มือยิงควายเปิดพื้นที่ 50 ไร่ ชี้จุดถูกระราน จ่อขายทิ้งถ้าเหลืออด – คนเลี้ยงโต้ยิบ ขึงเชือกกัน (คลิป)

จากกรณีเกิดเหตุชาวบ้านในพื้นที่ อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี ถูกเพื่อนบ้านยิงควายที่เลี้ยง หลังควายข้ามไปกินหญ้าในที่ดินของอีกฝ่าย ทำให้ควายตายไป 1 ตัว และอีกตัวมีอาการบาดเจ็บบริเวณขา โดยเหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 61

นายพีรพงษ์ พงษ์วัฒนกุล ผู้ยิงควาย

วันที่ 29 ธ.ค 61 ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี เดินทางมาที่ หมู่.4 ต.ทุ่งขวาง อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี นายพีรพงษ์ พงษ์วัฒนกุล ผู้ยิงควาย เปิดเผยว่า ตนเองมีพื้นที่ 50 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่บ้านและทำเกษตรกรรม โดยเมื่อหลายปีก่อนบริเวณด้านขวาของบ้านซึ่งเป็นเล้าเป็ดเล้าไก่นั้นยังไม่มีการสร้างรั้ว โดยตอนนั้นพ่อตาของตนเลี้ยงไก่ไว้จำนวนหนึ่ง แต่ไก่ก็หายออกไปประมาณ 10 ตัว ซึ่งเป็นการค่อยๆทยอยหายทีละตัวสองตัว ตรงนี้ตนไม่ทราบว่าใครเป็นคนขโมย และก็ยังมีสุนัขจากบ้านของนายสมนึกที่เข้ามากัดเป็ดของตนทำให้เป็ดตกใจ ไม่ออกไข่ และตาย

แนวรั้วกั้นพื้นที่เกษตรกรรมของนายพีรพงษ์

นายพีรพงษ์ พาทีมข่าวเดินมาดูรั้วลวดหนามที่อยู่ถัดมาจากรั้วสังกะสี และเล่าให้ฟังว่า ก็จะมามีปัญหากับบ้านของนายสมนึกอีกครั้ง ในเรื่องของการที่นายสมนึกปลูกต้นกล้วย ชิดกับริมรั้วรวดหนามของตน ที่อยู่ถัดออกมาจากรั้วสังกะสีอีก 146 เมตร ซึ่งบริเวณนี้จะเป็นพื้นที่ที่ตนเองก็ไว้ปลูกกล้วยเหมือนกันแต่ไม่ได้ปลูกติดรั้ว และจะเป็นหญ้ารก โดยตนคาดว่าอีกไม่นานต้นกล้วยแตกหน่อออกมาจะทำให้รั้วลวดหนามของตนนั้นพังลง ซึ่งคาดว่าจะต้องมีปัญหากับบ้านนายสมนึกอีกแน่นอน ช่วงปี 53 ตนเองเคยเลี้ยงหมู และพบว่าขโมยลักหมูของตนไปเมื่อนับรวมแล้วประมาณเกือบร้อยตัว

สาเหตุที่ให้ลูกสาวออกไปจากบ้านเพราะเคยมีอยู่ครั้งหนึ่งที่ลูกของนายสมนึก เดินเข้ามาในบ้านโดยที่ไม่มีใครอนุญาต ตนเลยให้ลูกสาวไปอยู่ที่อื่นเพื่อเป็นการกันไว้ดีกว่าแก้ตนเองเจอกับปัญหาเกี่ยวกับเพื่อนบ้านแบบนี้มาหลายปี และรู้สึกว่าจะกลายเป็นภาระแล้วถ้าวันหนึ่งตนเองแบกเรื่องทั้งหมดนี้ไม่ไหวอีกต่อไป ก็อาจจะต้องประกาศขายบ้านและไร่ซึ่งอยู่ในราคาที่ทั้งคนซื้อและคนขายพอใจ ถ้าถึงตอนนั้นแล้วยังมีปัญหาอยู่ก็คงจะตัดสินใจถอยออกไป ส่วนตอนนี้ก็อยากจะขอสู้ไปก่อน

