ผมไม่รุกครับ! เปิดใจนักมวยถูกแอบอ้างขายบริการ วอนหยุดสร้างความเดือนร้อนแก่คนอื่น

“นายธีรวัฒน์ หรือสมเดช ปิ่นสินชัย” นักมวยค่ายปิ่นสินชัย ยืนยันว่า จะดำเนินคดีกับมิจฉาชีพตัวจริงให้ถึงที่สุด หลังถูกแอบอ้างนำภาพไปขายบริการ อีกทั้งยืนยันว่าไม่ได้มีรสนิยมเบี่ยงเบนทางเพศแต่อย่างใด และบอกผ่านสื่อมวลชนว่า “อยากให้มิจฉาชีพเลิกทำพฤติกรรมดังกล่าว เลิกหาเงินด้วยวิธีการที่ง่ายแต่สร้างความเดือนร้อนแก่คนอื่น และขอบคุณทุกกำลังใจที่เข้าใจตน

จากกรณีที่ นายธีรวัฒน์ เศษวิสัย อายุ 19 ปี หรือ สมเดช ปิ่นสินชัย นักมวยไทย รุ่น 112 ปอนด์ และ นายชัยอนันต์ ปานคง อายุ 20 ปี หรือ พันมงคล ปิ่นสินชัย นักมวยไทย รุ่น 100 ปอนด์ พร้อมด้วย นายธีรพงศ์ เศษวิสัย อายุ 19 ปี หรือ สามารถ ปิ่นสินชัย นักมวยไทย รุ่น 115 ปอนด์ จากเวทีราชดำเนิน ถูกนำภาพจากเฟซบุ๊กส่วนตัว ในชุดสวมกางเกงนักมวย ที่กำลังซ้อมมวยอยู่ที่ค่ายปิ่นสินชัย เขตลาดพร้าว กทม. ไปลงประกาศประกาศขายบริการทางเพศ ในเว็บไซต์เว็บหนึ่ง จนมีคนหลงเชื่อติดต่อซื้อบริการแล้ว แต่นักมวยทั้ง 2 คนไม่ได้ให้บริการ จนสุดท้ายถูกผู้ซื้อบริการฟ้องไปทางเว็บไซต์ดังกล่าวว่า นักมวยทั้งสองคนโกง เรื่องนี้ทำให้ นายธีรพงศ์ เศษวิสัย และ นายชัยอนันต์ ปานคง นักมวยทั้ง 2 คน ต้องเข้าแจ้งความ ว่าถูกแอบอ้างนำภาพไปหลอกลวง ขายบริการ


วันนี้ ( 1 พ.ย.) ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ได้พูดคุยกับ นายธีรพงศ์ เศษวิสัย อายุ 19 ปี หรือ สมเดช ปิ่นสินชัย เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม ที่ตนเดินทางเข้าไปแจ้งความที่ ปอท. เนื่องจากมีบุคคลส่งข้อความสนทนาเข้ามาพูดคุยกับฝาแฝดของธีรวัฒน์ฯ พร้อมส่งรูปที่มีการประกาศขายบริการมาให้ดูและสอบถามว่า “รู้จักคนในภาพหรือไม่” ฝาแฝดของตนจึงเล่าเรื่องดังกล่าวให้ฟัง จึงปรึกษากับผู้ใหญ่ในค่ายก่อนเข้าแจ้งที่ ปอท. ซึ่งบุคคลที่ทักแชทเข้ามานี้ คาดว่าน่าจะเป็นผู้เสียหายที่ถูกหลอกโอนเงินเพื่อซื้อบริการ แต่กลับไม่ได้ตามต้องการ จึงเกิดความไม่พอใจ

ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี พูดคุยกับ นายธีรพงศ์ เศษวิสัย นักมวยที่ถูกนำภาพไปแอบอ้างขายบริการ

ในขณะเดียวกันนั้น ยังมีการปลอมแปลงไลน์ปลอม โดยใช้ภาพของตน แต่ชื่อไลน์ที่ไม่ใช่ชื่อของตน เป็นมิจฉาชีพคนเดียวกันที่นำภาพจากเฟสบุ๊กส่วนตัวของตนไปประกาศขายบริการ พร้อมหลอกให้โอนเงิน โดยระบุว่า “งานนอก ราคา 1,500 บาท งานวิดีโอคอล ราคา 500 บาท “ โดยให้มีการโอนเงินมัดจำเข้าไปก่อนรายละ 500 บาท แต่ก็ไม่เป็นไปตามนัด จนกระทั่งผู้ซื้อบริการอาจจะเกิดความไม่พอใจขึ้น


นอกจากจะเสียหายจากการถูกนำภาพไปโพสขายบริการทางเพศ บนเว็บไซต์เกย์แล้ว ยังถูกนำภาพไปประนามบนเว็บดังกล่าวว่าเป็นมิจฉาชีพหลอกเอาเงินอีกด้วย ทั้งที่ไม่ใช่ความจริง เหตุการณ์นี้สร้างความเสื่อมเสียชื่อเสียงของตนเองและชื่อเสียงของค่ายมวยอย่างมาก แต่ไม่กระทบต่อการฝึกซ้อมมวยหรือแข่งขันใดๆ ทั้งสิ้น

ค่ายมวย

ทั้งนี้ “นายธีรวัฒน์ หรือสมเดช ปิ่นสินชัย” ยืนยันว่า จะดำเนินคดีกับมิจฉาชีพตัวจริงให้ถึงที่สุด อีกทั้งยืนยันว่าไม่ได้มีรสนิยมเบี่ยงเบนทางเพศแต่อย่างใด และบอกผ่านสื่อมวลชนว่า “อยากให้มิจฉาชีพเลิกทำพฤติกรรมดังกล่าว เลิกหาเงินด้วยวิธีการที่ง่ายแต่สร้างความเดือนร้อนแก่คนอื่น และขอบคุณทุกกำลังใจที่เข้าใจตน

keyboard_arrow_up