ชาวบ้านนับพัน ร้องสอบสหกรณ์ สุดงง! เป็นหนี้รายละหมื่น ทั้งที่ไม่ได้กู้ยืม

วันที่ 5 ต.ค. 61 ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดขอนแก่น นายสมเกียรติ ขจรบุรี ชาวบ้านศรีสุขสำราญ ต.ศรีสุขสำราญ อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น พร้อมด้วยชาวบ้านซึ่งเป็นสมาชิกสหกรณ์แห่งหนึ่ง เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนและขอความช่วยเหลือกับศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดขอนแก่น หลังจากที่ชาวบ้านจำนวนมากตกเป็นหนี้สหกรณ์ โดยไม่ได้กู้ยืมตั้งแต่ 1–3 สัญญา สัญญาละ 4–5 หมื่นบาท ทั้งที่ชาวบ้านไม่ได้กู้ยืมจริง และไม่เคยได้รับเงินจากสหกรณ์ ทำให้ชาวบ้านเป็นหนี้เพิ่มขึ้น ซึ่งชาวบ้านมาทราบเรื่องนี้หลังจากที่เจ้าหน้าที่จากสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์จังหวัดขอนแก่น ได้เข้ามาสุ่มตรวจบัญชีลูกหนี้สหกรณ์ดังกล่าวที่บ้านห้วยเตย หมู่ที่ 9 ต.ศรีสุขสำราญ อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 6 ก.ย. ที่ผ่านมา ทำให้ชาวบ้านต่างพากันตกใจกับยอดหนี้ที่เพิ่มขึ้น

นายสมเกียรติ ขจรบุรี ตัวแทนชาวบ้าน

นายสมเกียรติกล่าวว่า หนี้สินที่เกิดขึ้น ชาวบ้านหลายคนต่างไม่ทราบว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร และเจ้าหน้าที่จากสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์จังหวัดขอนแก่น ที่ออกมาตรวจสอบก็ไม่ได้แจ้งให้สมาชิกทราบ ทำให้สมาชิกได้รับความเดือดร้อน วันที่ 7 ก.ย.ที่ผ่านมา จึงได้รวมตัวกันร้องทุกข์กับศูนย์ดำรงธรรมอำเภออุบลรัตน์ และเข้าแจ้งความที่สภ.อุบลรัตน์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เรียกผู้จัดการสหกรณ์ฯ และประธานสหกรณ์ฯ ให้มาตกลงกัน ซึ่งผู้จัดการสหกรณ์ฯ แจ้งว่าเป็นความผิดพลาดทางบัญชี และนัดให้ไปตกลงกันที่สำนักงานของสหกรณ์ฯ ในวันที่ 12 ก.ย.

ชาวบ้านศรีสุขสำราญ ต.ศรีสุขสำราญ อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น

อย่างไรก็ตาม ในวันนัดหมายตกลงกัน ผู้จัดการสหกรณ์ฯ ได้รับปากสมาชิกว่าจะใช้หนี้ที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริงให้กับสมาชิกทุกคน แต่ก็ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนให้ว่าจะใช้หนี้ดังกล่าวให้เมื่อใด กระทั้งวันที่ 16–17 ก.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่จากสำนักงานตรวจสอบบัญชีสหกรณ์จังหวัดขอนแก่น ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบบัญชีอีกครั้ง ทั้ง 10 หมู่บ้านในพื้นที่ตำบลศรีสุขสำราญ ก็พบว่ามีสมาชิกอีกจำนวนมากที่ตกเป็นหนี้สหกรณ์ฯ โดยที่ไม่ได้กู้ยืมอีกเช่นกัน เป็นยอดเงินตั้งแต่ 35,000–95,000 บาท บางรายมียอดหนี้ถึงหนึ่งแสนบาท ซึ่งเจ้าหน้าที่จากสำนักงานตรวจสอบบัญชีฯ ได้ให้ชาวบ้านลงลายมือชื่อ เพื่อปฏิเสธการเป็นหนี้ และชาวบ้านที่ตกเป็นหนี้รายใหม่ก็ได้เข้าแจ้งความที่สภ.อุบลรัตน์อีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้พนักงานสอบสวนได้เรียกผู้จัดการและประธานสหกรณ์ฯ มาชี้แจง จนได้รับคำตอบว่ากรณีที่เกิดขึ้นเป็นการตกแต่งบัญชีเพื่อปิดงบดุลประจำปี และจะหาผู้มารับผิดชอบ แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีความคืบหน้า

keyboard_arrow_up