เปิดใจแม่ ห่วงลูกป่วยไบโพลาร์หนีเข้าป่าเขาใหญ่ ปัดขอ 5 ล้านสู่ขอ BNK48 – จนท. เร่งค้น แต่ไร้วี่แวว (คลิป)

จากกรณีนายธนทัต ติยพงษ์พัฒนา อายุ 22 ปี ผู้ป่วยโรคไบโพลาร์ หายตัวออกจากบ้านที่ จ.นครราชาสีมา ตั้งแต่วันที่ 27 ต.ค. 61 โดยเบาะแสสุดท้ายได้บอกกับครอบครัวว่าจะไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

นายธนทัต ติยพงษ์พัฒนา ผู้สูญหาย
บริเวณทางเข้าอุทยานแห่งชาติ เขาใหญ่

โดยเมื่อวันที่ 27 ต.ค. 61 นายธนทัตออกจากบ้านที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ถ.รัตนะพิทาน ต.จอหอ อ.เมือง จ.นครราชสีมา ตั้งแต่เช้า ด้วยการนั่งรถประจำทางไปถึงจุดหน้าด่านตรวจเก็บค่าธรรมเนียมอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ตอนเที่ยง เป็นระยะทาง 98 กม. และได้โบกรถนักท่องเที่ยวจากด่านตรวจเก็บค่าธรรมเนียมอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ไปถึงศูนย์บริการนักท่องเที่ยว บนเขาใหญ่ เมื่อเวลา 14.00 น. เป็นระยะทาง 33 กม. โดยที่ไม่สามารถเห็นในกล้องวงจรปิด เนื่องจากนั่งอยู่ในรถ สุดท้ายมีคนเห็นธนทัตเดินถามทางไปผาเดียวดาย เมื่อเวลา 15.00 น. ซึ่งมีระยาทางห่างจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยว 13 กม. หลังจากนั้นก็ไม่มีใครเห็นนายธนทัตอีก

ภาพจำลองการเดินทางของนายธนทัต ก่อนหายตัว

วันที่ 2 พ.ย. 61 ทีมข่าวอมรินทร์ลงพื้นที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเขาใหญ่ พบว่ามีใบประกาศคนหายติดอยู่ที่เป็นใบหน้าของนายธนทัต ติยพงษ์พัฒนา อายุ 22 ปี ติดอยู่

 

จุดชมวิวผาเดียวดาย

ที่จุดชมวิวผาเดียวดาย ซึ่งเป็นจุดที่มีข้อมูลระบุว่า นายธนทัตได้เข้าสอบถามเจ้าหน้าที่เพื่อจะไป พบบริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่ชัน มีสะพานไม้ที่ตั้งยื่นเข้าไปในป่า และสามารถเดินเข้าไปตามสะพานทางเดินเพื่อชมบรรยากาศ

โดยนายครรชิต ศรีนพวรรณ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ได้มีการเร่งค้นหาตัวของนายธนทัตบริเวณโดยรอบลานกางเต็นท์ลำตะคอง และส่งให้เจ้าหน้าที่โรยตัวลงจากผาเดียวดายเพื่อตรวจสอบว่านายธนทัตพลักตกลงหรือไม่ แต่ก็ไม่พบร่องรอยใด ๆ และวันนี้เจ้าหน้าที่อุทยานได้ขยายขอบเขตพื้นที่ไปค้นหาในบริเวณน้ำตกเหวนรก ตั้งแต่เช้ามืดแต่ก็ยังไม่พบนายธนทัต

นายครรชิต ศรีนพวรรณ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

ซึ่งกรณีของนายธนทัตไม่เหมือนกับการหลงป่าทั่วไป เนื่องจากนายธนทัตตั้งใจเดินเข้าไปในป่าเพื่อทดสอบอำนาจของสิ่งลี้ลับ จึงทำให้ยากต่อการกำหนดขอบเขตว่านายธนทัตจะอาศัยอยู่ส่วนไหนของป่าอุทยาน แต่เจ้าหน้าที่ก็จะระดมพลค้นหาในทุกพื้นที่ นอกจากนี้ กล้องวงจรปิดของด่านหน้าอุทยานไม่สามารถจับภาพของผู้สูญหายไว้ได้ เนื่องจากเขาไม่ได้นำรถส่วนตัวเข้ามา แต่อาศัยการโบกรถขึ้นมาพื้นที่ ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถมองเห็นคนที่นั่งอยู่เบาะหลังได้ และทำให้ไม่รู้ได้ว่านายธนทัตจะโบกรถนักท่องเที่ยวออกไปจากอุทยานแล้วหรือไม่

นอกจากนี้ อุทยานได้ประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวรับทราบและช่วยตามหานายธนทัต ซึ่งตนมั่นใจว่านายธนทัตยังมีชีวิตอยู่ เพราะภายในป่ามีสัตว์นักล่าที่อยู่สูงสุดของวงจรอาหารคือ หมาใน ซึ่งธรรมชาติของหมาในจะไม่ทำร้ายมนุษย์ จึงค่อนข้างมั่นใจว่านายธนทัตจะไม่ถูกสัตว์ทำร้าย โดยอุทยานจะค้นหาไปเรื่อย ๆ และไม่มีกำหนดยุติการค้นหา

