พิรุธครูสอนภาษาลอบปลูกกัญชาออร์แกนิค ขนไม้เผาทิ้งถี่ – ลุงตู้ ดันเปิดขายเสรี เพื่อการแพทย์ (คลิป)

วันที่ 4 ม.ค. 62 พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. บุกเข้าตรวจค้นอาคารพาณิชย์ ย่านถนนดินแดง กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นที่พักอาศัยของนายโจเซฟ สดใสกิจ อายุ 46 ปี สัญชาติ ไทย-สหรัฐอเมริกา ครูสอนภาษาอังกฤษ โรงเรียนนานาชาติแห่งหนึ่ง หลังจากการสืบสวนขยายผลพบว่าที่นี่เป็นแหล่งผลิตกัญชาออร์แกนิค แปรรูปเป็นกัญชาอัดแท่งและสกัดน้ำ ส่งขายผ่านทางออนไลน์มานานกว่า 3 ปี โดยอาคารดังกล่าวตั้งอยู่ห่างสำนักงาน ป.ป.ส.ดินแดง 400 เมตร

เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นบ้านพักนายโจเซฟ
ห้องที่ใช้ปลูกกัญชา

จากการตรวจสอบห้องบริเวณชั้น 3 พบว่ามีการแบ่งโซนต่าง ๆ อาทิ ห้องผลิตกัญชา ห้องปลูก ห้องสกัด และห้องเก็บสินค้า ซึ่งเจ้าตัวยืนยันว่าการผลิตลักษณะนี้ เป็นการนำมาจำหน่ายเพื่อเสพ ไม่ได้ใช้ทางการแพทย์

นายเกม (นามสมมติ) ชาวบ้าน

โดย นายเกม (นามสมมติ) ชาวบ้านในละแวกดังกล่าว เปิดเผยว่า บ้านหลังดังกล่าวไม่ค่อยมีคนรู้จัก เพราะเจ้าของบ้านไม่ค่อยพูดคุยกับใคร บางทีตนก็มองว่าชายรายนี้มีพฤติกรรมที่ไม่ปกติ ในบางครั้งก็รื้อไม้ลงมาไว้ข้างล่าง แล้วนำเตามาเผา แม้แต่ถนนทางหลวงเจ้าตัวก็ยังทุบทิ้ง เพื่อจะทำเป็นทางไว้เพื่อนำรถขึ้น ตนคิดว่าขนาดกัญชายังไม่ไม่ถูกกฎหมาย เจ้าหน้าที่ก็ยังปราบไม่หมด แล้วหากเป็นเสรีจะเป็นอย่างไร

บัณฑูร นิยมาภา ประธานเครือข่ายผู้ใช้กัญชาทางการแพทย์

ด้าน นายบัณฑูร นิยมาภา หรือตู้ ในฐานะประธานเครือข่ายผู้ใช้กัญชาทางการแพทย์ เปิดเผยว่า ต้องดูเจตนาครูคนดังกล่าวว่าปลูกกัญชาไว้เพื่ออะไร หากมีพฤติกรรมปลูกหรือใช้เพื่อรักษาตนเอง ก็ยังถือว่าอนุโลมให้เป็นกรณีพิเศษ เพราะคือการเอาตัวรอดของมนุษย์ ชีวิตย่อมสำคัญกว่ากฎหมาย เว้นแต่ว่าพฤติกรรมของครูคนดังกล่าวนั้นจะปลูกไว้เพื่อจำหน่าย ก็ต้องถูกดำเนินคดี

ในฐานะเครือข่ายฯ ยังคงยืนยันแนวคิดเดิม ที่จะให้กัญชามีผลใช้ทางการแพทย์ เพราะขณะนี้กฎหมายอยู่ในระหว่างประกาศในราชกิจจานุเบกษา แต่เมื่อกฎหมายบังคับใช้แล้วก็ต้องมองถึงผลประโยชน์ที่ผู้ป่วยจะได้รับ โดยจะเป็นการลดค่าใช้จ่ายจากยาปฏิชีวนะ รวมถึงผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ต้องรับการคีโม โดยจะได้รับการรักษาผ่านตัวยาที่สกัดจากกัญชา แต่ทั้งนี้เมื่อกฎหมายมีผลแล้ว ก็ยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมของกฎหมาย ซึ่งต้องมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันควบคุมดูแล และเป็นผู้ออกใบอนุญาตให้ผู้ป่วย หรือผู้ที่ปลูกอยู่ภายใต้การควบคุม

นายบัณฑูร ยอมรับว่า กัญชาเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาอย่างช้านานตั้งแต่บรรพบุรุษ ดังนั้นการนำกลับมาอีกครั้ง แม้จะเป็นเพียงแค่ใช้ทางการแพทย์ ก็ถือว่าประชาชนจะได้รับประโยชน์จากตัวยาที่สกัดออกมา และเชื่อว่าในอนาคตประเทศไทยก็คงจะก้าวเข้าสู่ช่วงที่อนุญาตให้กัญชา เป็นกัญชาเสรีต่อไป เพราะมีหลายประเทศทำจนกระทั่งประสบความสำเร็จ และทำความเข้าใจใหม่ว่ากัญชาไม่ใช่พืชยาเสพติด

สำหรับแนวคิดของบางกลุ่ม ที่คัดค้านกัญชาเป็นยาทางการแพทย์นั้น ยอมรับว่าเป็นเรื่องที่ผิด เพราะหากย้อนไปในอดีต จะเห็นได้ว่ากัญชาไม่เคยสร้างความเดือดร้อนเสียหายให้กับใคร และถึงเวลาแล้วที่กัญชาจะกลับมาถูกต้องตามกฎหมายอีกครั้ง

keyboard_arrow_up