‘พระพยอม’ เตือนอย่างมงายพิธีกรรม จนลืมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่

พระพยอม กัลยาโณ พระนักเทศน์ชื่อดัง เจ้าอาวาสผู้พัฒนามูลนิธิวัดสวนแก้ว เปิดเผยว่า หลังการทำพีธีของพระครูบาบุญชุ่มนั้น ตนมองว่าคนไทยส่วนใหญ่จะสนใจเรื่องลึกลับโดยมองข้ามเรื่องลึกซึ้ง แต่อย่าลืมว่าเรื่องลึกลับไม่ได้ดับทุกข์ได้โดยตรง โดยการที่ช่วยเหลือหากเชื่อพิธีอย่างเดียว และลืมไปว่ายังมีทีมเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยด้วยนั้น ก็จะนำไปสู่การลำเอียง แต่ถ้ามองในมุมกลับกันทางเจ้าหน้าที่ก็ศักดิ์สิทธิ์เช่นเดียวกัน พูดง่ายๆว่าข่าวดีที่ได้รับนั้นมาจาก 2 พลัง คือพลังของฌาน และพลังของเทคโนโลยี เปรียบเสมือนกำลังใจ และความสามารถของทุกๆคน ที่ทำให้เกิดผลสำเร็จ

ส่วนเกจิชื่อดังของเมืองไทย มีคาถาเฉพาะหรือไม่นั้น จริงๆ แล้วไม่เรียกว่าคาถา แต่เรียกว่าอำนาจฌาน อำนาจสมาธิ จิตตานุภาพสูง ถือว่ามีผลช่วยบ้าง แต่ไม่ใช่ตลอดไป หรือกว้างใหญ่ไพศาล เพราะพระพุทธเจ้าก็ตำหนิพระที่อวดเช่นนี้ว่า “มันเป็นปาฏิหาริย์ที่ต้องห้าม แต่ถ้าจะทำให้ดีคือทำปาฏิหาริย์กลับใจคนจะดีกว่า” แล้วอีกอย่างหากนำเรื่องนี้ไปต่อยอดเรื่องยาเสพติด ยิ่งทางภาคใต้ท่านเหล่านี้จะลงไปช่วยหน่อยได้หรือไม่ ถ้าได้ก็คือโชคดีของประเทศไทย และเหล่าเกจิอาจารย์ทั้งหลายก็จะเป็นที่พึ่งทั้งในยามทุกข์ และยามวิกฤตได้อย่างดี แต่จะเป็นบางกรณีไป สำเร็จบ้าง ไม่สำเร็จบ้าง และอย่าลืมว่าถ้าอาศัยแต่พิธีกรรมล้วนๆ โดยลืมพิธีการไป ทุกอย่างก็ไม่สำเร็จ ดังนั้นยุทธวิธีก็มีส่วนสำคัญทำให้ทุกอย่างลุล่วงไปด้วยดี

พระครูบาบุญชุ่ม (แฟ้มภาพ)

ส่วนบุคคลที่หลงเชื่อพิธีกรรม ความเชื่อมากกว่าความเป็นจริงนั้น ทุกคนจะต้องรู้จักเหตุผลและความเป็นจริง ถ้าตัดส่วนใดส่วนหนึ่งออกไป ใครจะเชื่อว่าทุกอย่างสำเร็จ แต่สำหรับอาตมาเองไม่เชื่อแน่นอน ถ้าท่านวิเศษจริง ท่านก็ต้องใช้ญาณดึงคนเหล่านั้นออกมาจากถ้ำให้ได้ เพราะนี้ขนาดพบเด็กทั้ง 13 คนแล้วก็ยังเอาออกมาจากถ้ำไม่ได้ ถือว่าเป็นเรื่องที่ลำบากพอสมควร ดังนั้นพิธีกรรมเป็นสิ่งทำให้อุ่นใจ แต่ยุทธวิธีถือเป็นเรื่องที่สามารถพิสูจน์ได้ ขอให้เชื่อความจริงมากกว่าอำนาจลึกลับจะดีกว่า และต่อไปอนาคตข้างหน้าจะดีขึ้นกว่าเดิมเยอะ

เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในถ้ำ (แฟ้มภาพ)

นอกจากนี้อยากฝากแง่คิดและความรู้ว่า คนเราหาแบบเลื่อนลอย ซึ่งไม่มีอะไรชัดเจนก็อาจจะเคว้งคว้างพอสมควร แต่ตอนนี้อยากให้ทุกคนหาเลื่อนระดับ ในเมื่อหาน้อง 13 คนเจอแล้ว ต่อไปเมื่อไทยจะต้องหาอะไรที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เหมือนสิทธัตถะที่ในวังหาของมากองตรงหน้าให้อย่างเพรีบพร้อม แต่สิทธัตถะกลับไปหาความรู้เพิม 18 ศาสตร์ แต่ท่านก็พูดว่ามันหยุดแค่นี้ไม่ได้ การหาความรู้แค่นี้มันต่ำตมเกินไป ดังนั้นเรื่องที่หาๆ กันทุกวันนี้อาจจะเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ แต่ก็ไม่ยิ่งใหญ่ที่สุดในพระพุทธศาสนา ในเมื่อช่วยเหลือน้องๆ ให้ออกมาจากถ้ำได้ ก็ถือว่ารอด แต่สิ่งที่จะทำให้คนไทยตายไปตามๆ กันก็คือโลภ โกรธ หลง หากยังมีสิ่งเหล่านี้ในใจ มันก็จะทุกข์ยิ่งกว่าติดอยู่ภายในถ้ำแน่นอน จนนำไปสู่การฆ่าตัวตายระดับปลัด ติดคุกระดับอธิบดี ระดับรัฐมนตรี เป็นต้น แต่ถ้าสิ่งเหล่านี้ออกไปจากใจคนก็จะทำให้ประเทศชาติสงบ และเรื่องฆ่าตัวตาย หรือติดคุก ก็จะหมดไป เพราะทุกวันนี้ถือว่าโกงกินกันบ้าระห่ำ ไม่ว่าจะเรื่องอาหารกลางวันเด็ก ยาฉีดสุนัขบ้า หรือแม้กระทั่งคนไร้ที่พึ่ง ซึ่งยุคนี้เป็นยุคโกงบ้าระห่ำที่สุด ถ้าเอาตัวนี้ออกไป จะยิ่งใหญ่กว่าเด็ก 13 คนออกจากถ้ำ และจะสงบสุขกันทั้งประเทศแน่นอน

พระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสผู้พัฒนามูลนิธิวัดสวนแก้ว

ทั้งนี้ พระพยอม ยังกล่าวอีกว่า ถ้าอิงความเชื่ออย่างเดียวโดยไม่คำนึงถึงผู้ปฏิบัติงาน บอกตรงๆ ว่ามันเสียกำลังใจ เพราะไม่ใช่เรื่องง่าย ที่จะเข้าไปหาคนในถ้ำทั้งๆ ที่มืด และอุณหภูมิเย็นจัดขนาดนั้น ซึ่งอาจจะส่งผลให้เสียศูนย์ทางปัญญา ส่วนเรื่องกลับชาติมาเกิด เพราะมีกรรมร่วมกัน และต้องมาชดใช้กรรมกันนั้น คือมีเรื่องแบบนี้จริงๆ แต่ถ้าจะไปเชื่อเรื่องแบบนี้ ก็ต้องขอบอกว่ามีทั่วประเทศ แต่การเชื่อแบบนี้ ก็ยังดีกว่าเชื่อแบบงมงาย

keyboard_arrow_up