
สรุปภาพรวมปรากฏการณ์ "พายุหมุนจากแดนพญามังกร" ในงาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 47 ที่เพิ่งจบลงไป บอกเลยว่าตัวเลขในตารางนี้ไม่ใช่แค่ยอดจองธรรมดา แต่มันคือ "ประวัติศาสตร์หน้าใหม่" ของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยที่กำลังถูกเปลี่ยนมืออย่างสิ้นเชิง
นี่คือสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อค่ายรถจีนไม่ได้แค่มา "ร่วมงาน" แต่มาเพื่อ "ยึดหัวหาด" อย่างเต็มตัว
หากดูจากตาราง ยอดจองอันดับ 1 อย่าง BYD (17,354 คัน) ทิ้งห่างแชมป์เก่าอย่าง Toyota ไปกว่าพันคัน นี่คือสัญญาณที่ชัดเจนว่าความเชื่อมั่นของคนไทยที่มีต่อแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้า (EV) จากจีนพุ่งทะลุเพดานไปแล้ว ไม่ใช่แค่เพราะราคาที่เข้าถึงง่าย แต่เป็นเรื่องของเทคโนโลยีและดีไซน์ที่โดนใจคนรุ่นใหม่
ที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ OMODA & JAECOO ที่กระโดดขึ้นมาอยู่อันดับ 3 ด้วยยอดจองหลักหมื่น (15,088 คัน) ทั้งที่เป็นแบรนด์ใหม่ในตลาดไทย สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคไทย "เปิดใจ" และกล้าลองแบรนด์ใหม่ๆ มากกว่ายุคก่อนอย่างเห็นได้ชัด
แม้กระแส EV จะแรง แต่ต้องยอมรับว่าค่ายจีนเริ่มเปลี่ยนกลยุทธ์ ไม่ได้ส่งแค่รถไฟฟ้า 100% มาสู้เพียงอย่างเดียว แต่ยังส่งรถ Hybrid และ Plug-in Hybrid เข้ามาถล่มในตลาดที่ค่ายญี่ปุ่นเคยครองอยู่
การที่ค่ายจีนทำรถไฮบริดออกมาตีตลาด เป็นการแก้โจทย์ "Range Anxiety" หรือความกังวลเรื่องที่ชาร์จ ทำให้คนที่ยังไม่พร้อมไปไฟฟ้า 100% ปันใจจากค่ายญี่ปุ่นมาฝั่งจีนได้ง่ายขึ้น
Toyota (อันดับ 2) และ Honda (อันดับ 10) รวมถึงค่ายอื่นๆ อย่าง Isuzu และ Mitsubishi กำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายสิบปี ยอดจองของค่ายญี่ปุ่นในงานนี้แสดงให้เห็นว่า "บุญเก่า" จากเครื่องยนต์สันดาปเริ่มทำงานน้อยลง
ในกลุ่มรถยุโรป Mercedes-Benz (อันดับ 16) และ BMW (อันดับ 20) ยังคงรักษากลุ่มลูกค้าเฉพาะกลุ่มไว้ได้ แม้จะโดนแบรนด์จีนระดับพรีเมียมอย่าง ZEEKR หรือ AVATR เข้ามาแชร์ส่วนแบ่งตลาดไปบ้าง แต่ความเชื่อถือในแบรนด์ (Brand Heritage) ยังเป็นเกราะป้องกันที่สำคัญ
ข้ามมาดูฝั่ง 2 ล้อ Thai Honda ยังคงครองบัลลังก์อันดับ 1 แบบไร้คู่ต่อสู้ (1,203 คัน) ทิ้งห่างอันดับอื่นแบบไม่เห็นฝุ่น แสดงให้เห็นว่าในตลาดรถจักรยานยนต์ ค่ายญี่ปุ่นยังคงมีรากฐานที่แข็งแกร่งและระบบ Service ที่แบรนด์จีนยังต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะตามทัน
สถานการณ์จากยอดจอง 132,951 คันนี้ บอกเราว่า
ตลาดรถยนต์เมืองไทยตอนนี้เหมือน "หม้อสุกี้" ที่กำลังเดือดพล่าน ค่ายจีนคือเครื่องปรุงรสจัดจ้านที่เข้ามาเปลี่ยนรสชาติเดิมๆ ไปตลอดกาล ใครปรับตัวช้า...งานนี้อาจถึงขั้นเสียตำแหน่งถาวรเลยทีเดียว
ทั้งนี้ ตัวเลขยอดจองรวม 132,951 คันในงานมอเตอร์โชว์ครั้งนี้เป็นเพียงดัชนีชี้วัดกระแสความสนใจเบื้องต้น ซึ่งอาจมีการเร่งทำตัวเลขเพื่อสร้างภาพลักษณ์ทางการตลาดของค่ายรถหน้าใหม่ โดยเฉพาะแบรนด์จีนที่ทำยอดพุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดจนน่าจับตา ดังนั้นการวิเคราะห์ข้อมูลจากตารางสรุปของผู้จัดงานข้างต้น ต้องรอติดตามยอดจดทะเบียนรถยนต์จริงจากกรมการขนส่งทางบกอีกครั้ง เพื่อพิสูจน์ว่าชัยชนะในเชิงตัวเลขครั้งนี้จะแปรเปลี่ยนเป็นส่วนแบ่งการตลาดที่มั่นคงในระยะยาวได้จริงหรือไม่