ด.ช. ป.3 ปัดข่มขืน ป.2 ชี้พิรุธเห็นคนสวนหน้าห้องน้ำหญิง เพื่อนร่วมก๊วนตุ้งติ้ง เป็นไปไม่ได้ (คลิป)

จากกรณี ด.ญ.แอน (นามสมมติ) นักเรียนชั้น ป.2 ของโรงเรียน ใน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ อ้างว่าถูกรุ่นพี่ ป.3 ชื่อ ด.ช.โบ๊ต (นามสมมติ) โรงเรียนเดียวกัน ข่มขืนภายในห้องน้ำของโรงเรียน เมื่อวันจันทร์ ที่ 29 ต.ค. ที่ผ่านมา (อ่าน : นาทีสลด ด.ญ. ป.2 โดน ป.3 ข่มขืนในห้องน้ำรร. พ่อลั่นต้องเจอคุก – ญาติด.ช. ชี้ถูกใส่ร้าย)

วันที่ 1 พ.ย. 61 ทีมข่าวเดินทางลงพื้นที่บ้านของด.ญ.แอน พบว่าเจ้าหน้าที่จากกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าไปพูดคุยกับทางผู้ปกครอง

พ่อของ ด.ญ.แอน ป.2 ผู้เสียหาย

พ่อของ ด.ญ.แอน ป.2 ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า การพูดคุยกันในเบื้องต้น จะส่งน้องไปอยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กชั่วคราว เพราะลูกสาวมีอาการเครียด และตกใจ ไม่สามารถให้ปากคำได้ ซึ่งหากยังคงพักอาศัยอยู่ที่บ้านจะเป็นการเพิ่มความกดดันให้น้องมากกว่า โดยที่บ้านพักเด็ก จะมีแม่ของน้องตามไปดูแลด้วย ส่วนเรื่องของคดี ก็มอบให้ทางบ้านพักเด็ก ดำเนินการต่อ ส่วนตนยังรอฟังผลตรวจจากทางแพทย์

ซึ่งการลงพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ ก็เพียงเข้ามาพูดคุยเท่านั้น โดยตอนนี้ ตนยังไม่ได้พูดคุยกับครอบครัวของ ด.ช.โบ๊ต เพราะยังไม่ยืนยันว่าเจ้าตัวเป็นผู้ก่อเหตุหรือไม่ ต้องรอหลักฐานจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งส่วนตัวก็เชื่อว่าลูกถูกล่วงละเมิดทางเพศจริง แต่เพียงไม่ทราบว่าใครเป็นคนก่อเหตุ ซึ่งก็ทราบมาว่า มีผู้ต้องสงสัย 3 ราย ทั้งนี้ ตนยังไม่ค่อยกล้าคุยกับลูก กลัวลูกกดดัน ซึ่งที่ผ่านมา ลูกสาวก็ดูเครียดเป็นบางช่วง ทั้งนี้ ยืนยันว่าจะให้ด.ญ.แอน ย้ายโรงเรียน แต่ยังไม่ย้ายที่อยู่ ส่วนสภาพจิตใจของตนตอนนี้ก็เครียด กินไม่ได้ นอนไม่หลับ เพราะสงสารลูก

ห้องน้ำของโรงเรียน จุดเกิดเหตุ

ด.ช.โบ๊ต (นามสมมติ) นักเรียนชั้น ป.3 ที่ถูกกล่าวหา ให้ข้อมูลว่า วันเกิดเหตุช่วงเวลาประมาณ 10.00 น. ตนไปเอาน้ำดื่มกับเพื่อนอีก 2 คน ชื่อ ด.ช.มิน (นามสมมติ) และด.ช.หลุยส์ (นามสมมติ) บริเวณห้องสมุด ซึ่งเป็นห้องเรียนของเด็ก ป.2 ขากลับตนแวะเข้าไปปัสสาวะในห้องน้ำคนเดียว ส่วนเพื่อนอีก 2 คน เดินกลับไปก่อน โดยไม่เห็น ด.ญ.แอน ในบริเวณดังกล่าว มีแค่คนสวนที่อยู่ใกล้ห้องน้ำ จากนั้น ตนก็เดินกลับห้องเรียน โดยใช้เวลาเข้าห้องน้ำแค่เพียงช่วงสั้น ๆ เท่านั้น ยืนยันว่าไม่ได้ล่วงละเมิด ด.ญ.แอน ตามที่ถูกกล่าวอ้าง