น้ำตกเหวนรก

ทีมข่าวลงพื้นที่น้ำตกเหวนรก จากการสอบถามเจ้าของร้านค้าในพื้นที่ ให้ข้อมูลว่า ไม่เคยเห็นนายธนทัตมาก่อน นอกจากนี้ทีมข่าวได้เดินสำรวจพบว่าน้ำตกเหวนรกอยู่ห่างจากถนนสายหลักเข้าไปในป่าถึง 1 กม. ต้องใช้การเดินเท้าเนื่องจากรถไม่สามารถเข้าไปได้ ซึ่งจากการเดินเท้าพบว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ติดกับแหล่งน้ำและเป็นพื้นที่ชัน แต่ก็ไม่พบร่องรอยของนายธนทัต

นางปรารถนา วิสุทธิกุล แม่นายธนทัต

นางปรารถนา วิสุทธิกุล อายุ 55 ปี แม่ของนายธนทัต เปิดเผยว่า ลูกของตนป่วยเป็นโรคไบโพลาร์มากว่า 3 ปีแล้ว โดยโรคนี้ทำให้ลูกของตนเป็นคน 2 บุคลิก และมีอารมณ์ที่สุดขั้ว เช่น ชอบอะไรก็จะคลั่งไคล้อย่างสุดขั้ว ถ้าหงุดหงิดก็จะออกจากบ้านไปแต่ก็จะกลับมาเมื่ออารมณ์ดีขึ้น ซึ่งหายไปก็ไม่เกิน 3 วัน โดยลูกของตนนั้นชื่นชอบการผจญภัย และเคยไปเที่ยวประเทศลาวคนเดียวมาแล้ว นอกจากนี้ ยังสนใจด้านไสยศาสตร์สิ่งลี้ลับ แต่ก็ยังตั้งอยู่บนหลักความเป็นจริง ไม่ได้เชื่ออย่างงมงาย แต่เขาเชื่อมั่นว่าตัวเองมีของดีและจะรอดพ้นจากอันตราย ซึ่งการเดินทางมาเขาใหญ่ก็เพราะต้องการมาผจญภัย และยังพกเงินติดตัวมาถึง 1 หมื่นบาท และได้พกมีดมาด้วย เพราะตนได้ยินลูกพูดว่า “ถ้ามาเขาใหญ่แล้วเจอเสือ ถ้าไม่มีมีดจะสู้กับเสือได้อย่างไร” ก่อนจะแอบหนีออกจากบ้านไป

โปสเตอร์ตามหาคนหาย บริเวณร้านค้าในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวที่บอกว่าลูกของตนเขียนจดหมายลาตายและขอเงิน 5 ล้านบาทนั้นไม่เป็นความจริง เพียงแต่ลูกของตนมักจะบ่นว่าอยากได้เงิน 5 ล้านมาทำธุรกิจ ซึ่งตนก็จะทำทีคล้อยตามและจะสั่งสอนลูกว่าต้องทำงานถึงจะมีเงิน 5 ล้านบาท ซึ่งการคล้อยตามเป็นกระบวนการรักษาโรคไบโพลาร์ ส่วนเรื่องที่มีกระแสข่าวว่าลูกของตนจะนำเงิน 5 ล้านบาท ไปสู่ขอนักร้อง BNK48 มาเป็นแฟนก็ไม่เป็นความจริง เพราะใจลึก ๆ ลูกของตนก็รู้อยู่ตลอดว่าเงินแค่นั้นไม่พอที่จะสู่ขอ ซึ่งลูกของตนก็เคยพูดว่าคงสู่ขอไม่ได้เพราะอีกฝ่ายเป็นดารา

ส่วนเรื่องการสักทั้งร่างกายนั้น ลูกได้ศึกษาจากอินเทอร์เน็ต ซึ่งตนก็เคยห้ามปราม แต่ลูกกลับตอบกลับมาว่า “อย่าคิดว่าคนสักเป็นคนไม่ดี เพราะคนสักที่เป็นคนดีก็มีเยอะ คนไม่สักที่ไม่ดีก็เยอะ” ตนจึงยอมตามใจลูกเพราะลูกเป็นไบโพลาร์ การที่ลูกหายไปแบบนี้ก็ทำให้ไม่สบายใจมาก อีกทั้งลูกยังขาดยารักษาไบโพลาร์ จึงทำให้ตนยิ่งเป็นห่วงว่าจะเอาตัวรอดไม่ได้

สุดท้าย นางปรารถนาพูดด้วยเสียงสั่นเครือว่า ยังมั่นใจว่าลูกต้องกลับมา และทุกคนต้องช่วยได้ และเชื่อว่าลูกยังหลงอยู่ในป่า เพราะถ้าลูกของตนได้ออกไปจากอุทยาน จะต้องกลับบ้านแล้ว

keyboard_arrow_up