สุดโหดฆ่าหนุ่มลีซอ ญาติชี้ลวดรัดปากให้ตายทรมาน ไม่ฟันธงเป็นจนท.รัฐลวงสังหาร (คลิป)

กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นาหวาย รับแจ้งเหตุพบศพของนายอาแล ลีวัวะ อายุ 36 ปี โดยสภาพศพถูกใส่กุญแจมือมัดติดกับต้นไม้ ส่วนบริเวณศีรษะพบว่าถูกทุบด้วยก้อนหินจนเสียชีวิต ภายในสวนบ้าน ป่าบงงาม หมู่ 11 ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่

บรรยากาศคนในหมู่บ้านที่มาร่วมงานศพนายแอแล ลีวัวะ ผู้เสียชีวิต

วันที่ 28 ก.ย. 61 ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ลงพื้นที่มายังหมู่บ้านป่าบงงาม โดยที่บ้านของนายแอแล ลีวัวะ ผู้เสียชีวิต พบว่า กำลังจัดทำพิธีศพตามหลักความเชื่อของศาสนาคริสต์ คือจะตั้งศพไว้ที่บ้านเป็นเวลา 3 วัน จากนั้นจึงจะนำศพไปฝังดิน โดยคนในหมู่บ้านที่มาร่วมงานศพ แต่ส่วนใหญ่เป็นชนเผ่าชาวมูเซอร์, ลีซอ และลาหู่ ซึ่งไม่สามารถพูดภาษาไทยได้

นายศักดิ์ (นามสมมติ) พ่อตาของผู้เสียชีวิต

นายศักดิ์ (นามสมมติ) พ่อตาของผู้เสียชีวิต พาทีมข่าวไปดูจุดที่ผู้เสียชีวิตถูกฆ่า โดยพบว่าจุดดังกล่าวอยู่ในพื้นที่ไร่สวนของผู้เสียชีวิต ซึ่งปลูกเป็นไร่ถั่วลิสง ขนาดพื้นที่ประมาณกว่าร้อยไร่ โดยจุดนี้จะต้องใช้การเดินเท้าขึ้นเนินไปกว่า 1 กิโลเมตร จากนั้นเมื่อไต่ขึ้นเนินแล้วเดินไปอีกประมาณ 400-500 เมตร จึงจะพบว่าเป็นจุดที่ผู้เสียชีวิตถูกทำร้าย

โดยศักดิ์ให้ข้อมูลว่า ตนทราบข่าวมาว่าวันเกิดเหตุ ลูกสาวของตนไม่สามารถโทรศัพท์ติดต่อกับแฟนหนุ่มได้ จึงออกไปตามหาที่ไร่สวน และพบว่ามีร่องรอยเท้าคนเดินจากปากทางสวนเข้าไปในป่า แฟนสาวจึงเข้าไปตามหาผู้เสียชีวิตในป่า ก่อนจะพบว่าแฟนหนุ่มได้เสียชีวิตแล้ว ส่วนรายละเอียดเรื่องผู้เสียชีวิตพูดคุยกับบุคคลอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. นั้น ตนไม่ทราบ เพราะยังไม่ได้คุยกับลูกสาว

ทั้งนี้ ครอบครัวไม่ทราบว่าใครเป็นคนก่อเหตุ และใครเป็นคนทำร้าย เพราะทุกวันผู้เสียชีวิตจะออกไปทำไร่สวน ไม่เคยไปมีปัญหาหรือทะเลาะกับใคร และนิสัยใจกว้าง ใจดีกับทุกคน หากใครขอหยิบยืมเงิน ถ้าเขามีก็ให้ ส่วนลูกชายของผู้เสียชีวิตทำงานรับจ้าง ไม่มีใครยุ่งเกี่ยวกับสารเสพติด ส่วนที่มีข่าวว่ามีคนแต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. เข้ามาสอบถามคนในหมู่บ้านว่ารู้จักผู้เสียชีวิตหรือไม่นั้น ตนไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน

อย่างไรก็ตาม วันนี้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสายสืบจังหวัดเชียงใหม่ เข้ามาที่บ้านของผู้เสียชีวิต โดยได้เข้าไปพูดคุยกับภรรยาของผู้เสียชีวิต ก่อนเจ้าหน้าที่จะเดินทางกลับ

ภรรยาของผู้เสียชีวิต (เสื้อส้ม) นั่งอยู่ที่ด้านหน้าโลงศพ

หลังจากนั้น ภรรยาของผู้เสียชีวิตได้นั่งอยู่ที่ด้านหน้าโลงศพด้วยอาการโศกเศร้าเสียใจ ร้องไห้อย่างหนัก โดยเพื่อนและญาติคอยปลอบอย่างใกล้ชิด

