ย้อนรอยฆ่ารัดคอขืนใจสาวไทใหญ่เปลือยยัดรถ ญาติชี้ ขี้กองโตหยาม เชื่อฝีมือผัวเก่า (คลิป)

จากกรณี ตำรวจ สภ.แม่ริม รับแจ้งเหตุ สาวไทใหญ่ถูกฆ่าแล้วนำไปอำพรางไว้ในรถเก่าใกล้บ้านพัก โดยสภาพศพพบว่านอนตายในลักษณะมีเสื้อผ้าปกปิดร่างกายบางส่วน ซึ่งเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า นางติ้ง ลุงเรือง ผู้ตายอาจถูกข่มขืนก่อนถูกฆ่า ใกล้กันยังพบอุจจาระ ซึ่งคาดว่าอาจจะเป็นของผู้ก่อเหตุด้วย

นางติ้ง ลุงเรือง ผู้ตาย

วันที่ 13 พ.ย. 61 ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ลงพื้นที่บ้านพักส่วนจัดการต้นน้ำแม่สา ต.แม่แรม อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุ โดยบ้านพักดังกล่าวตั้งอยู่ตรงข้ามหน่วยจัดการต้นน้ำแม่สา ดัดแปลงและก่อสร้างเป็นอาคารหนึ่งชั้น เพื่อให้เจ้าหน้าที่และคนงานได้พักอาศัย โดยบ้านพักหลังดังกล่าวมีคนงานทั้งชาวไทยและชาวไทใหญ่ อาศัยอยู่ประมาณ 4-5 ครอบครัว และห่างออกไปประมาณ 50 เมตร สร้างเป็นโรงจอดรถเก่า ซึ่งมีรถฟอร์ดสีแดงโบราณ อายุกว่า 10 ปี จอดหมดสภาพอยู่

รถฟอร์ดสีแดง คันที่พบศพ

โดยนายคำ ลุงเรือง หรือ คำ อายุ 37 ปี พี่ชายของผู้ตาย เล่าเหตุการณ์ว่า ช่วงประมาณ 06.00 น. น้องสาวตื่นขึ้นมาทำกิจวัตรประจำวันทั่วไป ช่วยกันหุงหาอาหาร เข้าครัวทำกับข้าว ซึ่งในตอนนั้นคนในครอบครัวยังได้ยินเสียงผู้ตาย กำลังทำกับข้าวอยู่ในครัว แต่เวลาผ่านไปเพียง 30 นาที แม่ของผู้ตายเห็นว่าลูกทิ้งห้องครัวหายไป จึงได้ตะโกนเรียกชื่อตามหารอบบ้านพัก แต่ไม่มีเสียงตอบรับ

จากนั้น เวลา 07.30 น. พี่สะใภ้ของตัวเองได้หยิบโทรศัพท์ส่วนตัวขึ้นมา เพื่อจะติดต่อหาผู้ตายแต่ก็ไม่รับ ต่อมาได้สลับเอาเบอร์โทรศัพท์คนอื่นโทรไปหา ซึ่งมีปลายสายเป็นเสียงผู้ชายรับ เมื่อพี่สาวถามว่านี่ใคร ทำไมถึงมารับสายเบอร์น้อง ปลายสายก็ตอบว่าเขาชื่อทูน เมื่อถามปลายสายว่าอยู่ที่ไหน เขาก็ตอบว่าอยู่อาเขต ซึ่งเป็นสถานีขนส่ง จ.เชียงใหม่ และเมื่อพี่สาวถามต่อว่าจะไปไหน ชายปลายสายก็ตอบว่าจะขึ้นรถ จากนั้นก็ตัดสายไปและติดต่อไม่ได้อีกเลย

นายคำ ลุงเรือง หรือ คำ พี่ชายของผู้ตาย

ภายหลังสายถูกตัดสนทนา ทุกคนในครอบครัว และคนงานคนอื่น ๆ ก็ออกตามหา จนกระทั่งพี่ชายคนโตของตัวเองไปเจอพบว่านอนอยู่ในรถ พี่ชายจึงตะโกนเรียกให้ทุกคนไปที่เกิดเหตุ ตนเองไปถึงก็พยายามเปิดประตูฝั่งคนขับ และจับขาของผู้ตายเขย่าเรียกให้ตื่น และพบว่าเป็นศพไปแล้ว ซึ่งในตอนนั้นช่วงที่ตัวเองสัมผัสกับร่างกายของผู้ตาย พบว่าร่างกายยังอุ่นอยู่ จากนั้นทุกคนก็รีบแจ้งตำรวจในพื้นที่ แล้วถอยห่างออกมา

โดยขณะที่ตนเองเข้าไปเจอศพ พบสภาพนอนหงาย มีผ้าคลุมปิดตั้งแต่คางจนถึงช่วงขา ซึ่งขากางเกงถูกถอดออก 1 ข้าง และยังคงคาติดที่ขาด้านซ้าย 1 ข้าง ซึ่งผู้ตายเป็นคนร่างเล็ก โดยบ้านพักอยู่ไม่ไกลจากโรงจอดรถเก่า ซึ่งสามารถได้ยินเสียงมีคนร้องขอความช่วยเหลือ แต่หากมีคนก่อเหตุภายในโรงรถจะมองไม่เห็น เนื่องจากมีสแลนสีเขียวกั้นเอาไว้เกือบทั้งหมด จะเห็นเพียงแค่ท้ายรถกระบะที่จอดอยู่เท่านั้น แต่ในวันดังกล่าวยอมรับว่าไม่ได้ยินเสียงน้องสาวร้องขอความช่วยเหลือ

