Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
Lamborghini Urus SE Performante ซูเปอร์เอสยูวีปลั๊กอินไฮบริด 812 ม้า

Lamborghini Urus SE Performante ซูเปอร์เอสยูวีปลั๊กอินไฮบริด 812 ม้า

7 ก.ค. 69
10:00 น.
แชร์

ออโตโมบิลิ ลัมโบร์กินี Automobili Lamborghini สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่อีกครั้งด้วยการเปิดตัว Lamborghini Urus SE Performante ยนตรกรรมซูเปอร์เอสยูวีปลั๊กอินไฮบริดสมรรถนะสูงรุ่นล่าสุดที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยมีมาในตระกูล Urus ตัวรถเป็นการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างเครื่องยนต์สันดาปภายในยอดนิยมและเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้ำสมัย ออกแบบมาเพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ในเซกเมนต์ ทั้งในด้านความเร็ว ไดนามิกการขับขี่ และประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์ โดยไม่สูญเสียความสะดวกสบายในการใช้งานชีวิตประจำวันตามสไตล์รถยนต์เอสยูวีระดับหรูหรา

เส้นทางสายพันธุ์ซูเปอร์เอสยูวีของแบรนด์เริ่มต้นขึ้นเมื่อ 40 ปีก่อนจากรุ่นในตำนานอย่าง LM002 ก่อนจะถูกนิยามใหม่อีกครั้งในรูปแบบรถต้นแบบ Urus เมื่อปี ค.ศ. 2012 และเปิดตัวรุ่นผลิตจริงในปี ค.ศ. 2017 จนกระทั่งขยายไลน์อัปเป็นรุ่น S และ Performante ในปี ค.ศ. 2022 ตามด้วยรุ่นระบบขับเคลื่อนปลั๊กอินไฮบริดอย่าง Urus SE ในปี ค.ศ. 2024 และล่าสุดกับ Urus SE Performante คันนี้ที่ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของตระกูลอย่างแท้จริง

ขุมพลังปลั๊กอินไฮบริดสองหัวใจแรงสุดในประวัติศาสตร์

หัวใจหลักของความแรงใน Urus SE Performante คือการทำงานร่วมกันของระบบส่งกำลังแบบสองระบบ มอบพละกำลังและการตอบสนองที่ฉับไวต่อเนื่องในทุกรอบเครื่องยนต์ตั้งแต่เกียร์แรก

  • เครื่องยนต์ V8 ทวินเทอร์โบ ขนาด 4.0 ลิตร ให้กำลังเฉพาะตัว 620 แรงม้า
  • มอเตอร์ไฟฟ้าแบบแม่เหล็กถาวร กำลัง 141 กิโลวัตต์ หรือ 191 แรงม้า วางอยู่หน้าชุดเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด
  • กำลังรวมสูงสุดทั้งระบบอยู่ที่ 812 แรงม้า หรือ 596 กิโลวัตต์ ที่ 6,000 รอบต่อนาที
  • แรงบิดรวมสูงสุดทำได้ถึง 1,000 นิวตันเมตร ในช่วง 2,000 ถึง 5,500 รอบต่อนาที
  • พละกำลังเพิ่มขึ้นจากรุ่น Urus Performante เดิมถึง 146 แรงม้า และแรงบิดเพิ่มขึ้น 150 นิวตันเมตร
  • อัตราเร่ง 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลาเพียง 3.3 วินาที
  • อัตราเร่ง 0 ถึง 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลาเพียง 10.8 วินาที
  • ความเร็วสูงสุดทำได้ถึง 312 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
  • ระยะเบรกจากความเร็ว 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมงจนถึงจุดหยุดนิ่ง สั้นลงเหลือต่ำกว่า 130 เมตร

