ผัวมือสาดพริกป่น แฉ “เจ๊ดา” สั่งฉกเงิน ขอหุบปากเรื่องบ่อน ตร.สั่งไว้-สาวเบนซ์ยันไม่เกี่ยวพนัน (คลิป)

วันที่ 17 พ.ย. 61 หลังพนักงานสอบสวน สน.บางซื่อ นำตัวนางแสงอรุณ ประทุมพวง หรือ เจ๊ดา ผู้จ้างวานให้นางสาวนิภาพร สมุทรคีรี นำน้ำผสมพริกป่นไปสาดใส่นางวาสนา เวสารัชเวศย์ หญิงสาวเจ้าของรถเบนซ์ ที่ขับรถมาจอดติดสัญญาณไฟแดงอยู่บริเวณแยกศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง เข้าขออำนาจศาลอาญา รัชดาภิเษก ฝากขังผัดแรก เป็นเวลา 12 วัน ในข้อหาร่วมกันพยายามชิงทรัพย์ หลังนางแสงอรุณแอบย่องเงียบเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน สน.บางซื่อ เมื่อคืนนี้ที่ผ่านมา พร้อมปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาในชั้นพนักงานสอบสวน โดยขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น

นางแสงอรุณ ประทุมพวง หรือ เจ๊ดา ผู้จ้างวาน

โดยศาลตีราคาประกันตัวไว้ที่ 3 แสนบาท แต่เมื่อถึงเวลากลับไม่มีญาติเข้ายื่นเรื่องขอประกันตัว เนื่องจากเตรียมเงินสดซึ่งเป็นหลักทรัพย์ในการประกันตัวมาไม่เพียงพอจึงไม่สามารถประกันตัวได้ เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ จึงคุมตัวขึ้นรถส่งคุมขังที่ทัณฑสถานหญิงกลางเพื่อฝากขังต่อไป

เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ คุมตัวเจ๊ดาส่งคุมขังที่ทัณฑสถานหญิงกลาง

ด้านนายบูรพา บุญรักษา อดีตสามีของนางสาวนิภาพร เปิดเผยว่า วันนี้ตนตั้งใจเดินทางมาไหว้หลวงพ่อสัมฤทธิ์ ที่วัดไผ่เงินโชตนาราม เพื่อขอพร และขอให้ชนะคดีหลังนางสาวนิภาพร อดีตภรรยา ถูกแจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันพยายามชิงทรัพย์ ให้เหลือเพียงร่วมกันทำร้ายร่างกาย โดยตั้งข้อสังเกตไปถึงคลิปเสียงการสนทนา ที่ตนนำไปมอบให้เป็นหลักฐาน ตอนเข้ามอบตัวกับตำรวจ หลังจากที่ตำรวจสน.วัดพระยาไกร ฟังแล้ววิเคราะห์ว่า อดีตภรรยาของตนเป็นเพียงผู้ต้องหาที่กระทำการเฉพาะการทำร้ายร่างกายเท่านั้น จึงแจ้งเพียงข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายเพียงข้อหาเดียว แต่ตำรวจสน.บางซื่อกลับวิเคราะห์ และแจ้งข้อหาร่วมกันพยายามชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน ซึ่งขัดแย้งกัน

นายบูรพา บุญรักษา อดีตสามีของนางสาวนิภาพร

นายบูรพายืนยันว่า เนื้อหาภายในคลิปเสียง ภรรยาตนไม่ได้มุ่งหวังทรัพย์สินของนางวาสนาแม้แต่น้อย หลังสาดพริกเสร็จก็กลับทันทีโดยไม่ได้หันไปมองหรือสนใจกระเป๋าของนางวาสนา และหลังจากที่ตนออกมาเปิดเผยเรื่องนี้ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ตำรวจ สน.บางซื่อ ได้โทรมาย้ำกับตนว่า หากมีนักข่าวมาขอสัมภาษณ์ ขอร้องอย่าให้ข่าว ซึ่งตนก็ไม่ทราบเหตุผลว่าเพราะอะไร พร้อมเล่าถึงความเกี่ยวข้องระหว่างอดีตภรรยาของตนกับ “เจ๊ดา” ว่ารู้จักกันผ่านเพื่อนอีกคนหนึ่งที่เคยรู้จักกับเจ๊ดามาก่อน ติดต่อให้เข้าไปช่วยทำงาน เป็นคนคอยซื้อน้ำ ซื้อขนม แจกคนงาน และเท่าที่อดีตภรรยาเล่าเรื่องของเจ๊ดาให้ฟัง บอกว่า เจ๊ดาทำหน้าที่นายประกันคนที่ศาล โดยรู้จักกันมาประมาณ 2 เดือน