พ.ต.อ.สมภพ สังข์กรทอง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์

จากนั้นทีมข่าวเดินทางต่อไปยังโรงเรียนจุดเกิดเหตุ โดยมีเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่บริเวณห้องของนักเรียนชั้น ป.2 ซึ่งเป็นห้องสมุด ก่อนจะพูดคุยกัน พ.ต.อ.สมภพ สังข์กรทอง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ เผยว่า ในวันนี้ได้มาติดตามความคืบหน้าคดี โดยได้มาดูจุดเกิดเหตุ สอบถามข้อมูลจากทางครูในโรงเรียน เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานห้ความเป็นธรรมกับทั้งผู้เสียหายและผู้ที่ถูกกล่าวหา ซึ่งการลงพื้นที่บ้าน ด.ญ.แอน เป็นการเข้าไปเยี่ยม ดูสภาพจิตใจ ตามพ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก โดยมีเจ้าหน้าที่ พม.เข้าไปด้วย

บริเวณห้องน้ำของโรงเรียน

ส่วนแนวทางการสืบสวน ต้องทำการสอบพยานที่รู้เห็นเหตุการณ์จริง เพื่อนำมาวิเคราะห์ว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นจริงหรือไม่ ซึ่งในขณะนี้ ได้สอบพ่อ และอาของด.ญ.แอนแล้ว แต่ยังไม่ได้สอบสวนทางฝั่งของผู้ถูกกล่าวหาอย่างละเอียด โดยพยานหลักฐานก็ยังไม่สามารถชี้ชัด เพราะรับฟังมาทางจากพ่อผู้เสียหาย ซึ่งต้องรอให้สหวิชาชีพสอบผู้เสียหายอีกครั้ง

แม่ของ ด.ช.หลุยส์ (นามสมมติ) ป.3 ผู้ต้องสงสัย

ด้าน แม่ของ ด.ช.หลุยส์ (นามสมมติ) นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ซึ่งเป็นเพื่อนของนายโบ้ท และเป็นหนึ่งใน 3 ของผู้ต้องสงสัย กล่าวว่า ตนทราบข่าวเรื่องที่เด็ก ป.2 ถูกข่มขืนแล้ว ซึ่งในตอนแรก ไม่ทราบว่าลูกของตนเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย จนเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาสอบถาม โดยตนก็สอบถามลูกแล้ว ยืนยันว่าไม่ได้ทำ วันเกิดเหตุลูกไปเอาน้ำดื่มกับเพื่อนอีก 2 คน คือ ด.ช.โบ๊ต และด.ช.มิน (นามสมมติ) ขากลับ ด.ช.โบ๊ต แวะเข้าห้องน้ำ ส่วนลูกตนกับเพื่อนอีกคน ก็เข้าห้องเรียนไปก่อน และไม่ได้เจอกับ ด.ญ.แอน แต่อย่างใด

ส่วนตัวก็เชื่อว่าลูกไม่ได้ทำ เพราะลูกของตนมีท่าทีออกแนวกระตุ้งกระติ้ง ซึ่งในตอนนี้ ลูกก็ยังไปเรียนตามปกติ และไม่ได้รู้สึกเครียดแต่อย่างใด ส่วนตนก็กังวลเล็กน้อย ห่วงว่าลูกจะถูกโยงไปด้วย

บ้านของ ด.ช.มิน (นามสมมติ) ป.3 ผู้ต้องสงสัย

จากนั้น ทีมข่าวเดินทางไปที่บ้านของ ด.ช.มิน (นามสมมติ) นักเรียนชั้น ป.3 พบว่าบ้านปิดเงียบ สอบถามเพื่อนบ้าน ระบุว่า ด.ช.มิน อาศัยอยู่กับยาย โดยขณะนี้ยายน่าจะไปทำงาน ทั้งนี้ ยายของ ด.ช.มิน ไม่ขอให้สัมภาษณ์ โดยยืนยันว่าหลานของตัวเองเป็นผู้บริสุทธิ์ โดยชาวบ้านที่อาศัยข้างโรงเรียนจุดเกิดเหตุ กล่าวว่า ตนทราบข่าวก็รู้สึกตกใจ เพราะเหตุการณ์ดังกล่าว ทั้งผู้ก่อเหตุ และผู้เสียหายยังเด็กมาก ส่วนตัวไม่เชื่อว่า เด็ก ป.3 จะลงมือทำ เพราะยังเด็กเกินไป

 

keyboard_arrow_up