เหยื่อจี้ ชายมักง่ายขยับเก๋งถอยดัน เข็นชนเพื่อจอด ช่วยโผล่คุยประกัน – ทนายชี้ ผิดชัดเพราะตั้งใจ (คลิป)

กรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก Anuchid Thakham ที่แชร์คลิปพร้อมข้อความว่า “จอดรถซ้อนคันโปรดระวัง ดันรถแบบนี้ก็ได้หรอ รถคนอื่นเขาเสียหายหมด เหตุเกิด 22:26 น. จงใจดันรถชน และขับรถตัวเองดันชนรถคนอื่น แจ้งนิติของคอนโดแล้ว นิติไปล๊อคล้อรถคันดังกล่าวไว้ พี่แกก็ตัดที่ล๊อคล้อเอง แถมยังบอกนิติว่านิติทำเกิดกว่าเหตุ นิติบอกให้เจรจากับคันที่ชนก่อน ก็บอกให้ไปแจ้งความกับตำรวจเอาเอง #หลักฐานชัดขนาดนี้เดี๋ยวเจอกัน

โพสต์ที่มีการแชร์เรื่องราวดังกล่าว

วันที่ 8 ส.ค. 61 ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ลงพื้นที่คอนโดฯ ที่เกิดเหตุ ย่านรังสิต คลองหนึ่ง โดยได้พบกับนิติบุคคล ของคอนโดนี้ แต่ไม่เปิดเผยรายละเอียด รวมถึงให้ข้อมูลใดๆ จากการสังเกตุ พบว่า คอนโดแห่งนี้เป็นโครงการใหญ่ประมาณ 50 ตึก มีผู้อยู่อาศัยค่อนข้างมาก ส่วนอาคารจอดรถ มีไม่เพียงพอ ทำให้ผู้อาศัยบางคนต้องจอดรถไว้ริมถนน

นายอนุชิต ทาคำ ผู้เสียหายที่เป็นเจ้าของรถยนต์สีขาวภายในคลิป ให้ข้อมูลว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 16 ส.ค.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 22.26 น. ที่ตึกจอดรถ 2 ของโครงการ จากภาพที่เห็นว่ารถยนต์ที่เสียหายทั้ง 4 คัน จอดซ้อนกันอยู่ทั้ง 2 ฝั่ง ถือเป็นเรื่องปกติของผู้อยู่อาศัยที่นี่ เพราะอาคารที่จอดรถมีไม่เพียงพอ ทางนิติบุคคลจึงอนุญาตให้จอดซ้อนคันได้ ทั้ง 2 ช่องถนน ที่ชั้นล่างสุดเพราะเป็นซอยตันไม่มีรถวนเข้าออกเหมือนกับชั้นอื่นๆ ในช่วงกลางคืนแต่ต้องปลดเกียร์ว่างเพื่อให้รถคันอื่นสามารถเข็นออกได้ โดยมี รปภ.ของคอนโดฯ คอยแวะเวียนมาดูแล รวมถึงห้องพัก รปภ.ก็อยู่ติดกับซองที่จอดรถ ตรงที่คู่กรณีขับเข้าไปจอด

ภาพเหตุการณ์จากกล้องวงจรปิด

กระทั่งเวลาประมาณ 00.40 น. ของวันที่ 17 ส.ค. 61  ตนได้ลงมาเอาของที่รถ และเห็นว่าทั้งกันชนหน้าและหลังรถมีรอยชนจนแตกเปิดออกมา แต่ยังสามารถขับได้อยู่ และจะไปขอดูกล้องจากนิติบุคคลของคอนโด ก่อนโทรศัพท์เรียกประกันรถยนต์ให้เข้ามาดู แต่ประกันอ้างว่าไม่มีคู่กรณี จึงไม่สามารถเคลมได้เพราะไม่มีคู่กรณีเซ็นยินยอมการกระทำความผิด

นายอนุชิต ยังบอกอีกว่า รถของตนประตูรถฝั่งซ้ายทั้ง 2 บานบุบ จากรอยชน ตอนที่รถของคู่กรณีกำลังตั้งลำรถ กันชนหน้าและกันชนหลังแตก จากการชนกระแทก ซึ่งเมื่อคืนที่ผ่านมา (17 ส.ค. 61) ตนตัดสินใจนำคลิปวีดีโอที่ได้รับจากนิติบุคคล เข้าไปลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ เวลา 20.30 น. แต่ก็ยังไร้วี่แวว เพราะแม้แต่ตำรวจเองก็ยังไม่สามารถติดต่อคู่กรณีคนดังกล่าวได้ จึงติดต่อผ่านแม่ของชายคู่กรณีดังกล่าวไป แต่ได้รับคำตอบว่าไม่มีเบอร์โทรศัพท์ของลูกชาย รวมถึงลูกไม่ได้กลับบ้านมานานแล้ว

นายอนุชิต กล่าวต่อว่า ตนอยู่ที่คอนโดนี้มาประมาณ 4 เดือน ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ และตนก็ไม่ได้อยากติดใจเอาความอะไร เพียงอยากให้ออกมาแสดงความรับผิดชอบ และเซ็นยินยอมเป็นคู่กรณี หากรถสามารถเคลมกับประกันได้

ด้านนายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความ เปิดเผยถึงกรณีหนุ่มลงมาลงรถดัน พร้อมขับรถดันรถคันอื่นเผื่อหาที่จอดให้กับรถของตัวเอง ว่า จากคลิปดังกล่าวถือว่าเป็นการตั้งใจชน คือมีเจตนาทำให้เสียทรัพย์ หนุ่มคนก่อเหตุจะมีความผิด ฐานทำให้เสียทรัพย์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่ เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ส่วนประเด็นว่า ที่ระบุตามข้อความที่เผยแพร่ทางเฟซบุ๊กว่า นิติฯของอาคารได้ดำเนินการล็อกล้อรถคันก่อเหตุแล้ว จากนั้นเจ้าของรถได้ตัดที่ล็อกล้อออกนั้น นิติฯอาจจะทำเกินกว่าเหตุก็เป็นไปได้ แต่ทางเจ้าของรถไม่มีสิทธิ์ทำลายทรัพย์สินของผู้อื่นให้ได้รับความเสียหายเช่นนี้ การตัดที่ล็อกล้อก็ถือเป็นความผิดทำให้เสียทรัพย์เช่นกัน และอยากแนะนำให้ผู้เสียหายแต่ละคนที่ถูกดันรถไปชนกัน แล้วเสียหาย ทั้งหมดไปแจ้งความดำเนินคดีทางกฎหมาย เป็นรายบุคคลไป อีกทั้งทางนิติบุคคลก็สามารถฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายได้

 

keyboard_arrow_up