นางสาวนิภาพร สมุทรคีรี (แฟ้มภาพ)

ส่วนการรับงานสาดพริกของนางสาวนิภาพร ครั้งนี้ถือเป็นการทำครั้งแรก แต่เจ๊ดาจะคอยตามประกบดูผลงานตลอด และสั่งย้ำให้หยิบกระเป๋าของนางวาสนามาด้วยหลังสาดพริกเสร็จ แต่ภรรยาตนยืนยันว่าจะไม่หยิบกระเป๋า เพราะจะถือเป็นข้อหาชิงทรัพย์ แค่สาดพริกก็พอแล้ว

ส่วนเจ๊ดา ตนทราบว่า น่าจะเป็นนักเล่นพนันตัวยงของบ่อนย่านหนึ่ง แต่ตนไม่ทราบว่าบ่อนไหน โดยตั้งข้อสังเกตตามความคิดของตัวเองว่าเจ๊ดาอาจจะเสียพนันมา แล้วมาจ้างให้คนอื่นทำงานแบบนี้ให้ เพื่อเอาเงินจากกระเป๋าคืน ยืนยันว่าภรรยาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบ่อนการพนันนี้ เป็นเพียงการรู้จักผ่านเพื่อนคนหนึ่งที่พาเข้าไปเป็นเพื่อนเท่านั้น ซึ่งถือว่าถูกหลอกใช้ และจนถึงตอนนี้ยังไม่มีตำรวจติดต่อมาเรื่องขอข้อมูลบ่อนการพนัน แต่หากติดต่อเข้ามาตนก็ยินดีที่จะให้ข้อมูลเท่าที่ตนทราบ

นางวาสนา เวสารัชเวศย์ ผู้เสียหาย (แฟ้มภาพ)

ขณะที่นางวาสนา ให้ข้อมูลทีมข่าวผ่านโทรศัพท์ โดยเปิดเผยว่า ตนทราบแล้วว่าเจ๊ดาถูกจับแล้ว และยังไม่ทราบรายละเอียดการให้การใด ๆ ส่วนที่ นางสาวนิภาพรมารับสารภาพกับตน ขอเข้ามอบตัวว่าเป็นคนก่อเหตุ เพียงเขียนมาในเฟซบุ๊กว่ารับจ้างก่อเหตุ และถูกโกงเงินค่าจ้าง ส่วนตัวยืนยันไม่รู้จักทั้งเจ๊ดาและเจ๊ซ๊ง ยืนยันเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องชู้สาวแน่นอน ตนเองไม่เคยเป็นชู้กับใคร

อีกทั้งก่อนหน้านี้ตนก็ไม่ได้มีเรื่องกับใคร ไม่ได้มีปัญหากับใคร ส่วนเรื่องรายได้ของตนก็มาจากการเล่นหุ้น เล่นทอง ไม่มีอาชีพตายตัวหลังจากสามีเสียชีวิต ตอนนี้ก็ใช้เงินปันผลจากหุ้น และมีลงทุนธุรกิจกับครอบครัวเท่านั้น

ยอมรับว่าตนเคยเข้าบ่อนทั้งในต่างประเทศ และในประเทศ บ่อนดัง ๆ ในกรุงเทพฯ ก็เคยไป แต่ผ่านมาประมาณ 3-4 ปีแล้ว ส่วนสถานที่สุดท้ายก่อนจะมาถูกสาดพริกใส่ ตนเองยังไม่ขอเปิดเผย เพราะไม่เกี่ยวข้องด้วย ยืนยันตนไม่ได้เพิ่งออกจากบ่อนแน่นอน ส่วนที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีปัญหาติดค้างเงินของบ่อน ส่วนตอนนี้ใครจะคิดว่าตนไปติดค้างเงินบ่อน หรือมีปัญหาอะไรกับบ่อน ตนก็ไม่มีอะไรจะแก้ตัว รอให้กระบวนการเป็นตัวพิสูจน์

keyboard_arrow_up