ด้านชาวบ้านในหมู่บ้าน ให้ข้อมูลว่า ตนทราบข่าวว่า ก่อนเกิดเหตุภรรยาของผู้เสียชีวิตได้เข้าไปตามคนตายในไร่สวน เนื่องจากเห็นหายไปจากบ้านนาน และโทรศัพท์ติดต่อไม่ได้ เมื่อไปถึงก็พบว่าผู้เสียชีวิตกำลังนั่งคุยอยู่กับคนร้าย 2 คนที่บริเวณหัวสวนไร่ จากนั้นภรรยาผู้เสียชีวิตก็ถูกคนร้าย 2 คนที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ไล่ออกมาด้วยการพูดว่า “ไม่ต้องเข้ามา เป็น ป.ป.ส. แล้วมาทำไม” ภรรยาจึงตอบไปว่าเป็นแฟน ก่อนจะขอยึดโทรศัพท์ของภรรยาผู้เสียชีวิตไป ภรรยาผู้เสียชีวิตจึงตัดสินใจกลับบ้านมาเพื่อตามน้องสาวให้ไปช่วยผู้เสียชีวิต

ภาพจำลองเหตุการณ์ดังกล่าว

เมื่อกลับไปถึงจุดเดิมก็ไม่พบทั้ง 3 คนแล้ว จึงเดินตามหาเข้าไปในป่าใกล้กับจุดที่พบศพผู้เสียชีวิต พบว่าคนร้ายได้นำปืนจ่อพร้อมพูดว่า “ไม่ต้องเข้ามา กลับลงไป นี่เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.” ผู้เสียชีวิตจึงพูดเสริมว่า “ไม่ต้องเข้ามา เป็นการจับผิดตัว” ขณะนั้นผู้เสียชีวิตก็พูดทำนองให้ภรรยาของตัวเองลงไปรอข้างล่างอีกครั้ง เพราะคิดว่าจะถูกปล่อยออกมา

นอกจากนี้ นายอารีย์ตั้งข้อสังเกตว่าคนร้ายอาจจะเห็นผู้เสียชีวิตมาทำไร่สวนดึงหญ้า แล้วก็ลงมาควบคุมตัวไป ซึ่งตนไม่แน่ใจว่าทั้งสองฝ่ายรู้จักกันหรือไม่ แต่ยืนยันได้ว่าผู้เสียชีวิตไม่เคยมีปากเสียงกับใคร ไม่มีปัญหาเรื่องหนี้สิน หรือธุรกิจไร่สวนที่ทำอยู่ ส่วนเหตุการณ์ที่คนร้ายอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. นั้น ตนก็ไม่แน่ใจว่าเป็นเจ้าหน้าที่จริงหรือไม่ หรือเป็นการจับคนไปผิดตัว เพราะหน้าตาและชื่อของคนชนเผ่าลีซอ จะมีความคล้ายคลึงกัน อย่างลูกชายคนแรกของเผ่าจะเรียกว่า “อาเบ” ลูกคนที่สองจะเรียกว่า “อาแล” ซึ่งเป็นชื่อขึ้นต้นของผู้เสียชีวิต แล้วหากมีการตรวจสอบเลขบัตรประชาชนก็จะพบว่าคนชื่อเดียวกัน แต่อาจเป็นคนละคน

นายอารีย์ ระบุด้วยว่าภรรยาผู้เสียชีวิตกับน้องสาวเป็นคนนำศพของผู้เสียชีวิตลงมา แต่สภาพศพตอนที่ไปพบคือ มือมัดผูกติดกับต้นไม้ ใบหน้าถูกของแข็งทุบ และที่ปากมีลวดสลิงมัดไว้ คล้ายกับการฆาตกรรมเพื่อให้เสียชีวิตเร็วที่สุด แพทย์ระบุว่าการฆาตกรรมแบบนี้ก็เพื่อให้ผู้เสียชีวิตเกิดภาวะเลือดไปเลี้ยงสมองน้อยลง และขาดอากาศหายใจตาย ส่วนที่ภรรยาและญาติของผู้เสียชีวิตต้องรีบนำศพลงมาจากในป่าด้วยตนเอง โดยไม่ได้แจ้งตำรวจก่อนนั้น เพราะชนเผ่ามีความเชื่อว่าต้องรีบนำศพมาทำพิธีก่อนพระจันทร์ขึ้น หากไม่รีบนำลงมา คนในครอบครัวก็จะมีการเสียชีวิตต่อ ๆ กัน

