
ค่ายม้าลำพองสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการเปิดตัว เฟอร์รารี่ ลูเช่ ยนตรกรรมสปอร์ตพลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นแรกของแบรนด์ ณ กรุงโรม ประเทศอิตาลี เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมยานยนต์ที่ไร้ขีดจำกัด ตัวรถสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มเฉพาะตัวที่ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าอิสระ 4 ตัว ทำงานผสานกับระบบควบคุมการขับขี่ขั้นสูงอย่างสมบูรณ์แบบ การออกแบบเกิดจากความร่วมมือระหว่างทีมงาน เฟอร์รารี่ ดีไซน์ สตูดิโอ และกลุ่มครีเอทีฟ เลิฟฟรอม นำเสนอรูปลักษณ์ที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง พร้อมห้องโดยสารขนาด 4 ประตู 5 ที่นั่ง ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของค่ายรถสปอร์ตแห่งนี้ที่มอบความอเนกประสงค์ควบคู่ไปกับสมรรถนะการขับขี่ที่เร้าใจ
คิดเป็นเงินไทยประมาณ 20.8 ล้านบาท โดยราคานี้ยังไม่รวมภาษีนำเข้าและอัตราภาษีอื่นๆ ของประเทศไทย เป็นราคาพื้นฐานสำหรับรุ่นมาตรฐานที่ผลิตและประกอบจากโรงงานในเมืองมาราเนลโล ประเทศอิตาลี พร้อมการรับดูแลส่วนประกอบระบบไฟฟ้าและแบตเตอรี่ในระยะยาวตามมาตรฐานของแบรนด์
ความจุแบตเตอรี่ 122 กิโลวัตต์ชั่วโมง แรงดันไฟฟ้าสถาปัตยกรรมระบบ 800 โวลต์ จำนวนเซลล์แบตเตอรี่ 210 เซลล์ เรียงต่อกันแบบอนุกรม รองรับการชาร์จพลังงานไฟฟ้าแบบเร็วด้วยกระแสตรงสูงสุด 350 กิโลวัตต์ โครงสร้างกล่องแบตเตอรี่ทำหน้าที่เป็นชิ้นส่วนโครงสร้างรถเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่ง ส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์ใช้悦อินเวอร์เตอร์ขนาดกะทัดรัด ร่วมกับระบบแปลงกระแสไฟฟ้าเพื่อจ่ายพลังงานให้ระบบช่วงล่างแบบแอคทีฟ มีประสิทธิภาพการทำงานสูงกว่า 98% โครงสร้างกล่องแบตเตอรี่ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งทางโครงสร้างรถยนต์ โดยเพิ่มความทนทานต่อการบิดงอขึ้น 25% และความทนทานต่อการบิดตัวทางกลศาสตร์ขึ้น 35% เมื่อเปรียบเทียบกับรถยนต์รุ่น 4 ประตูในอดีต
การดีไซน์ภายนอกมุ่งเน้นความบริสุทธิ์ของเส้นสาย โครงสร้างหลักถูกกำหนดด้วยส่วนห้องโดยสารที่เป็นกระจกทั้งหมด มีลักษณะโค้งมนคล้ายเปลือกหอยทอดตัวยาวลงไปถึงส่วนล่างของเส้นขอบตัวรถ ชิ้นส่วนปีกอากาศพลศาสตร์ด้านหน้าและด้านหลังออกแบบให้ลอยตัวอยู่เหนือโครงสร้าง เพื่อจัดการทิศทางลมและเพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะถนน แผงไฟส่องสว่างทั้งด้านหน้าและด้านหลังมีลักษณะโปร่งแสง กลมกลืนไปกับพื้นผิวหลักของตัวรถ โดยแผงไฟจะดูกลืนหายไปเมื่อปิดการใช้งาน ชุดไฟท้ายทรงกลมแบบฮาโลสะท้อนเอกลักษณ์ดั้งเดิมของแบรนด์ ล้ออัลลอยมีขนาดต่างกันระหว่างหน้าและหลัง โดยมีขนาด 23 นิ้วที่ด้านหน้า และ 24 นิ้วที่ด้านหลัง ซึ่งเป็นการดีไซน์ล้อที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่มรถยนต์ที่ผลิตเพื่อการจำหน่ายทั่วไปของแบรนด์ สีตัวถังที่เปิดตัวประกอบด้วย เฉดสีฟ้า เฉดสีเหลือง เฉดสีแดง และเฉดสีขาว