เชือกสีแดงที่ผูกถุงพลาสติก

นอกจากนี้ นายพีรพงษ์ยังพาทีมข่าวไปดูจุดที่นายสมนึกผูกเปลนอนตอนเฝ้าควายก็พบว่าไม่มีเหลืออยู่แล้ว และก็พบว่านายสมนึกนำเชือกสีแดงที่ผูกถุงพลาสติก มาผูกกั้นเป็นรั้วแนวยาวเพื่อกันควายออกมารุกล้ำพื้นที่ของตนเท่านั้น

ด้าน นายสมนึก คำบุบผา ผู้ที่ดูแลควาย เผยว่า ตนเองเลี้ยงควายอยู่ที่บริเวณนี้มาเป็นเวลากว่า 10 ปี ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีเหตุการณ์ที่ควายจะเข้าไปทำอะไรให้แปลงเกษตรของนายพีระพงษ์เสียหาย โดยตนก็ดูแลควายโดยให้หากินตามธรรมชาติ โดยตนเองยอมรับว่าในบางครั้งอาจตะเผลอเรอไปบ้าง ทำให้ควายเข้าไปในที่ของนายพีระพงษ์แต่ตนก็จะรีบเข้ามาไล่ควายลงไปทุกครั้ง

นายสมนึก คำบุบผา ผู้ที่ดูแลควาย

นายสมนึก ปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่ได้ปล่อยให้ควายเข้าไปพังรั้วของนายพีรพงษ์ และบอกว่ารั้วดังกล่าวนั้นพังเองเนื่องจากเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมเมื่อปี 54 ส่วนที่ควายสามารถเข้าไปในแปลงเกษตรนั้นได้ก็ไม่ได้ไปสร้างความเสียหายอะไรมากมายนัก เพียงแค่เข้าไปหาถูต้นข่อยที่ขึ้นตามธรรมชาติ และเข้าไปกินหญ้า กินน้ำในบ่อปลาบ้างบางครั้ง

ซึ่งก่อนหน้านี้นายพีระพงษ์ไม่เคยมาเตือนตนในเรื่องของควายรุกล้ำที่เข้าไปในแปลงเกษตร และไม่เคยพูดคุยกันเลย ซึ่งตอนที่ทราบว่าควายถูกยิงก็ทั้งรู้สึกตกใจและเสียใจว่าทำไมถึงทำกันขนาดนี้ ส่วนค่าเสียหายจำนวนเงิน 60,000 บาทแต่ก็ยังไม่ได้เงินจำนวนนี้มาแต่อย่างใด

ทั้งนี้ตนเองก็จะไม่ได้มีการเปลี่ยนที่เลี้ยงควายทั้ง 13 ตัว แต่อย่างใด เพียงแค่จะมีการกั้นรั้วลวดหนามตามแนวเชือกสีแดงที่ได้ไปผูกเอาไว้ โดยจะขุดหลุมฝังเสาและเอาลวดหนามล้อมไม่ให้ควายลอดออกไปได้ โดยตนเองมั่นใจว่าหลังจากนี้ควายจะไม่เข้าไปในพื้นที่แปลงเกษตรดังกล่าวอีกเพราะจะลงมือกั้นรั้วแล้ว ถ้ามีคราวนี้คงจะเป็นคนมาแกล้งตัดรั้วมากกว่า ฝากบอกนายพีรพงษ์ว่าถ้าอะไรทำให้ไม่พอใจก็จะแก้ปัญหาให้และหลังจากนี้ถ้ามีอะไรขอให้มาคุยกันดี ๆ ว่าตั้งใจปล่อยควายให้หลุดไปหรือไม่

keyboard_arrow_up