ฟังจากปาก! ‘แม่วัยใส’ ยืนยันไม่ได้ทอดทิ้งลูก เตรียมประสาน พม.นำลูกมาเลี้ยงเอง (คลิป)

ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี 34 ยังคงติดตามกรณีคุณป้าพี่เลี้ยงเด็กออกมาประกาศตามหาคุณแม่แท้ๆ ของเด็กที่รับเลี้ยงคนหนึ่ง หลังค้างค่าจ้าง และกล่าวหาใส่ร้ายว่า คุณป้าเกี่ยวข้องกับการอุ้มบุญ (สุดทน! ฝากเลี้ยงแล้วชิ่ง วอนเอาลูกคืนไป รับค่าใช้จ่ายไม่ไหว (คลิป))

ความคืบหน้า คุณปรัศนีย์ ตันนะไพบูรณ์ ผู้สื่อข่าวอมรินทร์ทีวี ได้ลงพื้นที่ย่านถนนหัวหมาก เพื่อตามหาแม่แท้ๆ ของเด็ก และมีโอกาสพูดคุยกับแม่และยายของเด็ก พวกเขายอมรับว่า ตั้งใจที่จะเงียบ ไม่ตอบโต้คุณป้า ที่เป็นพี่เลี้ยงเด็ก ส่วนหนึ่งเพื่ออยากให้เรื่องเงียบ และจบโดยดี ที่สำคัญคือ กำลังประสานกับ พม. เพื่อนำตัวเด็กกลับมาเลี้ยงที่บ้าน และเก็บเงินให้ได้ตามจำนวนที่คุณป้าพี่เลี้ยงเรียกมา คือ 39,851 บาท เพื่อให้เรื่องนี้ยุติ และเด็กจะได้เติบโตในสภาพแวดล้อมที่ดี

ส่วนกรณีที่คุณยายของน้องโทรศัพท์ไปข่มขู่คุณป้าพี่เลี้ยงนั้น คุณยายยอมรับว่าโทรไปหาจริง คุยกันนานกว่า 40 นาที เพราะตัวเองก็เพิ่งรู้ว่าลูกสาวท้องเมื่อต้นสัปดาห์ที่แล้ว จากการแชร์ของเพจชื่อดัง จึงตั้งใจโทรไปเจรจาด้วย แต่ก็ยอมรับว่าวันนั้นต่างคนก็ต่างมีอารมณ์โกรธ จึงพูดกันไม่ค่อยดี ซึ่งคลิปเสียงที่มีการแชร์เป็นเพียงบางช่วงบางตอนเท่านั้น

ขณะที่แม่ของเด็ก บอกว่า มีการคุยกันเรื่องเงื่อนไข 4 ข้อเพื่อยุติเรื่องนี้จริงตามคลิปเสียง ตอนแรกก็จะยอมอัดคลิปขอโทษแล้ว แต่พอเจอกระแสโซเชียลที่ค่อนข้างแรง เธอจึงตัดสินใจจะเก็บเงินใช้หนี้ให้ได้ก่อน แล้วค่อยอัดคลิปขอโทษส่งไปพร้อมกัน โดยยืนยันว่า ไม่ได้จะเบี้ยวหนี้อย่างที่เข้าใจ

สำหรับข้อกล่าวหาเรื่องอุ้มบุญ แม่เด็กยอมรับว่า ได้พูดเรื่องนี้จริง ซึ่งเป็นการปรึกษากับรุ่นพี่ที่รู้จักคนหนึ่ง ว่า อุ้มบุญ คืออะไร เพราะคุณป้าพี่เลี้ยงพูดเรื่องนี้ขึ้นมา ตนจึงเข้าใจผิดว่า คุณป้าอยากให้ตนไปรับจ้างอุ้มบุญ เพื่อใช้หนี้ โดยได้ฝากคำขอโทษคุณป้าพี่เลี้ยงในเรื่องนี้มาด้วย

ทั้งนี้ ยืนยันว่าไม่ได้จะทอดทิ้งเด็กไว้ที่สถานสงเคราะห์ เพราะไปเยี่ยมเด็กมาตลอด อาทิตย์ละ 2 ครั้งตามกฎของสถานสงเคราะห์ ซึ่งครอบครัวก็ไม่ได้ปิดกั้นหากคุณป้าพี่เลี้ยงจะไปเยี่ยมด้วย เพราะเข้าใจในความรักความผูกพันธ์ที่เคยเลี้ยงเด็กมา

อย่างไรก็ตามตั้งแต่เกิดเรื่องนี้ ทางครอบครัวก็เครียดกันหมด พยายามไม่เปิดเข้าไปอ่านในโซเชียลมีเดีย เพราะถูกต่อว่าแรงมาก แต่ก็พยายามหาทางออก เพื่ออนาคตของทั้งแม่และเด็ก ซึ่งยังอยู่ในวัยเรียน โดยคุณยายได้บอกด้วยว่า เรื่องนี้เป็นบทเรียนครั้งยิ่งใหญ่ของครอบครัว จึงอยากจะให้ทุกคนเวลามีปัญหา โดยเฉพาะเรื่องการท้องไม่พร้อมแบบนี้ให้ปรึกษาพ่อแม่ดีที่สุด เพื่อจะได้ไม่ลุกลามแบบนี้

วันพรุ่งนี้ (23 มิ.ย.) ครอบครัวของคุณแม่ก็จะเดินทางไปเยี่ยมน้องที่สถานสงเคราะห์อีกครั้ง ซึ่งการเดินทางไปวันพรุ่งนี้คุณพ่อของเด็กก็จะไปด้วย เพื่อประสานเกี่ยวกับการรับเป็นพ่อ และขอรับเด็กกลับออกมาเลี้ยงเอง.

keyboard_arrow_up