นายนพ (นามสมมติ) ลูกชายผู้เสียชีวิต

นายนพ เล่าว่า ส่วนตัวไม่รู้สึกสงสัยใคร เพราะไปทำงานที่กรุงเทพฯ มานาน ไม่ทราบว่าพ่อมีปัญหากับใคร แต่ยืนยันว่าพ่อเป็นคนนิสัยดี ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร ส่วนเรื่องสารเสพติด ตนไม่รู้ว่าพ่อรู้จักใครที่เกี่ยวข้องกับเรื่องพวกนี้หรือรู้จักกับเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ด้วยหรือไม่

นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส.

ด้าน นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส. เปิดเผยว่า กรณีเจ้าหน้าที่จะสามารถเข้าตรวจค้นบ้านพัก หรือบุคคลที่ต้องสงสัยว่าอาจจะเกี่ยวข้องกับยาเสพติด จะถือว่าเป็นเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ไม่ใช่ว่าเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. จะเป็นเจ้าพนักงาน ป.ป.ส.ทุกคน โดยบุคคลที่เป็นเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. จะมีตั้งแต่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร เจ้าหน้าที่ศุลกากร ข้าราชการสังกัดกระทรวงมหาดไทย โดยบุคคลเหล่านี้เป็นผู้เกี่ยวข้องกับการปราบปรามยาเสพติด และผ่านการอบรมของ ป.ป.ส. แล้ว แต่ละบุคคลก็จะมีอำนาจหน้าที่แตกต่างกัน ซึ่งจะมีระบุไว้ที่หน้าบัตรประจำตัว โดยบัตรจะแบ่งแยกออกตามสีของซองหนัง สีแดง คือ เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. สังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สีน้ำเงิน คือ ทหาร พลเรือนสังกัดกระทรวงมหาดไทย และสีเทา คือ เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ที่อยู่ในสังกัด ป.ป.ส.

ตัวอย่างซองบัตรประจำตัวของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส.

ทั้งนี้ หากประชาชนถูกบุคคลอ้างเข้าตรวจค้น สามารถขอดูบัตรประจำตัวได้ ซึ่งถือเป็นข้อปฏิบัติของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ที่ต้องแสดงบัตรประจำตัวก่อนตรวจค้น หากบุคคลที่จะตรวจค้นไม่แสดงบัตร สามารถปฏิเสธการตรวจได้ อีกทั้งการตรวจค้นของเจ้าพนักงานต้องแสดงอย่างบริสุทธิ์ใจ คือการตรวจค้นต่อหน้าผู้ที่ถูกตรวจ โดยต้องมีการทำบันทึกส่งกลับมาที่ เลขาธิการ ป.ป.ส. ภายใน 15 วัน

ซองบัตรประจำตัวของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส.

นอกจากนี้ นายศิรินทร์ยา นำตัวอย่างบัตรให้ดูทั้ง 3 สี ซึ่งภายในบัตรจะระบุชื่อ-นามสกุล สังกัดหน่วยงาน เลขประจำตัวผู้ถือบัตร อำนาจหน้าที่ พลิกดูรายละเอียดได้ที่หลังบัตร อีกทั้งยังมีระบุวันเดือนปีที่บัตรหมดอายุ หากบัตรหมดอายุ ประชาชนสามารถปฏิเสธการตรวจได้เช่นเดียวกัน ทั้งนี้ หากประชาชนไม่มั่นใจว่าบุคคลดังกล่าวใช่เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. จริงหรือไม่ สามารถโทรศัพท์มาที่สายด่วน 1386 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งสามารถตรวจสอบข้อมูลตามเลขบัตรได้

ทั้งนี้ นายศิรินทร์ยา ยืนยันว่า กรณีที่กำลังเป็นข่าวอยู่ทั้งที่จังหวัดชลบุรี และเชียงใหม่ โดยที่ชลบุรีมีการตรวจสอบแล้ว พบว่า 1 ใน 7 ของผู้ก่อเหตุ เป็นเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ซึ่งทางสำนักงานมีหนังสือส่งไปที่ต้นสังกัด ให้ยกเลิกงานใช้บัตรชั่วคราวแล้ว หากสอบสวนพบกระทำผิดจริง ก็จะดำเนินการเอาผิดตามกฎหมาย และทางวินัย ส่วนที่จังหวัดเชียงใหม่ ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ

keyboard_arrow_up