทราบจากชาวบ้านก็พบว่าเป็นชายที่สติไม่ค่อยดี มักเลือกก่อเหตุในระแวกตลาด ซึ่งตอนนี้ตนเองอยู่ระหว่างการตัดสินใจ หากมีผู้เสียหายจำนวนมาก ก็จะเดินทางเข้าแจ้งความ โดยคาดว่าจะแจ้งความในวันเสาร์ ที่ 19 ม.ค. 62 เพื่อไม่อยากให้ไปก่อเหตุกับคนอื่นและมีผู้เสียหายเพิ่มขึ้นอีก พร้อมทั้งฝากถึงการระวังตัวขณะออกไปนอกบ้านว่า ให้ระวังคนแปลกหน้าหรือพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เพราะไม่รู้ว่าใครเป็นใคร

นายกอ (นามสมมติ) ผู้ก่อเหตุ

จากนั้น ทีมข่าวเดินทางไปที่บ้านของชายก่อเหตุ โดยพบว่าที่บ้านมีคนอาศัยอยู่ 4 คน คือนางเพ็ญ (นามสมมติ) แม่วัย 67 ปี ลูกชายคนโต มีลักษณะคล้ายคนสติไม่ดี วัย 43 ปี นางสาวรุ้ง ลูกสาวคนกลาง วัย 40 ปี และนายกอ (นามสมมติ) ชายสติไม่ดี ผู้ก่อเหตุ วัย 39 ปี โดยที่บ้านมีเพียงลูกสาวคนกลางที่ทำงานรับจ้างเลี้ยงครอบครัว

นายกอ (นามสมมติ) ผู้ก่อเหตุ ถูกล่ามโซ่

ทั้งนี้ พบว่านายกอ ผู้ก่อเหตุ ถูกแม่ใช้โซ่ล่ามเท้าซ้ายเอาไว้ และนายกอ นั่งอยู่บริเวณประตูทางเข้าบ้าน มีลักษณะนิ่งเฉย ใส่หน้ากากอนามัยปิดปากเอาไว้ และมีลักษณะโต้ตอบถามคำตอบคำกับทีมข่าว โดยสังเกตได้ว่าบริเวณหัวของนายกอ มีรอยแตกเป็นทางยาว บริเวณจมูกมีแผลคล้ายกับถูกทำร้ายร่างกาย

นายกอ ผู้ก่อเหตุ และนางเพ็ญ แม่ของผู้ก่อเหตุ

โดย นายกอ ผู้ก่อเหตุ และนางเพ็ญ แม่ของผู้ก่อเหตุ เปิดใจว่า ตัวเองได้มีพฤติกรรมไปขอเงินคนอื่นจริง แต่หากไม่มีคนให้ ก็ไม่ได้ทำร้ายใคร และปฏิเสธว่าไม่ได้กระทำอนาจารหรือจับนมใคร ส่วนที่มีข่าวว่าไปโชว์ของลับก็ปฏิเสธว่าไม่มี แล้วเวลาที่ออกไปขอเงิน ก็จะมักไปในตลาดสถานที่ต่าง ๆ แต่ก็จะโดนไล่บางครั้ง ที่ต้องออกไปทำแบบนี้ เพราะต้องการหาเงินให้แม่

นางเพ็ญ แม่ผู้ก่อเหตุ พูดแทรกขึ้นว่า “ไม่มี ไม่เห็นเอาเงินมาให้” ตนเองก็เพิ่งจะพาไปโรงพยาบาลตรวจประสาทมา ยอมรับว่าการดูแลควบคุมมีความยากลำบาก เพราะว่าหากลูกเผลอก็จะออกจากบ้านไปก่อเรื่องทุกที ตนเองจึงต้องใช้วิธีการล่ามโซ่ไว้ เข้าใจและสงสาร แต่ก็เป็นวิธีการเดียวที่จะทำได้ ซึ่งลูกชายจะต้องกินยาตลอด เพื่อให้อาการดีขึ้น ไม่ขาดสติ ซึ่งพฤติกรรมของลูกชายยอมรับว่าเป็นมาตั้งแต่เด็ก แต่มีความรุนแรงมากขึ้นตอนโต

ซึ่งตนก็รู้สึกเป็นห่วงทุกครั้งที่ลูกชายหนีออกไปก่อเหตุแบบนี้ กลัวว่าจะมีคนทำร้าย หรือตีจนตาย เพราะด้วยความสติไม่ดี แต่ตัวเองก็รู้สึกโกรธลูกชายที่ออกไป พฤติกรรมทั้งหมดที่ลูกก่อเหตุเอาไว้ ทั้งโชว์ของลับ ไปขอเงิน หรือทำร้ายคนอื่น ตนขอโทษแทนลูกชายที่ไปกระทำพฤติกรรมดังกล่าว จากนี้ตัวเองจะดูแลลูกอย่างดี ไม่ปล่อยให้ออกไปก่อเหตุอีกแล้ว

keyboard_arrow_up