เผยนาทีสาวถูกฟอร์จูนเนอร์เสยตกทางด่วนดับ – กูรูแนะวิธีปลอดภัย ถ้ารถเสีย (คลิป)

วันที่ 3 ก.ย. 61 ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ลงพื้นที่ถนนใต้ทางด่วนฉลองรัช ซอยปรีดีพนมยงค์ 2 ซึ่งเป็นจุดที่ น.ส.ธัญญพัทธ์ วิพันธ์พงษ์ อายุ 68 ปี ตกลงมาเสียชีวิต ยังพบรอยเลือดที่บริเวณกลางถนน ซึ่งถูกกระดาษหนังสือพิมพ์วางทับอยู่ และในบริเวณใกล้กันพบธูป 1 ดอก และธูปอีก 5 ดอก ปักอยู่ใกล้กัน คาดว่าเป็นธูปที่ทางญาติได้ใช้ทำพิธีเชิญดวงวิญญาณ

ภาพจากคลิปเหตุการณ์ขณะรถชนหญิงตกทางด่วนเสียชีวิต
จุดเกิดเหตุบนทางด่วนฉลองรัช

นายนิยม บัวทรัพย์ อายุ 55 ปี คนขับรถจักรยานยนต์รับจ้าง เปิดเผยว่า วันนี้ เวลา 08.45 น. ในระหว่างที่ตนกำลังขับรถกลับมาจากส่งผู้โดยสาร ตนเห็นสภาพศพนอนจมกองเลือดอยู่กลางถนน ในลักษณะมือขวาวางอยู่บนหน้าอก ส่วนมือซ้ายยืดกางออก และมีเลือดออกเป็นลิ่ม ๆ จากแผลที่บริเวณหัว ซึ่งจากศพที่เห็น ตนคิดว่าผู้เสียชีวิตน่าจะตกลงมา และหัวกระแทกลงพื้นก่อน ซึ่งตอนแรกตนก็คิดว่าผู้เสียชีวิตกระโดดลงมาจากสะพาน แต่ก็สงสัยว่าด้านบนเป็นทางด่วน ไม่สามารถเดินขึ้นไปได้ แล้วจะตกลงมาได้อย่างไร แต่ตนมารู้ภายหลังว่า มีเหตุรถชนกันบนทางด่วนด้วย จากนั้นก็มีคนแจ้งเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบพื้นที่

นายนิยม บัวทรัพย์ อายุ 55 ปี คนขับรถจักรยานยนต์รับจ้าง

ทั้งนี้ แม้จะมีคนตายในบริเวณใกล้เคียง ตนก็ไม่ได้รู้สึกกลัวแต่อย่างใด เนื่องจากจุดที่คนตาย เป็นเส้นทางที่ตนขับรถผ่านไม่บ่อยมากนัก แต่ก็ยังรู้สึกตกใจที่เกิดอุบัติเหตุดังกล่าวขึ้น

ทีมข่าวติดต่อญาติของน.ส.ธัญญพัทธิ์ ผู้เสียชีวิต ซึ่งทราบว่าขณะนี้ศพยังอยู่ที่นิติเวช รพ.จุฬาฯ โดยญาติเปิดเผยว่า “ยังอยู่ในความตกใจ และเสียใจ ยังไม่พร้อมให้ข้อมูลและวันพรุ่งนี้ (4 ก.ย.) เตรียมไปติดต่อขอรับศพที่โรงพยาบาล และจะนัดหมายเดินทางไปพบกับพนักงานสอบสวน สน.ทางด่วน”

เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บ (เสื้อขาว)

ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 3 คนนั้น พ.ต.ท.ฉัตรชัย เอี่ยมอ่อง รองผู้กำกับฝ่ายสอบสวน สน.ทางด่วน 1 เจ้าของคดี เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุ มีรถของโรงพยาบาลได้นำคนเจ็บส่งโรงพยายาลใกล้เคียงแล้ว หนึ่งในจำนวนคนเจ็บ เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ คือ ร.ต.ต.สุพจน์ ไชยนอก รอง สว.(จร.) สน.ทางด่วน 1 ซึ่งอาการล่าสุดไม่ได้รับบาดเจ็บมาก มีรอยฟกช้ำเขียว และปวดบริเวณต้นคอ ซึ่งอยู่ในการตรวจอย่างละเอียดจากแพทย์ ส่วนคนเจ็บ อีก 2 คน อยู่ในการดูแลของเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิดเช่นเดียวกัน และทราบว่าหนึ่งในจำนวนนี้ มีหญิงท้อง แต่อาการไม่น่าเป็นห่วง และไม่กระทบกระเทือนถึงครรภ์ส่วนทางด้าน น.ส.นุชนาฏ พรหมนะ อายุ 34 ปี ผู้ก่อเหตุ ขับรถพุ่งชนท้ายรถที่จอดเสียบนทางด่วน เบื้องต้นอยู่ในการสอบสวนเพิ่มเติม และรอตรวจสอบพยานหลักฐาน กล้องจงจรปิดประกอบ จึงยังไม่แจ้งข้อหาใด ๆ เพราะร่างกายผู้ก่อเหตุก็ได้รับบาดเจ็บ แต่หลังจากนี้จะเรียกมาสอบปากคำและดำเนินคดีต่อไปภายหลัง

