หนุ่มเผยนาทีหนีกระสุนลุงกระบะหัวร้อน แค่ปาดหน้าไม่คาดจะโดนยิง ยอมอภัยกลัวลูกปืน (คลิป)

จากกรณีเหตุคนขับรถเก๋ง ยิงคนขับรถตู้ ที่บริเวณกลางแยก จปร. บนถนนราชดำเนินนอก โดยทราบว่ามีเรื่องกันมาก่อนตั้งแต่ขณะที่ทั้งคู่ขับรถอยู่บนเส้นทางคู่ขนานลอยฟ้าบรมราชชนนี

ภาพจำลองเหตุการณ์ นายณัฐวุฒิถูกยิงบริเวณแยก จปร. ถนนราชดำเนิน

วันที่ 9 พ.ย. 61 นายณัฐวุฒิ (นามสมมติ) คนขับรถตู้ ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ช่วงเกิดเหตุประมาณ 05.30 – 06.00 น. ขณะก่อนจะถึงจุดที่ถูกยิงตนเองขับรถมาตามถนนคู่ขนานลอยฟ้าบรมราชชนนี ตนขับรถมาถึงระหว่างสายใต้เก่า-เซ็นทรัลปิ่นเกล้า ขณะนั้นตนเปิดไฟเลี้ยวขวา เพื่อจะขอแซงรถด้านหน้า แต่คู่กรณีเร่งความเร็วขึ้นมาซึ่งตนเปลี่ยนเลนแล้ว จึงไม่ได้คิดอะไร จากนั้นคู่กรณีบีบแตรยาว เปิดไฟสูงใส่ คล้ายว่าตนไปปาดหน้าเขา จากนั้นตนก็รีบเร่งเครื่องรถออกไปตามปกติ

นายณัฐวุฒิ คนขับรถตู้ ผู้เสียหาย

จากนั้น ตนจะกลับมาเลนซ้าย แต่เห็นว่าคู่กรณีอยู่เลนซ้าย จึงกลัวจะถูกเข้าใจผิดว่าไปขับรถกวนอีก ตนจึงอยู่เลนขวาเหมือนเดิม ต่อมาตนขับรถไปอีกประมาณ 2 กิโลเมตร จนลงทางยกระดับสะพานพระราม 8 บริเวณแยกวิสุทธิกษัตริย์ ซึ่งตนยืนยันว่า เรื่องที่เกิดขนทางยกระดับนั้นไม่ได้มีการขับรถกวนกัน

จากนั้น คู่กรณีก็ขับรถมาจอดด้านข้างซ้ายตน และเดินลงมาเปิดประตูรถตู้ของตน พร้อมพูดว่า “มึงอยากตายหรอ” พูดด้วยอารมณ์โมโห พร้อมข่มขู่จะยิง แต่ขณะนั้นตนไม่เห็นปืน ตนเองก็งง แต่ก็อธิบายให้คู่กรณีฟัง จากนั้นจึงนึกได้ว่า รถคันดังกล่าวอาจเข้าใจว่าตนไปปาดหน้าขณะอยู่บนคู่ขนานลอยฟ้า ซึ่งตนก็ยกมือไหว้ขอโทษคู่กรณีไป ก่อนที่คู่กรณีจะปิดประตูรถตนอย่างแรงด้วยความโมโห

นายสมชาย คนขับรถเก๋ง คู่กรณี

ตนเองไม่ได้ตอบโต้อะไร เพียงหยิบกาแฟขึ้นมาดื่ม จากนั้นตนก็ลดกระจกลง เพื่อตรวจสอบกระจกไฟฟ้า เนื่องจากกระจกคล้ายว่าจะเสีย ขณะนั้นไฟจราจรเป็นสีเขียว รถของตนกับรถคู่กรณีขับคู่ไปด้วยกัน พบว่าคู่กรณีเปิดกระจกออกมา พร้อมพูดอีกว่า “มึงอยากตาย อยากถูกยิงหรอ” ก่อนจะก้มลงไปใต้คอนโซนรถ คล้ายจะหยิบอะไรบางอย่าง ขณะนั้นตนคิดว่าคู่กรณีอาจมีปืน ด้วยความตกใจ จึงปากระป๋องกาแฟไปที่ข้างรถของคู่กรณี เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ ก่อนเร่งเครื่องหนี จนกระทั่งถึงกลางแยก จปร. บนถนนราชดำเนินนอก ตนได้ยินเสียงปืนดังขึ้น อย่างน้อย 2 นัด ยิงมาที่รถตน ตนจึงขับรถหนี

ตนไม่คิดว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้น ตกใจ เพราะไม่คิดว่าจะเกิดเรื่อง อีกทั้งไม่รู้จักคู่กรณี จากนี้ขอให้เป็นไปตามกฎหมาย ตนไม่คิดจะเอาความคู่กรณี ต้องการให้เรื่องจบกันไปมากกว่า เพราะก็ห่วงความปลอดภัยของตัวเอง

keyboard_arrow_up