รณณรงค์ ชี้ “ลีน่าจัง” ปรี๊ดแตกฟ้อง รปภ.ห้างค้นกระเป๋าทำได้ แต่ไม่ให้ตรวจควรอยู่บ้าน (คลิป)

จากกรณี นางลีนา จังจรรจา ได้เฟซบุ๊กไลฟ์กลางห้างสรรพสินค้าชื่อดังใจกลางเมือง พร้อมทั้งได้โทรศัพท์ไปยังคอลเซ็นเตอร์ของห้าง เพื่อบอกเล่าเรื่องราวความไม่พอใจที่มีต่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของห้าง หลังจากถูกค้นกระเป๋าก่อนเข้าห้างสรรพสินค้า ใช้คำพูดทำนองว่า “ฉันเหมือนโจรตรงไหน ถึงต้องค้นกระเป๋าขนาดนี้ ฉันไปห้างทั่วโลก ไม่เคยมีใครมาทำลักษณะนี้ ต้องเรียกเขามาขอโทษฉัน ไม่ให้เกียรติ ฉันถือกระเป๋าสองใบก็เป็นแสนกว่าบาท แว่นอีกหมื่นกว่าบาท ถ้าเขาตรวจตามหน้าที่ฉันก็ไม่คิดขวาง ถ้าตรวจทุกคนนี่ตรวจฉันคนเดียว แล้วยังบอกว่าเปิด! ด้วยน้ำเสียงไม่สุภาพ การทำแบบนี้ไม่เหมาะสม พูดจากับคนที่มาเที่ยวห้างต้องพูดให้สุภาพ”

นางลีนา จังจรรจา หรือ ลีน่าจัง

ความคืบหน้าวันที่ 15 ธ.ค. 61 ที่ห้างสรรพสินค้าจุดเกิดเหตุ โดยเจ้าหน้าที่จุดที่เกิดเรื่องให้ข้อมูลว่า ตนเองไม่ใช่บุคคลในคลิป ซึ่งวันนี้พนักงานในคลิปไม่ได้มาทำงาน ส่วนตัวไม่ทราบรายละเอียดว่าห้างฯ ดำเนินการอย่างไร เพียงมีคำสั่งให้ตนมาประจำจุดนี้แทนไปก่อน ส่วนพนักงานในคลิปตนเองไม่ได้สนิท เนื่องจากเพิ่งมาทำงานไม่นาน อีกทั้งเวลาทำงานจะอยู่คนละจุด จึงไม่ค่อยได้เจอกัน ทั้งนี้ การตรวจค้นทรัพย์ ปกติจะทำการตรวจเฉพาะบุคคลที่มีของเยอะ หรือดูจากรูปร่าง ลักษณะของผู้มาใช้บริการ จะไม่ตรวจทุกคนที่เข้าออก หรือตรวจเมื่อเครื่องตรวจส่งสัญญานเตือน

บรรยากาศจุดตรวจค้นบริเวณห้างฯ

ด้านนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความ กล่าวว่า กรณีนี้ตนมองว่าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้ให้บริการดูแลความปลอดภัย ซึ่งเป็นเงื่อนไขของห้างสรรพสินค้าในการให้บริการ เพื่อตรวจสอบป้องกันคนร้ายเข้ามาก่อความไม่สงบ หรือวางวัตถุระเบิด และจะขอตรวจค้นใครเป็นพิเศษย่อมทำได้ หากประเมินแล้วว่าต้องสงสัย มีความเสี่ยง อันเป็นเงื่อนไขต่อการให้บริการของห้างฯ โดยการที่เจ้าหน้าที่รปภ.เรียกตรวจ เพราะมองว่า ลีน่าจังมีลักษณะน่าสงสัย อันอาจจะเกิดจากลักษณะการแต่งกาย อาทิ สวมแว่นตา หิ้วกระเป๋าจำนวนหลายใบ หากคุณลีน่าไม่ต้องการให้ค้นตัว ก็ไม่ต้องเข้าใช้บริการห้างฯ เพราะแม้กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเองเรียกตรวจค้น ก็เพราะมีเหตุต้องสงสัยทั้งนั้น

นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความ

ส่วนที่คุณลีน่าจัง จะดำเนินการฟ้องร้องกับทางตัวเจ้าหน้าที่ รปภ. เป็นสิทธิ์ทำได้ และมองว่าอาจจะฟ้องในเรื่องการละเมิดสิทธิ์ ทำให้อับอาย เสื่อมเสียชื่อเสียง หรือแม้การระบุว่าพนักงานพูดจาไม่ดี ก็ต้องดูว่าไม่ดีขนาดไหนด้วย แต่ทั้งนี้เชื่อว่าศาลก็จะยกฟ้อง เพราะส่วนตัวตนมองว่าเรื่องดังกล่าวไม่ผิด

keyboard_arrow_up