เริ่ม! บิ๊กคลีนนิ่งถนนข้าวสาร ยกระดับสตรีทฟู้ดสะอาด-ปลอดภัย

กรุงเทพมหานคร เริ่มจัดระเบียบหาบเร่แผงลอยย่านถนนข้าวสาร เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย และต้องการพัฒนาพื้นที่ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สะอาด และปลอดภัย โดยจัด Big Cleaning Day ที่ถนนข้าวสาร ขณะที่กลุ่มผู้ค้า ยืนยันจะไม่ขัดขวางการทำงาน แต่จะไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง

ตามที่ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชี้แจงกลุ่มผู้ค้าจากชมรมผู้ค้าแผงลอยเสรีถนนข้าวสาร จำนวน 100 คน และผู้แทนกลุ่มเครือข่ายแผงลอยไทยเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน จำนวน 30 คน กรณีมีประกาศสำนักงานเขตพระนคร ห้ามตั้งวางหรือจำหน่ายสินค้าบนทางเท้าพื้นที่ถนนข้าวสาร ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ( 1 ส.ค. 61) โดยจะอนุญาตให้ตั้งแผงค้าได้ตั้งแต่เวลา 18.00-00.00 น. เท่านั้น

ทำให้วันนี้ที่ถนนข้าวสารได้ทำความสะอาดครั้งใหญ่ เพื่อเตรียมคืนพื้นที่และทางเท้าให้กับพี่น้องประชาชน พร้อมทั้งพัฒนาศักยภาพของพื้นที่ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความปลอดภัย และเป็นระเบียบเรียบร้อย โดยจะนำผู้ค้าที่เคยทำการค้าบนทางเท้า ลงมาทำการค้าบนผิวจราจร โดยมอบหมายให้สำนักงานเขตพระนครและสำนักการระบายน้ำ ขุดลอกทำความสะอาดท่อระบายน้ำ นำสิ่งปฏิกูลและขยะออกจากท่อ เพื่อช่วยระบายน้ำและลดปัญหาบริเวณดังกล่าว

นางสาวญาดา พรเพชรรัมภา ประธานชมรมผู้ค้าแผงลอยเสรีถนนข้าวสาร เจรจากับ นายธีรพันธ์ อธิรัฐธนภรณ์ ผู้อำนวยการสำนักเทศกิจ ระหว่างการเจรจานางสาวญาดา เปิดเผยว่า วานนี้ได้ยื่นเรื่องไปที่สำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้ระงับคำสั่งการห้ามขายของบนทางเท้าของ กทม. แล้ว สำนักนายกฯ ยืนยันว่าจะมีคำสั่งให้ชะลอการห้ามขายของ ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างดำเนินการ ชมรมฯจึงเสนอ กทม.ขอตั้งแผงขายของตามเดิมไปก่อนในวันนี้ โดยจะให้แผงขายของรุกล้ำทางเท้าไม่เกิน 1.20 เมตร ยืนยันชมรมฯ ไม่ได้ปฏิเสธการจัดระเบียบ และต้องการลดการเผชิญหน้ากัน

นายธีรพันธ์ อธิรัฐธนภรณ์ ผู้อำนวยการ สำนักเทศกิจ กทม. ชี้แจงว่า ทุกคนต่างเป็นเจ้าของถนนด้วยกัน ดังนั้นทุกอย่างจะต้องเจรจากัน กทม.ก็กำลังหาทางออกให้ ผู้ค้าไม่ต้องกลัวว่าจะถูกปิดกั้นไม่ให้ขาย การเข้ามาจัดระเบียบของ กทม.ก็เพื่อมุ่งหวังให้ถนนข้าวสารดูดียิ่งขึ้น มีชื่อเสียง และเป็นที่รู้จักมากขึ้นของชาวต่างชาติมากกว่าเดิม

สำหรับกลุ่มผู้ค้า ที่ยื่นเรียกร้องขอกลับไปทำการค้าในจุดผ่อนผันเดิมที่ยกเลิกไปแล้ว กรุงเทพมหานคร ยืนยันว่า ไม่สามารถอนุญาตให้ผู้ค้ากลับไปทำการค้าในจุดผ่อนผันที่ยกเลิกไปแล้วได้ ซึ่งเป็นไปตามกฎหมาย หากจะมีการแก้ข้อกฎหมายก็ต้องมีการหารือร่วมกันหลายฝ่าย อาทิ กองบัญชาการตำรวจนคร คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย และกรุงเทพมหานคร ในการกำหนดขั้นตอน ความเหมาะสมในการแก้ข้อกฎหมายดังกล่าว ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินการ

ส่วนจุดผ่อนผันที่เหลืออีก 232 จุด ได้มอบหมายให้ทุกเขตสำรวจพื้นที่ว่ายังมีผู้ค้าทำการค้าหรือไม่ หากจุดใดไม่มีผู้ค้าหรือไม่มีผลกระทบต่อผู้ค้า ให้รายงานสำนักเทศกิจเพื่อจะได้เสนอผู้บริหารเพื่อดำเนินการออกประกาศยกเลิกต่อไป.

keyboard_arrow_up