คาใจ “2 สาวพี่น้อง” สักปาก คาดเน่าเพราะยาบำรุงเลือด – “นิกกี้” ท้าตรวจเชื้อ ถ้าเป็นต้นตอจะชดใช้ (คลิป)

จากกรณีที่สองหญิงสาว ทำศัลยกรรมเสริมความงานด้วยการสักปากสีชมพูที่ร้านสักของพริตตี้ชื่อดัง พร้อมกับออกมาแถลงข่าวในขณะที่กำลังพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล อ้างว่าเกิดจากเครื่องมือไม่สะอาดทำให้ปากอักเสบ บวมแดงจนกระทั่งติดเชื้อ หลังเกิดเหตุผู้เสียหายมีการร้องเรียนไปที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ.แล้วแต่ไม่คืบหน้าประกอบกับร้านสักปากไม่แสดงความรับผิดชอบใด ๆ จึงออกมาร้องเรียนผ่านสื่อ

น.ส.ณัฐณิชา สกุลจารุพงศ์ หรือ นิกกี้ พร้อมกับอาจารย์เฟียร์ สักคิ้วและทนาย

วันที่ 2 ก.ย. 61 น.ส.ณัฐณิชา สกุลจารุพงศ์ หรือ นิกกี้ , นายธรรมชาติ สุนทรนิธิพงศ์ หรืออ.เฟียร์ สักคิ้ว , นายนิติธร แก้วโต หรือ ทนายเจมส์ และนางศิรินทิพย์ ศรีภักดิ์ เวนไรท์ หรือเจ้าของเพจ “ห้องสืบ” ออกมาแถลงข่าวชี้แจงถึงกรณีที่เกิดขึ้น

น.ส.ณัฐณิชา ระบุว่า ได้รับการติดต่อมาจากลูกค้าที่เป็นผู้เสียหายทั้งสองราย คนพี่ต้องการ สักคิ้ว 6 มิติ ขอบตาและปากชมพู ส่วนคนน้องต้องการสักคิ้ว 6 มิติและปากชมพู ซึ่งการสักของร้านจะมีการตรวจเช็กความพร้อมของลูกค้าก่อนเสมอ โดยอ.เฟียร์ จะเป็นผู้พูดคุยสอบถามรายละเอียดความพร้อมของลูกค้าว่า ปัจจุบันทานยาอะไร แพ้ยาอะไร ร่างกายพร้อมแค่ไหน มีโรคประจำตัวหรือไม่ และจะให้คำแนะนำก่อนสักเสมอ ซึ่งจากการพูดคุยทำให้ทราบว่าลูกค้ารายนี้กิน “คอลลาเจนและยาบำรุงเลือด” ลูกค้าจึงขอไม่งดการกินยาบำรุงเลือด ทำให้ตั้งข้อสังเกตว่า การกินยาบำรุงเลือดเป็นเพราะร่างกายของลูกค้ามีความผิดปกติอะไร หรืออาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการติดเชื้อรุนแรงหรือไม่

อาการปากติดเชื้อ

ภายหลังจากสัก ลูกค้ามีการติดต่อมาเพื่อบอกถึงอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นว่า อ้าปากไม่ได้ แสบร้อน บวมอักเสบ จึงแนะนำให้กินยาให้ครบตามกำหนด เนื่องจากประสบการณ์กว่า 10 ปีที่ผ่านมา ทำให้มั่นใจว่าหากกินยาตามกำหนดแล้ว 7-10 วัน จะมีอาการดีขึ้นและต้องปฏิบัติตามคำแนะนำหลังการสัก น.ส.ณัฐณิชา ยอมรับว่า ที่ผ่านมาเคยมีเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นมาก่อนแล้ว แต่ไม่ถึงขึ้นติดเชื้อหรือเข้าโรงพยาบาล และสุดท้ายทุกรายก็หายเป็นปกติ มีปากสวยอมชมพู ซึ่งส่วนใหญ่มักเกิดจากพฤติกรรมของลูกค้าเอง เช่น กินอาหารแสลง , ไม่กินยาตามกำหนด , ทำให้แผลอุดตัน , ทาเซรั่ม ทาลิปมัน เป็นต้น

