แม่ค้าร่ำไห้! รถพุ่งชนร้านพังไร้ที่ทำกิน คู่กรณียอมรับผิดแล้ว ขอไกล่เกลี่ยซ่อมร้านให้ (คลิป)

กรณีรถยนต์พุ่งชนร้านค้า ริมถนนเจษฎาวิถี จ.สมุทรสาคร เสียหายเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคมที่ผ่านมา ผ่านมาเกือบ 1 สัปดาห์ยังหาข้อตกลงระหว่างเจ้าของรถและผู้เสียหายไม่ได้นั้น

ความคืบหน้าเจ้าของรถยนต์ยืนยันกับ ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ว่า ยอมรับผิด และพร้อมเยียวยาผู้เสียหายตามความเป็นจริง โดยคุณเอ (นามสมมุติ) อายุ 29 ปี แฟนของคนขับรถยนต์ สีดำ ที่พุ่งชนร้านค้าของคุณอรวรรณ จันทร์ประเสริฐ บอกว่า แฟนของเธอติดงาน รับติดแอร์ไว้ โดยได้ให้เธอมาอธิบายข้อมูลกับทีมข่าวก่อนว่า วันเกิดเหตุแฟนกำลังเดินทางมารับเธอที่ทำงานที่ซอยพันท้ายนรสิงห์ โดยใช้เส้นทางถนนเจษฎาวิถี และเพราะเป็นคนต่างพื้นที่ที่เพิ่งย้ายมาอยู่แถวนี้จึงไม่ชินเส้นทาง และเกิดอุบัติเหตุดังกล่าว

คุณเอ ยอมรับว่า ยินดีทำตามข้อเสนอที่ผู้เสียหายแจ้งมา ส่วนหนึ่งเพราะเข้าใจว่าต้องขาดรายได้ ที่สำคัญคือ ข้าวของเครื่องใช้เสียหายทั้งหมด เธอจึงลงบันทึกประจำวันรับข้อเสนอจ่ายเงิน 2 งวด แต่พยายามหาเงินก้อน จำนวน 15,000 บาทมาจ่ายงวดแรกแล้ว ไม่มีจริงๆ รวมถึงหลังกลับจากสถานีตำรวจแล้วติดต่อแฟนได้ จึงสอบถามว่าหนีจริงไหม แฟนคุณเอ ยืนยันว่าไม่ได้หนี แต่ขับรถมารับคุณเอ เพื่อให้มายืนยันว่ารถมีเจ้าของ เพราะแฟนคุณเอกระเป๋าเงินหาย จึงไม่มีเอกสารใดๆ มายืนยันกับผู้เสียหายและตำรวจ

ทั้งนี้พวกเขาได้ตัดสินใจที่จะขอไกล่เกลี่ยกับผู้เสียหายใหม่ ด้วยข้อเสนอขอซ่อมแซมร้านให้ ซึ่งหากผู้เสียหายยินดีรับ ก็สามารถซ่อมเสร็จภายใน 1-2 วัน โดยเตรียมมอบเงินชดเชยรายได้ให้ด้วยจำนวนหนึ่ง แต่ไม่ถึง 3 หมื่นบาท ซึ่งผู้เสียหายไม่รับข้อเสนอนี้ จึงยังเคลียร์ปัญหากันไม่ได้

คุณเอ บอกว่า การพูดว่าอยากได้ให้ไปฟ้องศาลเอา ไม่มั่นใจว่าขณะนั้นที่แฟนพูดกับผู้เสียหายอยู่ในอารมณ์โกรธหรือไม่ แต่มั่นใจว่าไม่ได้ดูถูกร้านค้าของผู้เสียหาย และเข้าใจถึงความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น พร้อมดูแลและชดเชยเยียวยาผู้เสียหาย เพราะฝ่ายตนเป็นคนผิด ซึ่งการนัดไกล่เกลี่ยวันที่ 13 กรกฎาคมนี้ ก็จะยื่นข้อเสนอซ่อมแซมร้าน แต่หากถูกเรียกเป็นเงิน 3 หมื่นบาท ก็ยินดีรับ แต่ต้องขอเวลาในการชำระหรือรวบรวมเงิน เพราะตนและแฟนก็มีรายได้ไม่แน่นอน

ขณะที่ผู้เสียหาย เผยว่า ตอนนี้เดือดร้อนอย่างมาก ขาดรายได้มาเกือบ 1 สัปดาห์แล้ว ต้องกู้เงินนอกระบบมาใช้ เพราะต้องใช้จ่ายทุกวัน ที่สำคัญลูกสาวคนเล็กก็ยังเรียนหนังสือ และตัวคุณอรวรรณก็เกือบต้องเสียชีวิต ตอนที่รถพุ่งชนด้วย

ทีมข่าวเดินทางไปสอบถามนายตำรวจสภ.โคกขาม ผู้รับเรื่อง ยืนยันว่า ตำรวจไม่ได้นิ่งเฉย พยายามให้ทั้ง 2 ฝ่ายได้ไกล่เกลี่ยกันให้ลงตัว และหากผู้เสียหายไม่ยินดีรับข้อเสนอของคู่กรณี ตำรวจก็จะเปรียบเทียบปรับ ข้อหาขับรถโดยประมาท ก่อนส่งสำนวนคดียื่นฟ้องต่อศาลต่อไป.

keyboard_arrow_up