สุดซึ้ง! ชาวนายอมปล่อยข้าวเสียหาย หวัง 13 ชีวิตรอด รับห่วงเด็กจนนอนไม่หลับ ทั้งที่ไม่รู้จักกัน (คลิป)

หลังจากการสูบน้ำออกออกจากถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย ทำให้น้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่นาของเกษตรกร ในจุดผันน้ำ ในหมู่บ้านหนองอ้อ ต.โป่งผา และ หมู่บ้านโป่งงาม ต.โป่งงาม ซึ่งห่างจากจุดถ้ำหลวง ประมาณ 5 กิโลเมตร

ภาพจำลองแผนที่ พื้นที่รับน้ำจากถ้ำหลวง

วันที่ 2 ก.ค. 61 ทีมข่าวเดินทางมาที่หมู่บ้านหนองอ้อ หมู่ 2 ต.โป่งผา พบว่าที่นาในจุดนี้น้ำเริ่มลดลง จนเห็นต้นข้าว โดยนายอิ่มคำ อุ่นต๊ะ อายุ 73 ปี ชาวนา เปิดเผยว่า ที่นาของตนมีพื้นที่ราว 30 ไร่ ซึ่งวันนี้น้ำลดลงแล้ว หลังจากท่วมมา 3 วัน โดยในวันแรกน้ำท่วมนาจนไม่เห็นปลายต้นข้าว หลังจากที่ตนนำต้นข้าวปักลงดิน ตั้งแต่วันที่ 18 มิ.ย.

นายอิ่มคำ อุ่นต๊ะ อายุ 73 ปี ชาวนา

ต่อมาราว 1 สัปดาห์ มีการรับแจ้งว่าจะปล่อยน้ำจากลำเหมืองลงมา ทำให้พื้นที่นาได้รับผลกระทบ ตนคิดว่าหากเสียหายเยอะ แต่ก็จะปลูกต่อ แต่ถ้าเสียหายไม่มาก ต้นข้าวที่ปลูกลงไปแล้วก็ไม่จำเป็นต้องปลูกใหม่ เพราะต้นข้าวอยู่ในน้ำได้ราว 1 สัปดาห์ ทั้งนี้ หากจะสูบน้ำออกก็คงเป็นไปได้ยาก เพราะน้ำไหลลงมาท่วมเยอะ การสูบน้ำออกอาจจะไม่ทำให้น้ำแห้งได้มากนัก

พื้นที่นาที่รับน้ำจากถ้ำหลวง หมู่ 2 ต.โป่งผา

ทั้งนี้ ที่ตนยอมให้น้ำไหลเข้าพื้นที่นา เพราะอยากจะช่วยเหลือทั้ง 13 คนที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง ตนภาวนาขอให้เด็กได้ออกมา ไม่ว่าจะยังมีชีวิตหรือไม่มี ซึ่งตอนนี้มีสัญญาณที่ดี ทั้งจากที่ท้องฟ้าเปิด และนาข้าวของตนเริ่มเป็นสีเขียวทั้งไร่ ตนขอเพียงแค่ให้เด็ก ๆ ออกมา แม้จะไม่รู้จักกัน ก็จะคอยภาวนาช่วย ยอมรับว่าติดตามข่าวเด็ก 13 คน แล้วนอนไม่หลับ เพราะคิดว่าในถ้ำอากาศน่าจะหนาว เกรงว่าเด็ก ๆ อาจจะนอนไม่ได้ ตนรู้สึกเห็นใจมาก หากเด็ก ๆ ออกมาได้ภายในวันนี้ ตนก็ดีใจด้วย จะได้กลับมาเป็นนักกีฬาฟุตบอลของประเทศต่อไป

 

keyboard_arrow_up