ขณะแถลงข่าว มีการเปิดเผยหลักฐานกล้องวงจรปิดบันทึกภาพในห้องสักและภายในร้านที่แสดงหลักฐานว่า ลูกค้าทั้งสองรายไม่ได้แสดงอาการเจ็บปวดแต่อย่างใด และภาพอ.เฟียร์ กำชับการดูแลภายหลังจากสัก ซึ่งทุกอย่างในวันสักปากเป็นปกติ ส่วนเรื่องที่ผู้เสียหายอ้างว่า สักปากจนเลือดออกมากกว่าปกติ ยืนยันว่า สีดังกล่าวที่ติดปากคือสีสักปาก แต่หลังจากสักอาจจะมีอาการเลือดซึมออกมาบ้างเล็กน้อย และอาการบวมที่เกิดขึ้นหลังจากสักปาก เป็นผลมาจากปฏิกิริยาของยาชาเท่านั้น ร้านให้บริการลูกค้าทุกคนเป็นอย่างดีและไม่ยอมปล่อยให้ลูกค้าเดินออกจากร้านด้วยอาการผิดปกติใดๆ ทั้งสิ้น อีกทั้งหลังสัก น.ส.ณัฐณิชา จะเป็นคนพูดคุยให้คำปรึกษากับลูกค้าด้วยตัวเองตลอด เพื่อให้คำแนะนำและติดตามลูกค้าหลังการใช้บริการ และยืนยันว่า อ.เฟียร์และพนักงานในร้านเปลี่ยนถุงมือ มีมาตรฐานความสะอาดที่ดี ในวันเดียวกันนั้น มีลูกค้ารายอื่นๆ มาสักด้วย ซึ่งจากการสอบถามแล้วไม่พบความผิดปกติใดๆ ที่เกิดขึ้นกับลูกค้ารายอื่นเลย

น.ส.ณัฐณิชา เล่าถึงสาเหตุที่ไม่ได้เข้าไปเยี่ยมว่า ผู้เสียหายแจ้งกับตนว่าให้สอบถามอาการกับหมอโดยตรง , ไม่สามารถไปได้ เนื่องจากเกิดภาวะหน้าอกติดเชื้อและต้องปั๊มนมลูก และสิ่งสำคัญที่ไม่ส่งใครไปเพราะว่าผู้เสียหาย มาสักที่ร้านนี้เลยติดเชื้อ ซึ่งเหตุผลข้อนี้เป็นการโยนความผิดให้กับร้านอย่างชัดเจน จึงรู้สึกว่าต้องมีการพิสูจน์ข้อเท็จจริงก่อน

ภาพจากกล้องวงจรปิดของร้านขณะศัลยกรรม

นอกจากนี้ น.ส.ณัฐณิชา เผยว่า หากจะต้องให้รับผิดชอบ จะต้องขอให้มีการพิสูจน์ข้อเท็จจริงให้ชัดเจนว่า ผู้เสียหายติดเชื้อจากไหนและติดเชื้ออะไร ก่อนหน้านี้ได้พยายามขอให้มีการตรวจเพาะเชื้อไปแล้ว แต่ผู้เสียหายกลับไม่ยอมให้ความร่วมมือ มีเพียงใบรับรองแพทย์ที่ส่งมาให้ดู ระบุว่าติดเชื้อที่ริมฝีปาก แต่ไม่ระบุว่าเป็นเชื้อชนิดใด หากผลการตรวจเชื้อออกมาชี้ชัดว่า สาเหตุเกิดจากร้าน ทางร้านก็เต็มใจออกค่าใช้จ่ายสำหรับตรวจเชื้อให้ทั้งค่ารักษาพยาบาล ค่าเสียหายทั้งหมด อีกทั้งกลับมาปรับปรุงแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาดของร้าน แต่หากไม่ผิดก็จะช่วยเยียวยาตามความเหมาะสมและเป็นน้ำใจที่มีให้แก่ลูกค้า ดังนั้นหากผู้เสียหายติดใจว่าเป็นเชื้อจากทางร้านก็ต้องตรวจพิสูจน์ต่อไป เพราะ ผลเชื้อ คือ คำตอบ แต่ถ้าหากไม่ติดใจและจะไม่ตรวจก็เป็นสิทธิ์ของผู้เสียหายเอง

หลังจากนี้ จะไม่มีการติดต่อใด ๆ ไปยังผู้เสียหาย เนื่องจากว่ามีการเจรจาและการสนทนาครั้งล่าสุด เมื่อเวลา 23.00 น. ของวันที่ 29 ส.ค. ที่ผ่านมา เป็นการพูดคุยที่จบลงอย่างไม่เข้าใจกันนัก จึงรอให้ด้านของผู้เสียหายพร้อมและติดต่อมาที่ตน ซึ่งที่ร้านของตนได้รับผลกระทบจากกระแสข่าวดังกล่าวนี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำให้เสียชื่อเสียง ส่วนจะเอาผิดหรือฟ้องกลับคู่กรณีหรือไม่นั้น ขอพิจารณาอีกครั้งก่อน แต่สำหรับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ไม่ต้องการรับผิดชอบ เพียงแต่ต้องช่วยเหลืออย่างมีที่มาที่ไป อีกทั้ง ไม่อยากให้ลูกค้าทั้งสองรายเข้าใจผิดหรือคิดว่าเลือกร้านผิด ทั้งหมดที่ทำจึงเพื่อความถูกต้องและความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ไม่ใช่ว่าจ่ายเงิน ปิดเรื่องปิดข่าวจบ แต่ไม่ได้พิสูจน์ข้อเท็จจริง

keyboard_arrow_up