พระลูกวัดแฉ! พฤติกรรมพระคู่ซี้ดวลกันเลือดสาด ชอบก๊งเหล้าในกุฏิ เอือมเตือนไม่ฟัง (คลิป)

จากเหตุการณ์เมื่อกลางดึกวันที่ 23 พ.ย. 61 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ป่าโมก จ.อ่างทอง ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ว่ามีเหตุพระใช้อาวุธมีดฟันกันจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บภายในวัดแห่งหนึ่ง พื้นที่ ต.ป่าโมก อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง เมื่อไปถึงพบเพียงรอยเลือด และมีอาวุธมีดยาวประมาณ 50 เซนติเมตรตกอยู่ ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บทราบชื่อภายหลังว่าชื่อพระวรรณนพ เริงใจ อายุ 52 ปี พระลูกวัด เจ้าหน้าที่กู้ภัยวีอาร์อ่างทองนำส่งโรงพยาบาลป่าโมกเพื่อทำแผล โดยถูกฟันด้วยของมีคมที่บริเวณศีรษะ และบริเวณลำตัว ส่วนพระคู่กรณีคือพระสุชาติ บุญเลาะ อายุ 53 ปี ได้หลบหนีไป

อาวุธมีดที่ใช้ก่อเหตุ

จากการสอบสวนพระที่อยู่ภายในวัดทราบว่า พระสองรูปนี้มักไปขลุกตัวอยู่ในกุฏิเดียวกัน เมื่อช่วงค่ำได้ยินเสียงทั้งสองมีปากเสียงกันก่อนที่จะใช้อาวุธมีดฟันกัน จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาช่วยระงับเหตุ โดยพระสุชาติได้วิ่งหลบหนีไปด้านล่างไม่ทราบว่าไปไหน

อย่างไรก็ตาม พระสุชาติได้เดินทางกลับเข้ามาที่วัดและมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในเวลาต่อมา โดยที่ใบหน้ามีรอยแผลที่คิ้วขวา ที่หน้าอกมีรอยถูกฟันด้วยของมีคม เจ้าหน้าที่กู้ภัยวีอาร์อ่างทองจึงต้องปฐมพยาบาลเบื้องต้น เนื่องจากมีเลือดออกมา

สภาพพระสุชาติหลังเกิดเหตุ

โดยพระสุชาติเล่าให้ฟังว่า เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมาตนกับพระวรรณพเสร็จจากทำงานก็ชักชวนกันมานั่งดื่มเหล้าขาว หลังจากดื่มกันไปสักพักตนได้ถามถึงเรื่องกิจนิมนต์ที่พระวรรณพมักจะเอาแต่พระรูปเดิม ๆ ไปออกกิจนิมนต์ ส่วนคนอื่นไม่จัดให้ออกไปบ้าง และเกิดการโต้เถียงจนเกิดการชกต่อยกัน ก่อนที่พระวรรณพจะคว้ามีดฟันตนก่อน ตนจึงวิ่งไปหยิบมีดมาฟันพระวรรณพคืน และหลบไปอยู่ข้างคลองใกล้วัด ก่อนที่จะกลับขึ้นมามอบตัว ตอนนี้ตนยอมสึก แต่ยืนยันว่าตนโดนฟันก่อนจึงต้องป้องกันตัว

ภาพจำลองเหตุการณ์

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวพระสุชาติส่งโรงพยาบาลป่าโมก เพื่อทำการปฐมพยาบาล และประสานพระผู้ใหญ่ให้สึกพระทั้งสอง เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีต่อไป

