สาวโผล่ขมาศพแฟนใหม่ถูกผัวเก่ายิง – วิญญาณเฮี้ยน! บอกโดนเหยียบอกจ่อยิง (คลิป)

วันที่ 10 ส.ค. 61 ที่ศาลา 9 วัดลาดพร้าว ซึ่งเป็นที่ตั้งศพของนายณัฐพล ไตรประวัติ หรือ แบงค์ อายุ 29 ปี ที่ถูกอดีตสามีของแฟนสาวยิงเสียชีวิต เมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา

นางจารี ศรีต้า แม่ของนายแบงค์

โดยนางจารี ศรีต้า แม่ของนายแบงค์ เปิดเผยว่า วันนี้ได้เดินทางไปแจ้งความดำเนินคดี น.ส.แอล อดีตแฟนสาวของลูกชายและนายหนุ่ม อดีตสามีของ น.ส.แอล ในข้อหาล่อลวงไปฆ่ากับพนักงานสอบสวน สน.โชคชัย เนื่องจากยังติดใจคำพูดของน.ส.แอล ที่บอกกับครอบครัวเมื่อวันแรกที่นายแบงค์เสียชีวิตว่า โทรศัพท์ไปตามนายหนุ่มให้มาที่บ้านเพราะกลัวนายแบงค์ แต่เมื่อวานนี้กลับบอกว่า แค่กดโทรศัพท์โทรออกหานายหนุ่มเท่านั้น แต่ไม่ได้บอกว่าคนที่อยู่ในบ้านคือนายแบงค์ โดยนายหนุ่มได้ฟังเพียงเสียงรอบข้างและตามมาที่บ้านเอง ซึ่งถือว่าขัดแย้งกัน นอกจากนี้ ตัวองได้ให้ปากคำเพิ่มเติมแก่พนักงานสอบสวน และสอบถามหาโทรศัพท์มือถือของลูกชายทั้ง 2 เครื่องที่พกติดตัวไว้ตลอด ซึ่งขณะนี้พบแล้ว 1 เครื่อง แต่เป็นเครื่องที่นายแบงค์ใช้เล่นเกม ส่วนอีก 1 เครื่อง เป็นเครื่องที่ใช้โทรศัพท์เข้า-ออก นั้นยังหาไม่พบ

นางจารี บอกอีกว่า น.ส.แอล โทรศัพท์มาหาตน และบอกว่าจะขอเข้ามาขมาศพนายแบงค์และบอกลาเป็นครั้งสุดท้าย เพราะรักนายแบงค์มาก ซึ่งตนก็ไม่ได้ขัดข้องอะไร และอนุญาตให้เข้ามาได้ ส่วนเรื่องของคดีความก็ต้องดำเนินไปตามกฎหมาย

นางจารีบอกอีกว่า หลังจากที่ลูกชายคนเล็กได้ไปจุดธูปบอกให้ดวงวิญญาณนายแบงค์กลับบ้าน ล่าสุดเมื่อช่วงประมาณ ตี2 ที่ผ่านมาสามีตนมาบอกว่า ขึ้นตนไปที่ดาดฟ้า นายแบงค์อยากจะคุยด้วย เมื่อขึ้นไปถึง ตนก็พบว่าลูกสะไภ้คนเล็กกำลังนั่งก้มหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้น เหมือนเสียใจที่สุดในชีวิต แล้วลูกสะใภ้บอกกับตนว่า “หนูยังไม่อยากตาย หนูเจ็บ เขาเหยียบอกหนูไว้แล้วยิง” รวมถึงบอกว่าเป็นห่วงลูก แม่แบงค์บอกว่าตอนนั้นช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ที่เชื่อว่าเป็นวิญญาณลูกชาย เพราะคำพูดของนายแบงค์จะใช้คำว่า “หนู” แทนตัวเองเวลาคุยกับแม่ และลูกสะใภ้คนเล็กที่ถูกนายแบงค์เข้าสิงก็ไม่เคยรู้เรื่องนี้ เพราะเพิ่งเข้ามาอยู่ที่บ้านไม่นาน ซึ่งตนได้บอกลูกไปว่าไม่ต้องเป็นห่วงหลานทั้ง 2 คนแม่เลี้ยงของแม่มาตั้งแต่เด็ก สุดท้ายหากแบงค์ได้ยิน แม่อยากบอกว่า ขอให้แบงค์ได้ไปอยู่ในภพภูมิที่ดี ไม่ต้องเป็นห่วงอะไร

น.ส.แอล อดีตแฟนสาวของผู้เสียชีวิตมาจุดธูปเพื่อขอขมาศพของผู้เสียชีวิต

ต่อมาเมื่อเวลา 19.20 น. น.ส.แอล อดีตแฟนสาวของผู้เสียชีวิต เดินทางเข้ามาที่วัดลาดพร้าวและเข้าไปจุดธูปเพื่อขอขมาศพของผู้เสียชีวิต โดยกล่าวเพียงสั้น ๆ ว่า ขอให้อโหสิกรรมต่อกัน และปฏิเสธการตอบคำถามสื่อ โดยอ้างว่ายังไม่พร้อม

