เมียชี้พิรุธ ผัวถูกวิสามัญมีเงื่อนงำ ยันไม่เกี่ยวค้ายา เชื่อโดนเก็บ หวั่นความลับรั่ว (คลิป)

จากกรณี น.ส.ฐานิศ หริกจันทร์ หรือ ครูแตง นำเอกสารเข้าร้องเรียนครั้งที่ 2 กับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. หลังเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมในคดีที่นายประภวิษณุ์ บุญเนือง สามี ซึ่งประกอบอาชีพหมอดูไพ่ยิปซีชื่อดัง ในจังหวัดนครศรีธรรมราช ถูกตำรวจวิสามัญเสียชีวิต เมื่อวันที่ 1 พ.ค. ที่ผ่านมา

น.ส.ฐานิศ เดินทางเข้ามอบหนังสือร้องเรียน

น.ส.ฐานิศ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 30 เม.ย ตนมีปัญหากับสามี และออกจากบ้านไปทำธุระนอกบ้าน เมื่อกลับมาพบว่าโน้ตบุ๊ก กับกุญแจสำรองรถยนต์ของตนหายไป จึงเข้าแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยก่อนแจ้งความ ตนโทรศัพท์หาสามีเพื่อสอบถาม แต่เจ้าตัวไม่รับโทรศัพท์

น.ส.ฐานิศ หริกจันทร์ ผู้ร้องเรียน

วันต่อมา (1 พ.ค.) ตำรวจสืบสวน ซึ่งเป็นชุดปปส. ของ สภ.พรหมคีรี เข้ามาตรวจค้นที่บ้านเพื่อหาลายนิ้วมือของคนร้าย ระหว่างนั้นสามีโทรมาหาตน และบอกว่าเป็นคนเอาโน้ตบุ๊กและกุญแจรถไป ตนจึงบอกให้นำมาคืนที่บ้าน

จากนั้น เมื่อสามีเห็นตำรวจมาที่บ้าน จึงเกิดความกลัวและขับรถไปหนี โดยขณะนั้น ร.ต.ท.ประทีป บอกให้ตนปิดบ้านห้ามออกไปไหน จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงออกไล่ล่าสามี ซึ่งสามีตนถูกเจ้าหน้าที่ไล่ตามไปไกลกว่า 30 กม. กระทั่งเวลาประมาณ 20.30 น. ตนทราบว่าสามีถูกยิงเสียชีวิต

เมื่อตนเข้าไปที่เกิดเหตุ พบว่ามีดปอกผลไม้ และปืนวางอยู่ในช่องประตูฝั่งคนขับ และหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจกันชาวบ้านออกไปจากที่เกิดเหตุ พบถุงสีฟ้า ภายในบรรจุยาบ้าจำนวน 107 เม็ด

จำลองเหตุการณ์ ขณะเกิดเหตุ

น.ส.ฐานิศ กล่าวว่า ตนรู้สึกว่า คดีนี้มีความผิดปกติ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจอ้างว่าวิสามัญ เพราะสามีตนยิงต่อสู้ แต่ตนทราบจากพยานว่า สามีของตนขับรถหนี และถูกตำรวจยิงใส่มาตลอดทางระยะทางกว่า 30 กิโลเมตร กระทั่งรถยางแตกและมาชนเกาะกลางที่บริเวณจุดกลับรถบ้านวังรัก อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช

ขณะเจ้าหน้าที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ (1 พ.ค.)

จากนั้นพยานบอกอีกว่า สามีของตนลงจากรถพร้อมยกมือยอมแล้ว แต่เกิดความตกใจจึงวิ่งกลับขึ้นไปบนรถอีกรอบพร้อมล็อกรถ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจคือ ร.ต.ท.ประทีป กลับเดินมาที่เกาะกลางถนนและยิงใส่หน้ารถระยะกระชั้นชิด กระสุนตัดขั้วหัวใจเสียชีวิต โดยที่สามีของตนไม่ได้ยิงต่อสู้

นอกจากนี้ ตนพบว่า กล้องหน้ารถถูกถอดเหลือแต่สาย กระทั่งวันที่ 29 มิ.ย. รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดโทรมาแจ้งตนว่าพบกล้องแล้วอยู่ในซอกรถ ทั้งที่ตนเคยค้นรถ 5 ครั้ง แต่ไม่เคยพบ ซึ่งเมื่อตนเปิดกล้องหน้ารถ กลับไม่พบภาพเหตุการณ์วันเกิดเหตุ ตนจึงคิดว่าคดีนี้อาจมีเงื่อนงำ เพราะสามีอาจไปทราบเรื่องบางอย่างของตำรวจ

ทั้งนี้ สามีตนเคยติดยาจริง เนื่องจากเป็นโรคซึมเศร้า ตั้งแต่ประมาณ 6 เดือนก่อนเกิดเหตุ แต่ตนพาไปบำบัดจนหายขาดแล้ว และเจ้าตัวก็ทำมาหากินสุจริตไม่ได้เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด ขณะนี้ตนต้องการเพียงความเป็นธรรมเท่านั้น

keyboard_arrow_up