พระลพบุรี ออกจากวัดตี 1 นั่งรถไฟบิณฑบาต กทม. อึ้ง! ชวนเพื่อนโกนหัวบวชกันเอง

วันที่ 9 ส.ค. 61 นายศักดิ์ชาย เสตานุช ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่1 ต.ทะเลชุบศร อ.เมือง จ.ลพบุรี ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า ที่สำนักสงฆ์วัดสิงหล มีพระภิกษุรูปหนึ่งทำตัวแปลกๆชอบเดินทางออกจากวัดในยามวิกาลประมาณเวลา 01.00-01.30น. ทุกวัน ไม่ทราบว่าเดินทางไปไหน และจะกลับมาช่วงสายๆ หรือบ่าย ซึ่งเป็นเช่นนี้มานานนับเดือน จึงขอให้เดินทางไปตรวจสอบ

บรรยากาศเข้าตรวจสอบกุฏิพระ

โดยภายในกุฏิพระรูปดังกล่าว มีเครื่องอัฐบริขารครบ มีอาหารคาวหวานมากมายจนล้นห้อง จึงได้สอบถามถึงเรื่องที่ชาวบ้านคาใจก็ได้รับคำตอบจากปากพระว่า ออกจากวัดเวลา 01.00 น. เพื่อนั่งรถไฟฟรีจากสถานีลพบุรี เพื่อไปบิณฑบาตที่กรุงเทพฯ ไปถึงกรุงเทพฯ เวลาประมาณ 05.00-05.30 น. แล้วก็ออกเดินบิณฑบาตที่ซอยอารีย์ และแถวสะพานควาย ซึ่งย่านนี้มีประชาชนเด็กและเยาวชนจำนวนมากชอบใส่บาตรตอนเช้า และมีคนทำบุญเยอะ

 

จากนั้นผู้ใหญ่บ้านจึงได้ขอตรวจสอบใบสุทธิพระ หรือเอกสารที่แสดงความบริสุทธิ์ของภิกษุที่ถูกต้องตามพระวินัย แต่กลับได้รับคำตอบว่า “ไม่มี ไม่เคยมี ไม่เคยใช้ พระสมัยนี้เขาไม่ใช้กันหรอกโยม”

พระสง่า ที่ถูกชาวบ้านร้องให้ตรวจสอบ

ทั้งนี้ พระรูปดังกล่าวยอมรับว่า ก่อนหน้านี้อยู่จังหวัดลำปาง มีพระด้วยกันที่แนะนำให้มาจำวัดที่สำนักสงฆ์แห่งนี้ เนื่องจากไม่มีการเข้มงวดกวดขันในการตรวจสอบ พระรูปดังกล่าวพร้อมกับเพื่อนๆ อีกหลายคนบวชกันเอง โกนหัวให้กันเอง ที่วัดแห่งหนึ่งย่านคลองหก อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ตนเองบวชเรียนมาแล้ว 8 พรรษา

จากนั้นจึงได้ขอดูบัตรประชาชนจนทราบชื่อว่า นายสง่า กลิ่นสด อายุ 60 ปี  ซึ่งผู้ใหญ่บ้านได้กล่าวกับพระรูปดังกล่าวว่า ทำแบบนี้ผิดระเบียบวินัยของพระภิกษุสงฆ์ เนื่องจากไม่มีทั้งพระอุปัชฌาย์ที่บวชให้ และใบสุทธิ แล้วยังมาอาศัยอยู่แบบนี้มันผิด จากนั้นพระยอมจำนนทุกอย่าง และยอมเก็บข้าวของเครื่องใช้ รวมถึงอาหารทุกชนิดใส่ถุงเพื่อขอออกจากวัดไป โดยพระที่รักษาการณ์สำนักสงฆ์แห่งนี้และพระลูกวัดบางรูปได้ออกปากไล่ให้ไปเสียจากที่นี่ แล้วไม่ต้องกลับมาอีก

เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวนายสง่าไปดำเนินคดี

จากนั้น จึงได้นำตัวนายสง่าไปให้เจ้าคณะตำบลที่วัดป่าธรรมโสภณ ต.ทะเลชุบศร อ.เมือง จ.ลพบุรี เพื่อพิจารณาถึงการลาสิกขา โดยเจ้าคณะตำบลกล่าวว่า นายสง่าไม่ได้บวชจากพระอุปัชฌาย์และไม่ได้บวชถูกต้องตามประเพณี ถือว่าไม่ใช่พระ ให้ถอดจีวรออกได้เลย แล้วนำตัวส่งเจ้าหน้าที่เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ข้อหาแต่งกายเลียนแบบพระภิกษุสงฆ์ ซึ่งนายสง่าได้ยอมรับสารภาพแต่โดยดี เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวไป สภ.เมืองลพบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

keyboard_arrow_up