น.ส.สุชาฎา รับขวัญ หรือ แคท น้องสะใภ้ของผู้เสียชีวิต

ขณะที่ น.ส.สุชาฎา รับขวัญ หรือ แคท น้องสะใภ้ของผู้เสียชีวิต เล่าถึงเหตุการณ์ตอนที่นายแบงค์มาเข้าสิงว่า ตอนนั้นเป็นเวลาประมาณเที่ยงคืน ระหว่างกำลังนั่งเล่นกันอยู่บนบ้านกับแฟนและพี่น้องคนอื่น และมีการจุดบุหรี่วางไว้โดยเรียกให้นายแบงค์มาสูบ แล้วก็เห็นว่านายแบงค์มาหาที่บ้าน บอกว่าอยากคุยกับน้องชายและคนในบ้าน เพราะยังไม่ได้ร่ำลา ตัวเองเป็นคนที่มีสัมผัสพิเศษแบบนี้อยู่แล้ว จึงบอกว่าขอทำใจสักพัก จากนั้นก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นต่อ แต่ญาติที่อยู่ด้วยตอนนั้นบอกว่า นายแบงค์กอดแม่และทุกคน ในความรู้สึกตอนนั้นนายแบงค์บอกกับตนว่า “พี่ไม่น่าเข้าไปตรงนั้นเลย มันล่อพี่ไปฆ่า แล้วมันก็เหยียบหน้าอกแล้วยิง ก่อนจะตายกัดฟันจนไม่รู้จะทำยังไงแล้ว สู้อยู่คนเดียวไม่มีใครช่วย ปล่อยให้ตายอยู่ตรงนั้น” นายแบงค์บอกด้วยว่าโกรธและแค้นมาก จะขอเอาคืน คนรักกันเขาทำแบบนี้หรือ และจะอยู่สู้ในชั้นศาลจนกว่าจะชนะ

น้องสะใภ้ของนายแบงค์ตั้งข้อสังเกตว่า ตอนที่น.ส.แอลเอามือดันประตูอยู่ น่าจะต้องพูดว่านายแบงค์อย่าดัน เพื่อให้นายหนุ่มได้ยิน จึงตามมาทันภายใน 10 นาที เชื่อว่าต้องเป็นการดักซุ่มอยู่แถวนั้นอยู่แล้ว ซึ่งวันเกิดเหตุ ตอนตี4 ระหว่างนายแบงค์นั่งเล่นเกมอยู่ที่บ้านเพื่อน น.ส.แอลโทรมาบอกให้ไปหา แต่ไม่ออกมาเปิดประตูจึงงัดเข้าไป และพยายามผลักประตูห้องน.ส.แอล จนน.ส.แอลโทรหาหนุ่ม และตะโกนว่า “อย่าแบงค์” จนนายหนุ่มได้ยินและมาที่บ้าน เมื่อนายแบงค์ได้ยินเสียงคนเดินจึงเข้าไปหลบในห้องน้ำ และถูกยิงจึงวิ่งออกมาสู้ เพราะโมโห

น.ส.แคท ยังบอกอีกว่า นายแบงค์เป็นคนที่ใจเด็ด และไม่ยอมคนแต่ต้องมาตายแบบนี้ แล้วมีคนมาปั้นเรื่องโกหกว่า ไม่ได้ตั้งใจยิง ถ้าไม่ได้ตั้งใจจะยิงจนหมดแม็กขนาดนั้นเลยหรือ การยิงนัดเดียวคงไม่เข้าหัว ถ้าไม่อยู่ในระยะประชิด

นายบูม น้องชายผู้เสียชีวิต

ขณะที่นายบูม น้องชายผู้เสียชีวิต เปิดเผยถึงปมเรื่องยาเสพติดของน.ส.แอล อดีตแฟนสาวของพี่ชาย ด้วยความอึดอัด และไม่พอใจ หลังได้ฟัง น.ส.แอลให้สัมภาษณ์ผ่านอมรินทร์ ทีวี เมื่อคืนนี้ โดยน.ส.แอลปฏิเสธว่าไม่เคยติดยาและโยนความผิดให้กับพี่ชายของตนเพียงคนเดียว ทั้งที่น.ส.แอลเองก็เล่นยา เพราะตนเองจะอยู่กับพี่ชายและน.ส.แอลในห้องเป็นประจำ ทำให้รู้เห็นพฤติกรรมของน.ส.แอลทุกอย่าง โดยน.ส.แอลจะเสพยากับพี่ชายตน ถ้านายแบงค์มียา น.ส.แอลก็จะอยู่ด้วย แต่ถ้าหากยาหมดก็จะกลับไปอยู่กับนายหนุ่ม

ส่วนตอนที่ น.ส.แอลกับนายแบงค์โดนจับพร้อมกัน นายแบงค์ยอมรับผิดแทนน.ส.แอลทั้งหมด ว่ายาที่พบเป็นของตัวเองคนเดียว ทั้งที่ยาเป็นของน.ส.แอลที่พกไว้ ส่วนที่น.ส.แอลเข้ามาขอขมาศพก็ถือว่าดี โดยตนได้ถามน.ส.แอลว่า ทำไมนายหนุ่มกับน.ส.แอลถึงพูดไม่ตรงกัน ซึ่งน.ส.แอลบอกว่า ต้องไปถามนายหนุ่มเอง

keyboard_arrow_up