Logo site Amarintv 34HD
อมรินทร์ทีวี ร่วมกับ คอนโดพร้อมอยู่จาก Grand Unity จัดแคมเปญ “อมรินทร์ทีวี 12 ปี มีเปย์ ดูทั้งวัน แจกทุกวัน”Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
อากาศร้อนจัดส่งผลต่อ "ระยะทางวิ่ง" ของรถ EV แค่ไหน?

อากาศร้อนจัดส่งผลต่อ "ระยะทางวิ่ง" ของรถ EV แค่ไหน?

5 พ.ค. 69
16:00 น.
แชร์

ในปัจจุบันที่ประเทศไทยก้าวเข้าสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มตัว สภาพอากาศที่ร้อนจัดนับเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ผู้ขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าหรือ EV ต้องให้ความสำคัญ เนื่องจากอุณหภูมิภายนอกที่สูงเกิน 35 ถึง 40 องศาเซลเซียส ส่งผลโดยตรงต่อการทำงานของเซลล์แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ซึ่งมีช่วงอุณหภูมิการทำงานที่เหมาะสมจำกัด ความร้อนไม่เพียงแต่ทำให้ปฏิกิริยาเคมีภายในแบตเตอรี่เปลี่ยนแปลงไป แต่ยังบังคับให้ระบบจัดการความร้อนและระบบปรับอากาศภายในห้องโดยสารต้องดึงพลังงานไปใช้มากขึ้น ส่งผลให้ระยะทางวิ่งสูงสุดต่อการชาร์จหนึ่งครั้งลดลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การทำความเข้าใจพฤติกรรมการใช้พลังงานในสภาวะความร้อนสูงจะช่วยให้ผู้ใช้รถสามารถวางแผนการเดินทางและบริหารจัดการพลังงานได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น

ภาระจากระบบปรับอากาศและระบบหล่อเย็น

ปัจจัยที่ทำให้ระยะทางวิ่งลดลงมากที่สุดในหน้าร้อนไม่ใช่ตัวแบตเตอรี่โดยตรง แต่คือระบบสนับสนุน โดยเฉพาะระบบคอมเพรสเซอร์แอร์ที่ต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อรักษาความเย็นในห้องโดยสาร และระบบ Thermal Management ที่ต้องหมุนเวียนน้ำยาหล่อเย็นเพื่อลดอุณหภูมิชุดแบตเตอรี่ไม่ให้เกิน 45 องศาเซลเซียส จากการทดสอบพบว่าการใช้แอร์ในสภาพอากาศร้อนจัดอาจกินพลังงานเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 ถึง 20 ของพลังงานทั้งหมด ส่งผลให้ระยะทางวิ่งหายไปประมาณ 30 ถึง 60 กิโลเมตร ขึ้นอยู่กับขนาดความจุแบตเตอรี่

ประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ในสภาวะอุณหภูมิสูง

แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนจะมีประสิทธิภาพการจ่ายกระแสไฟที่ดีในอุณหภูมิประมาณ 25 ถึง 35 องศาเซลเซียส เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้นความต้านทานภายในจะลดลงทำให้จ่ายไฟได้แรงขึ้นในระยะสั้น แต่จะแลกมาด้วยการเสื่อมสภาพของเคมีภายในที่เร็วขึ้น หากระบบระบายความร้อนทำงานไม่ทัน รถจะจำกัดการจ่ายไฟ (Power Limiting) เพื่อป้องกันความเสียหาย ทำให้รถมีอัตราเร่งลดลง

  • สเปกอุณหภูมิที่ส่งผลต่อรถ EV
  • อุณหภูมิใช้งานเหมาะสมที่สุด 20 ถึง 30 องศาเซลเซียส
  • อุณหภูมิที่เริ่มส่งผลเสียต่ออายุการใช้งานแบตเตอรี่ มากกว่า 45 องศาเซลเซียส
  • อุณหภูมิที่ระบบความปลอดภัยอาจสั่งหยุดการชาร์จ มากกว่า 55 ถึง 60 องศาเซลเซียส
  • การชาร์จ DC Fast Charge ในหน้าร้อนจะช้าลงเนื่องจากระบบต้องแบ่งพลังงานไปหล่อเย็นแบตเตอรี่

เทคนิคการขับขี่เพื่อรักษาความไกลของระยะทาง

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่สามารถช่วยชดเชยระยะทางที่หายไปจากความร้อนได้ โดยเฉพาะการจัดการเรื่องความเร็วและการใช้ระบบหน่วงความเร็วเพื่อคืนพลังงาน

  • ราคาม่านบังแดดสำหรับหลังคากระจก EV เริ่มต้นประมาณ 800 ถึง 2,500 บาท
  • ราคาฟิล์มกรองแสงติดหลังคาพาโนรามิคเริ่มต้นประมาณ 4,000 ถึง 12,000 บาท
  • สเปกการตั้งค่าเพื่อประหยัดพลังงานในหน้าร้อน
  • ตั้งอุณหภูมิแอร์ให้อยู่ที่ 24 ถึง 25 องศาเซลเซียส
  • ใช้โหมดหมุนเวียนอากาศภายใน 100 เปอร์เซ็นต์
  • ใช้ระดับการรีเจนเนอเรทีฟเบรก (Regenerative Braking) ระดับสูงสุดเพื่อคืนไฟ
  • หลีกเลี่ยงการขับขี่ที่ความเร็วเกิน 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

การชาร์จไฟในวันที่อากาศร้อนจัด

ควรหลีกเลี่ยงการชาร์จแบบ Fast Charge ทันทีหลังจากขับขี่ด้วยความเร็วสูงมาเป็นเวลานาน เพราะความร้อนสะสมในแบตเตอรี่จะสูงมาก ทำให้ตู้ชาร์จจ่ายไฟได้ไม่เต็มกำลัง (Thermal Throttling) แนะนำให้พักรถในที่ร่มประมาณ 15 ถึง 20 นาที หรือเลือกชาร์จในช่วงเช้ามืดหรือกลางคืนเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด

  • ค่าบริการชาร์จไฟสาธารณะ (DC) เฉลี่ยประมาณ 7 ถึง 9 บาทต่อหน่วย
  • ค่าบริการชาร์จไฟบ้าน (AC) เฉลี่ยประมาณ 4.5 ถึง 5 บาทต่อหน่วย

อากาศร้อนจัดส่งผลให้ระยะทางวิ่งของรถ EV ลดลงเฉลี่ยร้อยละ 15 ถึง 25 เมื่อเทียบกับการขับขี่ในอุณหภูมิปกติ โดยสาเหตุหลักมาจากระบบปรับอากาศและระบบระบายความร้อนแบตเตอรี่ การเลือกใช้ฟิล์มกรองแสงคุณภาพสูงและการปรับตั้งอุณหภูมิแอร์อย่างเหมาะสมจะช่วยบรรเทาปัญหานี้ได้ การวางแผนจุดชาร์จล่วงหน้าโดยคำนวณเผื่อระยะทางที่อาจหายไปจะช่วยให้การเดินทางด้วยรถยนต์ไฟฟ้าในช่วงฤดูร้อนมีความราบรื่นและปลอดภัย

แชร์
อากาศร้อนจัดส่งผลต่อ "ระยะทางวิ่ง" ของรถ EV แค่ไหน?