กุฏิที่เกิดเหตุ

ความคืบหน้า วันที่ 24 พ.ย. 61 ทีมข่าวอมรินทร์ลงพื้นที่วัดดังกล่าว โดยพระลูกวัดให้ข้อมูลว่า อยู่กุฏิใกล้กับพระวรรณพ และในช่วงกลางคืนมักจะเห็นพระสุชาติเดินมาดูโทรทัศน์ในกุฏิของพระวรรณพอยู่เสมอ ซึ่งก็เข้าไปอยู่ในห้องกัน 2 คน จึงทำให้ไม่มีพระรูปอื่นรู้ว่าทั้ง 2 ทำอะไรกัน และไม่รู้ว่าแอบกินเหล้ากัน นอกจากนี้ ตนก็ไม่รู้ว่านิสัยใจคอของพระวรรณพเป็นเช่นไร เพราะต่างคนต่างอยู่ จะได้เจอกันเฉพาะมีกิจนิมนต์ หรือการทำกิจของสงฆ์เท่านั้น แม้ว่ากุฏิของตนจะอยู่ใกล้กับพระวรรณพ ส่วนในคืนเกิดเหตุนั้นก็ไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย แต่มาได้ยินตอนที่พระวรรณพและพระสุชาติทะเลาะกันแล้ว โดยมีคนพูดว่า “มึงฟันกูยับ” จึงออกมาดูและพบพระวรรณพในสภาพเลือดท่วมตัว ซึ่งตั้งแต่เกิดเรื่องก็ยังไม่เห็นเลยว่าพวกเขาใช้มีดอะไรในการก่อเหตุ และเพิ่งมารู้ภายหลังว่าทะเลาะกันเรื่องกิจนิมนต์ แต่ก็ไม่รู้รายละเอียดว่าเป็นเช่นไร

พระลูกวัด

พระลูกวัด กล่าวต่อว่า พระทั้ง 2 คงซื้อเหล้ามาจากต่างถิ่น ช่วงที่ไปรับกิจนิมนต์ และแอบนำมาดื่มที่กุฏิ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าพวกเขาดื่มเหล้ากันบ่อยแค่ไหน แต่ก็เคยได้กลิ่นเหล้าขาวจากพระวรรณพอยู่บ้าง ซึ่งเคยเตือนพระวรรณพแบบเป็นนัยว่า “มันชักไม่ดีแล้วนะ หลวงพ่อจะรู้แล้วนะ” คือเป็นการเตือนให้พระรู้ตัวเอง แต่ก็ไม่ได้ต่อว่าอะไรเขา

นายเปี๊ยก (นามสมมติ) ชาวบ้านในพื้นที่

ด้านนายเปี๊ยก (นามสมมติ) ชาวบ้านในพื้นที่ เปิดเผยว่า จะเหมารวมไม่ได้ว่าพระทั้งวัดไม่ดี เพราะพระส่วนที่ดีก็ยังมีอีกเยอะ และวัดนี้ก็ยังมีคนปฏิบัติดีปฏิบัติชอบอยู่ แต่ตนคิดว่าสำหรับพระที่ปฏิบัติไม่ดีนั้น ทุกคนก็ต้องช่วยกันดูแล สอดส่องว่ามีความประพฤติเป็นอย่างไร พระท่านจะได้เกรงและไม่กล้าทำสิ่งที่ไม่ดี

นายเปี๊ยก ยอมรับว่าเสียความรู้สึกที่รู้ว่าพระกินเหล้าขาวแบบนี้ ซึ่งตนก็ยังศรัทธาในพระพุทธศาสนา เพราะเป็นสิ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจตนให้ละเว้นการทำสิ่งที่ไม่ดี และทำแต่สิ่งที่ดี เพราะต่อให้พระสงฆ์ทำไม่ดี แต่ก็ยังมีผู้ที่เลื่อมใสในพระพุทธศาสนา คอยเคารพนับถือและค้ำจุนให้พระพุทธศาสนาคงอยู่ แม้ว่าจะมีเรื่องพระทำไม่ดี แต่ตนก็ยังอยากจะทำบุญ และใส่บาตรกับพระ เพราะถ้าคนไม่ทำบุญ ศาสนาก็คงจะอยู่ไม่ได้ ส่วนพระทั้ง 2 รูป ตนก็เห็นสมควรที่จะให้ทั้ง 2 สึกจากการเป็นพระ เพราะถ้าปฏิบัติไม่ดีก็ไม่ควรอยู่ให้เสื่อมเสียพระพุทธศาสนา

keyboard_arrow_up