แพทย์ยัน “ต้นอังกาบหนู” รักษามะเร็งไม่ได้ กินมาก เสี่ยงเป็นหมันได้

จากกระแสในโลกออนไลน์อ้างถึงสรรพคุณของ “ต้นอังกาบหนู” ว่าสามารถช่วยรักษาโรคมะเร็งให้หายได้ ส่งผลให้ประชาชนแห่ตามหาต้นอังกาบหนู เพื่อนำไปต้มกินหวังรักษาโรคมะเร็ง ล่าสุดแพทย์ยืนยันต้นอังกาบหนู ยังไม่มีผลวิจัยรองรับว่ารักษามะเร็งได้ แนะผู้ป่วยอย่าทานติดต่อกันเกิน 7 วัน หวั่นสารพิษสะสมในร่างกาย

ต้นอังกาบหนู

วันที่ 23 ส.ค. 61 นพ.ขวัญชัย วิศิษฐานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันการแพทย์แผนไทย กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข แถลงข่าวถึงกรณีต้นอังกาบหนูว่า ต้นอังกาบหนูเป็นสมุนไพรชนิดหนึ่งซึ่งมีประโยชน์อย่างยิ่ง โดยมีสรรพคุณรสเย็น มีรสเมาเบื่อ ช่วยดับพิษร้อน แก้ไข้ และแก้อักเสบในช่องปาก รวมถึงอาการฝีหนอง แต่ควรจะรับประทานทีละน้อย ๆ แต่ไม่ควรทานต่อเนื่องติดต่อกันนานเกิน 7 วัน เว้นระยะสัก 3 วัน แล้วจึงกลับมาทานใหม่ เพื่อให้ร่างกายไม่เกิดอาการพิษสะสมเรื้อรัง

พ.ขวัญชัย วิศิษฐานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันการแพทย์แผนไทย

ส่วนกรณีที่มีคนอ้างว่าสามารถรักษามะเร็งได้นั้น ขอยืนยันว่ายังไม่มีผลการวิจัยอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ทางการแพทย์ไม่ได้ห้ามการใช้หรือสั่งยกเลิก เพียงแต่ยังไม่มีงานวิจัยรองรับว่าในใบอังกาบหนูมีสารสำคัญออกฤทธิ์ที่สามารถรักษามะเร็งได้

เภสัชกรหญิงดร.สุภาพร ปิติพร หัวหน้ากลุ่มงานเภสัชกรรม โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร

ด้านเภสัชกรหญิงดร.สุภาพร ปิติพร หัวหน้ากลุ่มงานเภสัชกรรม โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า สมุนไพรอังกาบหนูหรือที่เรียกว่า ต้นทองพันชั่งตัวผู้ หรือ ทองพันชั่งดอกเหลืองนั้น มีสรรพคุณทางยา แต่ผลการวิจัยพบว่า รากของต้นส่งผลให้เป็นหมันจำนวนสเปิร์มลดลงหรือบิดเบี้ยว ผู้ป่วยมะเร็งไม่ควรที่จะทานอย่างเข้มข้น เพราะหากทานเข้มข้นก็จะส่งผลต่อการคุมกำเนิด จากการศึกษาในส่วนของน้ำมันที่สกัดได้มาจากทุกส่วนของต้นอังกาบหนูนั้น มีผลในการรักษาอาการซีสต์เบื้องต้น แต่เมื่อนำไปใช้กับเซลล์มะเร็งรังไข่และมะเร็งไต เทียบกับยารักษามะเร็งด๊อกโซรูบิซิน (Doxorubicin) พบว่าไม่มีฤทธิ์ช่วยฆ่าเซลล์มะเร็ง

 

 

keyboard_arrow_up