
เป็นข้อถกเถียงกับอย่างมากในช่วงหลายปีหลัง เกี่ยวกับ "ปุ่มกายภาพ" หรือปุ่มที่สามารถสัมผัสได้โดยตรง ว่าสมควรยังมีอยู่ หรือว่าไม่จำเป็นอีกต่อไปแล้วสำหรับรถยนต์ยุคใหม่ แต่อย่างไรก็ตามจากประสบการณ์ของผู้ใช้รถจำนวนมาก กลับรู้สึกไปในทางเดียวกันว่า "ปุ่ม" กลับมีส่วนสำคัญที่ทำให้การใช้งานฟังก์ชันต่าง ๆ ง่ายกว่าการใช้ระบบสัมผัสอย่างเดียว
แม้ว่ารถยนต์รุ่นใหม่ของ เกีย (Kia) จะไม่ได้มีเทคโนโลยีที่ด้อยกว่าคู่แข่ง และยังคงมีการเพิ่มเติมฟังก์ชันทันสมัยอยู่เสมอจากผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติเกาหลีรายนี้ ซึ่งสิ่งที่ Kia ได้สะท้อนออกมาให้เห็นได้อย่างชัดเจน คือการแสดงจุดยืนในการคงรักษาปุ่มกดแบบกายภาพเอาไว้ภายในงานออกแบบภายในของห้องโดยสาร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปุ่มกดสำหรับการใช้งานหลัก ที่ผู้คนต้องใช้อยู่เป็นประจำ
หัวหน้าฝ่ายออกแบบของเกีย ได้บอกวว่าฟังก์ชันบางอย่างเราจำเป็นต้องหาเจอทันที และคงไม่มีใครอยากผิดพลาดหรือเสียเวลากับการใช้ฟังก์ชันแบบรวดเร็ว ดังนั้นเกียจึงมองว่าปุ่มเหล่านั้นควรเป็นปุ่มแบบกดสัมผัสแล้วสามารถตอบสนองได้ทันที และยังกล่าวต่ออีกว่าแม้ในยุคหลังรถจากหลายผู้ผลิตหลายชาติจะค่อนข้างประสบความสำเร็จกับการสั่งงานแค่ผ่านระบบดิจิทัล แต่จากการวิจัยตลาดระดับโลกของเกีย ยังพบว่าผู้คนยังมีความต้องการขั้นพื้นฐานมาก ซึ่งหากจะใช้งานฟังก์ชันแต่กลับต้องเลื่อนเข้าไปในเมนูอีก 2-3 ขั้นตอน เป็นสิ่งที่ไม่ส่งผลดีสำหรับใครเลย
เกีย จะไม่ลดความมุ่งมั่นในการเพิ่มเติมเทคโนโลยีใหม่ ๆ ในรถยนต์ของพวกเขาในอนาคต และเช่นเดียวกับบริษัทยานยนต์อื่น ๆ ในตลาด แต่เกียจะพัฒนาและทำให้เปลี่ยนการที่ต้องเรียนรู้เพื่อใช้งานฟังก์ชันที่ซับซ้อน ให้เป็นฟังก์ชันที่พร้อมช่วยเหลือด้วยขั้นตอนที่น้อยลง และใช้งานได้ง่าย
หัวหน้าฝ่ายออกแบบเกียยังได้พูดถึงผู้ผลิตรถจากประเทศจีน ที่มองว่าเทคโนโลยีและฟีเจอร์บางอย่างในรถจีนแม้จะมีความแปลกใหม่ และตื่นตาตื่นใจ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่พร้อมจะให้เครดิตในเรื่องของการส่งเสริมแนวคิดใหม่ ๆ สู่ตลาดและค้นหาให้ได้ว่ามันสามารถสร้างประโยชน์ต่อผู้ขับขี่ได้จริงหรือไม่ "คุณไม่สามารถเรียนรู้จากสิ่งที่คุณยังไม่ได้ทำ"
ในปี 2023 Thomas Schafer ซีอีโอของโฟล์คสวาเกน ยอมรับแบบตรงไปตรงมาหลังได้รับคำวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหลังถอดปุ่มควบคุมออกเกือบทั้งหมด และหันมาใช้หน้าจอมแบบสัมผัสและปุ่มแบบคาปาซิทีฟแทน ซีอีโอโฟล์คสวาเกนยอมรับว่าระบบควบคุมพวงมาลัยแบบสัมผัส รวมถึงแถบเลื่อนบนแผนหน้าจอนั้น ได้สร้างความเสียหายอย่างมากให้กับแบรนด์และสัญญาว่าจะนำปุ่มกดแบบธรรมดากลับมาใช้ในรถยนต์อีกครั้งเมื่อมีการปรับโฉมหรือออกรุ่นใหม่
และถ้าย้อนลึกไปอีกในปี 2020 Takeki Tanaka หัวหน้าโครงการพัฒนารถยนต์ฮอนด้า Jazz/Fit เจเนอเรชันที่ 4 ยังได้มีการเปลี่ยนระบบควบคุมเครื่องปรับอากาศจากหน้าจอแบบสัมผัสเป็นปุ่มหมุนสำหรับรุ่นใหม่ เนื่องจากได้รับคำติชมจากเจ้าของรถว่าใช้งานยากและไม่เป็นธรรมชาติ
สำหรับปัจจุบันรถยนต์ของเกียรุ่นต่าง ๆ มีปุ่มกดอยู่บนทั้งพวงมาลัย คอนโซลกลาง สำหรับฟังก์ชันการควบคุมรอบบปรับอากาศ นอกจากนี้ยังมีแถบปุ่มเมนูลัดแบบสัมผัสสำหรับระบบความบันเทิงบนหน้าจอสัมผัส รวมถึงสวิตช์หรือปุ่มหมุนสำหรับปรับระดับเสียงอีกด้วย