ขณะเดียวกัน พฤติกรรมของคนก่อเหตุอาจจะชักจูง หรือเรียกให้ผู้ตายออกไปเจอบริเวณจุดเกิดเหตุนั้น โดยญาติปักใจเชื่อว่าเป็นอดีตแฟนเก่าที่เข้ามาก่อเหตุในครั้งนี้ เพราะจากเสียงการสนทนาทางโทรศัพท์ที่ปลายสายอ้างว่าชื่อนายทูน ญาติทุกคนจำเสียงได้ คืออดีตแฟนเก่าของผู้ตายนายกอ

ภาพจำลองเหตุการณ์ ขณะเกิดเหตุ

ทั้งนี้ นายคำ พี่ชายผู้ตาย ยังเล่าว่า ช่วงปลายเดือนก.ย. ที่ผู้ตายและนายกอได้เลิกราต่อกันแล้ว วันที่ 10 ต.ค. นายกอเกิดความไม่พอใจ ย้อนกลับเข้ามาเผารถจักรยานยนต์ที่ผู้ตายใช้ขับขี่รับส่งลูกไปโรงเรียน ซึ่งเข้ามาเผาบริเวณใกล้กับบ้านพักคนงาน ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนั้นก็เกิดจากลักษณะที่นายกอเข้ามาพยายามง้อขอคืนดี แต่ผู้ตายไม่สนใจ ซึ่งก็ไม่ต่างจากเหตุการณ์ครั้งนี้ที่ตนเองเชื่อว่า นายกอพยายามเข้ามาขอคืนดี แต่กลับไม่เป็นผล จึงลงมือก่อเหตุ ซึ่งเหตุผลที่ทำให้สองคนเลิกกัน เกิดจากนายกอมีพฤติกรรมติดสุรา ไม่สนใจลูกและเมีย โดยผู้ตายเคยยื่นคำขาดว่า หากเข้าบ้านดึกเกินกว่า 23.00 น. ก็ไม่ต้องเข้าบ้าน โดยนายกอก็ยังคงมีพฤติกรรมแบบเดิม ผู้ตายจึงได้เลิกรากันไป

ตนเองรู้สึกเสียใจที่ไม่สามารถช่วยเหลือน้องสาวได้ เพราะเป็นเพียงแค่ช่วงเวลาสั้น ๆ ที่น้องหายตัวไปก่อนพบว่าเป็นศพ ส่วนกรณีความเชื่อที่ว่าการอุจจาระทิ้งไว้ใกล้กับจุดเกิดเหตุ เป็นความเชื่อของชาวไทใหญ่ ที่เชื่อกันว่าเป็นการสะกดวิญญาณของผู้ตายเอาไว้นั้น ตนเองไม่ทราบว่ามีเรื่องแบบนี้หรือไม่ แต่มองว่าเป็นการหยามผู้ตายและญาติของผู้ตาย เนื่องจากฆ่าเขาแล้วยังขับถ่ายทิ้งเอาไว้ต่างหน้า เป็นการลบหลู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ใกล้กับจุดเกิดเหตุ คือศาลพระภูมิเจ้าที่

ญาติรับศพผู้ตาย เตรียมประกอบพิธีทางศาสนา

ในวันเดียวกันนี้ ญาติของผู้ตายได้เดินทางไปรับศพนางติ้ง จากโรงพยาบาลในตัวเมืองเชียงใหม่ เพื่อนำมาตั้งบำเพ็ญกุศลศพที่วัดอัมพวัน (ป่าม่วง) ซึ่งได้ใช้ศาลาอเนกประสงค์ในการตั้งสวดอภิธรรมศพ โดยจะตั้งศพเอาไว้ 2 คืน และจะมีพิธีฌาปนกิจในวันพฤหัสบดี ที่ 15 พ.ย. นี้ ซึ่งภายในงานได้จัดขึ้นแบบเรียบง่าย และบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า โดยมีเพียงญาติ และเพื่อนร่วมงานจากหน่วยจัดการต้นน้ำแม่สา เดินทางเข้าร่วมงาน

ก่อนเริ่มพิธี นายปิ่งยา (ชาวไทใหญ่) อายุ 86 ปี และนางอิ่ง (ชาวไทใหญ่) อายุ 78 ปี พ่อและแม่ของผู้ตาย ยังอยู่ในอาการโศกเศร้าเสียใจ และนั่งมองไปที่โลงศพของลูกสาว พร้อมทั้งเอ่ยปากบอกคิดถึงลูก และขอให้ไปสู่สุขติ โดยพูดเป็นภาษาไทใหญ่ และยังคงเคาะโลงศพ

ส่วนความคืบหน้าทางคดี พ.ต.อ.บุญส่งวิทย์ ห้องแซง ผกก.สภ.แม่ริม เปิดเผยว่า ขณะนี้ชุดสืบสวนกำลังติดตามตัวนายกอ คนก่อเหตุ ซึ่งหลังจากสอบปากคำพยานครบเรียบร้อย จะเสนอศาลออกหมายจับ และเข้าควบคุมตัวมาดำเนินคดีตามกระบวนการของกฎหมาย เบื้องต้นเตรียมแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ส่วนข้อหาข่มขืนผู้อื่นที่ไม่ใช่ภรรยาของตัวเองนั้น จะต้องรอผลชันสูตรอย่างละเอียดจากโรงพยาบาลอีกครั้ง ว่ามีคราบอสุจิ หรือร่องรอยการข่มขืนหรือไม่

keyboard_arrow_up