สุดเศร้า! ครอบครัวสาวท้องพลัดตกราง นำศพไปบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิด สามีขอให้เป็นเหตุการณ์สุดท้าย

จากกรณี น.ส.รสรินทร์ เปลี่ยนหล้า อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 69 หมู่ 3 ต.ไหล่น่าน อ.เวียงสา จ.น่าน ซึ่งตั้งท้อง 6 เดือน และเป็นพนักงานบัญชีย่านสีลม เกิดอาการหน้ามืดและพลัดตกรางรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ สถานีบ้านทับช้าง ขณะรอโดยสารไปทำงาน และถูกรถไฟฟ้าที่กำลังวิ่งเข้าสถานีทับร่างจนเสียชีวิต โดยกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพวินาทีระทึกเอาไว้ได้  ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุทางแอร์พอร์ตลิงก์ เตรียมทำฉากกั้นชานชาลา โดยใช้งบ 200 ล้านบาท

ล่าสุด 20 มิถุนายน 2560  ครอบครัวของนางสาวรสรินทร์ เปลี่ยนหล้า อายุ 31 ปี ที่พลัดตกลงไปบนรางรถไฟแอร์พอร์ต เรียลลิงก์ สถานีทับช้าง ได้ไปสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อรับศพของ นางสาวรสรินทร์ กลับไปประกอบพิธีทางศาสนา ที่วัดนาสา ต.ไหล่น่าน อ.เวียงสา จ.น่าน  หลังจากเจ้าหน้าที่ได้ตรวจชันสูตรพลิกศพแล้วเสร็จ

โดยในวันนี้ยังมีเพื่อนร่วมงานจากบริษัทของผู้เสียชีวิต เดินทางมาที่ สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ พร้อมกับนำดอกกุหลายสีขาว มาร่วมแสดงความเสียใจกับทางครอบครัว และไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิต

นายปิยะพงษ์ รอบคอบ สามีผู้เสียชีวิต

ขณะที่นายปิยะพงษ์ รอบคอบ สามีผู้เสียชีวิต  เปิดเผยว่า ทุกวันตนจะเป็นคนขับรถจักรยานยนต์ไปส่งภรรยาที่แอร์พอร์ตเรลลิงค์ สถานีทับช้าง เป็นประจำทุกวัน เนื่องจากภรรยาต้องโดยสารแอร์พอร์ตลิ้งค์ไปทำงาน วันเกิดเหตุก็ไปส่งภรรยาตามปกติ ไม่มีลางสังหรณ์ใดๆเกิดขึ้น หลังจากที่ตนได้ทราบข่าวก็รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก เพราะความเป็นครอบครัวได้ขาดหายไปแล้ว

ทั้งนี้อยากให้เคสนี้เป็นเคสสุดท้าย ให้เป็นอุทาหรณ์กับผู้ใช้บริการแอร์พอร์ตลิ้งค์ทุกคน และอยากให้หน่วจงานที่เกี่ยวข้องออกมาดูแลเรื่องของความปลอดภัยให้มากขึ้นกว่านี้ ส่วนเรื่องของการ เยียวยา ทางครอบครัวขอให้ผ่านพิธีฌาปนกิจศพของภรรยาไปก่อน แล้วค่อยพูดคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถึงการเยียวยาหลังจากนี้  โดยมีกำหนดพิธีฌาปนกิจศพ นางสาวรสรินทร์ในวันอาทิตย์ที่ 25 มิถุนายนนี้

พล.ต.ต.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผู้บังคับการตำรวจรถไฟ

ขณะที่ พล.ต.ต.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผู้บังคับการตำรวจรถไฟ  เปิดเผยว่า จากการสอบสวนพยาน และการรวบรวมหลักฐานจากจุดเกิดเหตุสอดคล้องกัน ยืนยันว่านางสาวรสรินทร์ เปลี่ยนหล้า ประสบอุบัติเหตุ ทำให้เสียชีวิต โดยยังไม่ตรวจพบสาเหตุอื่น เช่น การทะเลาะวิวาท หรือการกระทำโดยประมาทจากบุคคลอื่น จนเป็นเหตุจูงใจ จนทำให้ถึงแก่ความตาย

ล่าสุดพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้เกี่ยวข้องไปแล้ว 6 ปาก ได้แก่ สามี พยานในที่เกิดเหตุ คนขับรถไฟ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย โดยทุกคนยืนยันว่าพบนางสาวรสรินทร์ก่อนเกิดเหตุ โดยสามีได้มาส่งขึ้นรถไฟตามปกติ ไม่ได้ทะเลาะกัน และขณะเกิดเหตุ  รปภ. พยายามกดปุ่มฉุกเฉินและเป่านกหวีดส่งสัญญาณให้หยุดรถไฟ แต่คนขับรถไฟให้การว่า เป็นระยะประชิด จึงไม่สามารถหยุดรถได้ทัน

keyboard_arrow_up