ห้องโดยสารออกแบบภายใต้หลักการจัดระเบียบตำแหน่งการรับข้อมูลและการควบคุมให้แยกจากกันอย่างชัดเจน อุปกรณ์ควบคุมหลักและหน้าจอแสดงผลถูกจัดกลุ่มตามฟังก์ชันการทำงาน โดยวางตำแหน่งให้อยู่ตรงหน้าผู้ขับขี่ อุปกรณ์ควบคุมใช้ปุ่มกดทางกลไก ปุ่มหมุน และสวิตช์แบบดั้งเดิมที่ใช้วัสดุอะลูมิเนียมอโนไดซ์รีไซเคิล กระจกนิรภัย และหนังเกรดพรีเมียม ทำงานร่วมกับหน้าจอแสดงผลระบบดิจิทัลแบบโอเลดที่พัฒนาร่วมกับซัมซุง ดิสเพลย์ แผงหน้าปัดแสดงผลดิจิทัลเคลื่อนที่ตามการปรับระดับพวงมาลัย ประกอบด้วยมาตรวัด 3 วง หน้าจอด้านซ้ายแสดงข้อมูลพลังงาน หน้าจอกลางแสดงความเร็วและระดับแบตเตอรี่ หน้าจอด้านขวาแสดงข้อมูลการขับขี่ แผงควบคุมส่วนกลางสามารถปรับมุมหมุนได้ตามความต้องการ มีปุ่มควบคุมระบบปรับอากาศ แยกส่วนหน้าจอสัมผัสสำหรับการตั้งค่าเชิงลึกและระบบนำทาง กุญแจรถยนต์ผลิตด้วยกระจกพิเศษที่มีความทนทานสูง พร้อมหน้าจอแสดงผลแบบอีอิงค์เพื่อบอกสถานะการใช้งาน
ติดตั้งลำโพงคุณภาพสูงจำนวน 21 ตัว รอบห้องโดยสาร ประกอบด้วยทวีตเตอร์แบบริบบอน ลำโพงเสียงกลางแบบตู้ปิด วูฟเฟอร์ ซับวูฟเฟอร์ในโครงสร้างที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษ และลำโพงฝังเพดานเพื่อสร้างระบบเสียง 3 มิติ ขับเคลื่อนด้วยกำลังขยาย 3000 วัตต์ ผ่านแอมพลิฟายเออร์ คลาสดี จำนวน 24 ช่องสัญญาณ ควบคุมสตรีมข้อมูลเสียงด้วยซอฟต์แวร์ประมวลผลสัญญาณเอกสิทธิ์เฉพาะ พร้อมระบบปรับแต่งเสียงล่วงหน้า 5 รูปแบบ และโหมดปรับแต่งเสียงตามตำแหน่งที่นั่ง เพื่อจำลองบรรยากาศสตูดิโอ คอนเสิร์ต และโรงละครได้อย่างแม่นยำ
โครงสร้างตัวถังและระบบอากาศพลศาสตร์ผ่านกระบวนการจำลองสภาพทางคอมพิวเตอร์กว่า 6000 ครั้ง และการทดสอบในอุโมงค์ลมรวมกว่า 330 ชั่วโมง ตัวรถติดตั้งกระจังหน้าแบบแปรผันตามการขับขี่ ซึ่งสามารถเปิดปิดเพื่อระบายความร้อนของหม้อน้ำหรือปิดเพื่อลดแรงต้านอากาศ ระบบช่วงล่างแบบแอคทีฟสามารถปรับลดระดับความสูงด้านหน้าลง 10 มิลลิเมตรโดยอัตโนมัติเมื่อใช้ความเร็วสูง เพื่อลดแรงต้านลม ระบบจัดการเสถียรภาพตัวรถควบคุมด้วยหน่วยประมวลผลกลางรุ่นใหม่ ซึ่งทำหน้าที่ประสานงานระบบควบคุมแรงบิด ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบไฟฟ้า และระบบควบคุมการลื่นไถล โดยหน้าจอสามารถปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่ผ่านสวิตช์ควบคุมบนพวงมาลัยเพื่อปรับเปลี่ยนกำลังขับเคลื่อนและการตอบสนองของช่วงล่างให้เหมาะสมกับสภาพถนน
เฟอร์รารี่ ลูเช่ คือยนตรกรรมสปอร์ตไฟฟ้ารุ่นแรกของแบรนด์ที่หลอมรวมนวัตกรรมมอเตอร์ไฟฟ้า 4 ตัว กำลัง 1,050 แรงม้า เข้ากับดีไซน์สไตล์มินิมอล การมีห้องโดยสาร 4 ประตู 5 ที่นั่ง พร้อมระบบควบคุมอัจฉริยะ ช่วยยกระดับความสะดวกสบายแต่ยังคงรักษาเอกลักษณ์การขับขี่ตามแบบฉบับม้าลำพองได้อย่างสมบูรณ์แบบ