พ.ต.ท.อภิรักษ์ บุญหนัก สว.จร. งานศูนย์ควบคุมจราจร 1 (สน.ทางด่วน1) กล่าวว่า การจราจรบนเส้นทางด่วนพิเศษ มักเกิดอุบัติเหตุขึ้นบ่อยครั้ง โดยเฉพาะทางด่วนที่อยู่บริเวณรอบนอก เช่น เส้นบางพลี – สุขสวัสดิ์ มักจะเกิดอุบัติเหตุรถเฉี่ยวชนบ่อยครั้งเนื่องจากมีรถบรรทุกจำนวนมาก นอกจากนี้ยังเกิดจากไม่ปฏิบัติตามกฎจราจร วิ่งด้วยความเร็วสูง เปลี่ยนช่องทางกะทันหัน ปาดหน้า และไม่เว้นระยะห่างระหว่างช่วงคันที่เหมาสม ถึงแม้จะไม่มีกฎระเบียบกำหนดว่า ต้องเว้นระยะห่างเท่าใด แต่รถทุกคันจะต้องมีระยะที่สามารถเบรกได้ทันท่วงทีหากมีเหตุฉุกเฉิน เพราะฉะนั้นยิ่งขับเร็ว ยิ่งต้องเว้นระยะมาก

ภาพจำลองการเว้นช่วงระยะห่างจากรถ กรณีใช้โทรศัพท์ฉุกเฉินบนทางด่วน

สำหรับประชาชนที่ขับรถบนทางด่วน หากรถของตนเองเสียหรือไม่สามารถขับต่อไปได้ อันดับแรกให้เปิดไฟฉุกเฉิน จากนั้นนำรถเข้าจอดที่จุดจอดรถฉุกเฉิน มีการตีเส้นทึบที่ไหล่ทางซ้ายสุด ความกว้างของช่องทางฉุกเฉิน 1.2 เมตร จากนั้นรีบโทรแจ้ง 1543 หรือใช้โทรศัพท์ฉุกเฉินที่ติดตั้งไว้บนทางพิเศษทุก 1 กิโลเมตร ทั้งนี้ หากเป็นไปได้ควรโทรจากโทรศัพท์มือถือส่วนตัว ไม่จำเป็นไม่ควรเดินออกไปนอกรถเพื่อความปลอดภัยจากรถเฉี่ยวชน แต่หากมีความจำเป็นต้องใช้ตู้โทรศัพท์ฉุกเฉินของทางด่วน ต้องจอดรถห่างจากตู้โทรศัพท์หรือยืนให้ห่างจากรถในระยะที่ปลอดภัย ทันทีหลังรับแจ้งเจ้าหน้าที่จะประสานงานแจ้งตำรวจ พนักงานกู้ภัย และพนักงานจัดการจราจรให้ความช่วยเหลือ

จากกรณีที่เกิดขึ้นตามข่าวนั้น ผู้ขับฟอร์จูนเนอร์ฝ่าฝืนเครื่องหมายการจราจร คือขับคร่อมเลนฉุกเฉิน ซึ่งผิดกฎจราจร เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญที่สุดของผู้ขับขี่บนท้องถนนคือการมีสติ ไม่ขับขี่ด้วยความประมาท และเคารพกฎจราจรอย่างเคร่งครัด

นายวินิจจัย ชลานุเคราะห์ นักสื่อสารมวลชนสายยานยนต์ และกูรูเทคโนโลยียานยนต์

นายวินิจจัย ชลานุเคราะห์ นักสื่อสารมวลชนสายยานยนต์ และกูรูเทคโนโลยียานยนต์ เปิดเผยว่า จากคลิปกล้องวงจรปิด พบว่ารถฟอร์จูนเนอร์ ขับด้วยความเร็วในช่องริมซ้ายสุด ซึ่งเป็นไหล่ทางที่ใช้สำหรับจอด หรือขับด้วยความเร็วต่ำ จึงถือว่าผิดกฎหมาย โดยคิดว่ารถคันดังกล่าว น่าจะขับอยู่ที่ความเร็ว 60 -80 กม./ชม. เพราะเมื่อชนแล้ว รถเบี่ยงไปชนจนผู้หญิงที่ยืนอยู่หน้ารถ กระเด็นลงไปด้านล่างของทางด่วน ซึ่งตนเชื่อว่า ผู้เสียชีวิตน่าจะมีอาการตกใจ ซึ่งก็อาจจะกระโดดร่วมกับแรงกระแทกของรถด้วย

นายวินิจจัย แนะนำว่า หากรถเสียบนทางด่วน ควรเปิดไฟฉุกเฉินให้สัญญาณรถด้านหลังที่ขับมา รวมถึงดึงเบรกมือกันรถไหลไว้ ส่วนคนในรถ ควรยืนด้านหน้ารถ โดยให้ห่างจากตัวรถอย่างน้อย 50 เมตร และไม่ควรยืนหลังรถ เนื่องจากรถที่ขับตามมา อาจชนคนก่อนชนรถได้

keyboard_arrow_up