“บูม จิรัชพิสิษฐ์” เครียดถูกคุมตัวฝากขังศาลผัดแรก ค้านประกันตัว – กองปราบจ่อออกหมายจับเพิ่ม

จากกรณีที่เมื่อวานนี้ (9 ส.ค.61) มีการจับกุม นายจิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิต หรือ บูม อายุ 27 ปี ดารานายแบบ ตามหมายจับศาลอาญา ในข้อหาร่วมกันฟอกเงิน โดยสามารถจับกุมได้บริเวณห้างสรรพสินค้าชื่อดังย่านพหลโยธิน จากการสอบสวน เบื้องต้น นายจิรัชพิสิษฐ์ ให้การปฏิเสธตลอดทุกข้อกล่าวหา โดยขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น นอกจากนี้พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามยังได้ออกหมายจับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องอีก 3 ราย รวมถึงนายปริญญา และ น.ส.สุพิชย์ฌา ซึ่งเป็นพี่ชายและพี่สาวของ บูม ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น (อ่าน : ออกหมายจับ พี่ชาย-พี่สาว “บูม จิรัชพิสิษฐ์” ฐานร่วมฟอกเงิน เซียนหุ้นดังร่วมขบวนการ )

นายจิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิต หรือ บูม

วันที่ 10 ส.ค.61 ที่กองบังคับการปราบปราม ผู้สื่อข่าวได้ติดตามการควบคุมตัวนายจิรัชพิสิษฐ์ หรือบูม เพื่อฝากขังศาลอาญารัชดา หลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามควบคุมตัวไว้ที่ห้องควบคุม บริเวณชั้นล่างของอาคารกองบังคับการปราบปรามจำนวน 1 คืน ขณะบรรยากาศที่กองบังคับการปราบปรามเต็มไปด้วยสื่อมวลชนที่มาเฝ้ารอทำข่าว อีกทั้งมีเพื่อนของผู้ต้องหา เดินทางมาเฝ้ารอการควบคุมตัวไปยังศาลอาญารัชดา

พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการกองปราบปราม

พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการกองปราบปราม กล่าวว่า ขณะนี้นายปริญญาอยู่ต่างประเทศยังไม่มีการติดต่อมามอบตัวแต่อย่างใด ส่วนน.ส.สุพิชย์ฌา ให้บุคคลอื่นติดต่อเข้ามาว่าหากมีการมอบตัวแล้วจะต้องใช้หลักทรัพย์เท่าใดในการประกันตัว แต่ยังไม่มีการกำหนดวันเวลาในการติดต่อเข้ามา ยังไม่มีข้อมูลปรากฎว่าหลบหนีออกนอกประเทศ ซึ่งน.ส. สุพิชย์ฌา ต้องการเข้ามาชี้แจงว่า บุคคลผู้ดำเนินการหลักคือ นายปริญญา ผู้เป็นพี่ชาย ส่วนตัวบูมไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เสมือนตกเป็นเหยื่อของกระบวนการดังกล่าว ลักษณะความผิดของผู้ต้องหาเข้าข่ายฉ้อโกง และขณะนี้อยู่ในระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม

พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี รองผู้บังคับการปราบปราม

พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี รองผู้บังคับการปราบปราม กล่าวว่า หลังจากมีการรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม พบว่าผู้ต้องหามีส่วนในกระบวนการฉ้อโกง ขณะนี้ยังไม่มีการออกหมายจับผู้อื่นเพิ่มเติม มีเพียงการดำเนินคดีกับครอบครัวที่เกี่ยวข้อง เพราะไม่ได้มีเพียงครอบครัวดังกล่าวเท่านั้น แต่ยังมีครอบครัวอื่นที่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือนำเงินไปหมุนเวียน ซึ่งคดีนี้เป็นการดำเนินคดีกับกลุ่มผู้กระทำความผิดโดยตรง ซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับตลาดหลักทรัพย์แต่อย่างใด เนื่องจากเป็นเรื่องของการอ้างว่า จะนำเงินไปลงทุนและเป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยนเงิน และอ้างว่าจะนำบริษัทไปอยู่ภายใต้บริษัทที่จดทะเบียนตลาดหลักทรัพย์เพื่อทำให้หุ้นของบริษัทสูงขึ้น

อีกทั้ง กระบวนการนี้มีลักษณะสร้างภาพลักษณ์ทางธุรกิจขึ้นมาใหม่ ด้วยการเปิดบริษัททั้งในไทยและฮ่องกง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ โดยจำนวนบริษัทที่เปิดเพื่อดำเนินการฉ้อโกงครั้งนี้ทั้งสิ้นประมาณ 4 บริษัท อีกทั้ง ก่อนหน้านี้ นายปริญญา เคยมีประวัติฉ้อโกง และออกหมายจับที่ สน.พญาไท เบื้องต้นเจ้าหน้าที่มีการค้านประกันตัวเนื่องจากมูลค่าความเสียหายสูง

นายจิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิต หรือ บูม ตอนไปที่ศาล

หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายจิรัชพิสิษฐ์ หรือบูม ออกจากกองบังคับการปราบปราม ไปขออำนาจศาลฝากขังที่ศาลอาญารัชดาต่อไป โดยผู้ต้องหาสวมกุญแจมือ สวมหมวก สีหน้าตึงเครียด ก่อนขึ้นรถของกองปราบปรามเพื่อเดินทางไปขออำนาจศาลไปฝากขังที่ศาลอาญารัชดาต่อไป

keyboard_arrow_up