ตัวรถติดตั้งแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 25.9 กิโลวัตต์ชั่วโมง ไว้ที่บริเวณใต้พื้นห้องสัมภาระเพื่อช่วยจัดการจุดศูนย์ถ่วงของตัวรถให้เหมาะสมที่สุด โดยสามารถเลือกขับขี่ในโหมด EV ด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนได้เป็นระยะทางไกลกว่า 60 กิโลเมตร และทำความเร็วสูงสุดในโหมดไฟฟ้าได้เกิน 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

รีดน้ำหนักตัวถังด้วยคาร์บอนไฟเบอร์และวัสดุน้ำหนักเบา

ทีมวิศวกรประสบความสำเร็จในการลดน้ำหนักตัวรถลงอย่างเป็นระบบ โดยเมื่อเปรียบเทียบกับรุ่น Urus SE แล้ว รุ่น Performante สามารถลดน้ำหนักลงไปได้ถึง 32 กิโลกรัม ทำให้มีน้ำหนักตัวรถตามมาตรฐานอยู่ที่ 2,473 กิโลกรัม ส่งผลให้สร้างสถิติอัตราส่วนน้ำหนักต่อกำลังที่ดีที่สุดในคลาสเพียง 3 กิโลกรัมต่อแรงม้า

การลดน้ำหนักเกิดขึ้นจากการเลือกใช้ชิ้นส่วนวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์อย่างครอบคลุมรอบคัน ตั้งแต่ฝากระโปรงหน้าดีไซน์ใหม่ หลังคา ซุ้มล้อ สเกิร์ตข้าง และดิฟฟิวเซอร์หลัง นอกจากนี้ยังติดตั้งระบบไอเสียสปอร์ตไทเทเนียมน้ำหนักเบาที่พัฒนาร่วมกับ Akrapovič เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ซึ่งช่วยลดน้ำหนักเฉพาะระบบไอเสียลงไปได้มากกว่า 10 กิโลกรัม ระบบเบรก Integrated Power Brake หรือ IPB ลดน้ำหนักลง 4 กิโลกรัม การปรับแต่งแพ็กเกจ NVH เพื่อลดเสียงและแรงสั่นสะเทือนลดลงอีก 3.3 กิโลกรัม รวมถึงการตกแต่งภายในห้องโดยสารด้วยวัสดุไมโครไฟเบอร์ CorsaTex by Dinamica ก็ช่วยลดน้ำหนักลงได้อีก 2.7 กิโลกรัม

ดีไซน์ภายนอกดุดันตามหลักอากาศพลศาสตร์ขั้นสุดยอด

ศูนย์การออกแบบ Centro Stile ออกแบบตัวรถภายใต้แนวคิด Bold sportiness เพื่อให้รูปลักษณ์และฟังก์ชันการทำงานสอดคล้องกันอย่างสมบูรณ์แบบ ชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์เปลือยถูกนำมาใช้มากที่สุดเท่าที่เคยมีมาในตระกูลนี้ ด้านหน้าโดดเด่นด้วยฝากระโปรงหน้าคาร์บอนไฟเบอร์พร้อมสันนูนกลางฝากระโปรงหรือ power dome ลายเส้นกราฟิกทรงโอเมกา และช่องรับอากาศขนาดใหญ่ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของลมเข้าสู่หม้อน้ำ

ไฮไลต์สำคัญคือการออกแบบช่องรับอากาศ S-Duct ขนาดใหญ่บนฝากระโปรงหน้า ทำงานร่วมกับช่องระบายอากาศซุ้มล้อหน้าเพื่อจัดการความร้อนของระบบส่งกำลัง แบตเตอรี่ และเกียร์ ช่วยลดแรงยกด้านหน้าได้อย่างดี ด้านหลังติดตั้งสปอยเลอร์คาร์บอนไฟเบอร์ใหม่ที่สูงและกลมกลืนขึ้น ทำงานร่วมกับปีกหลังดีไซน์สไตล์มอเตอร์สปอร์ต และดิฟฟิวเซอร์ขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยทำมา พื้นผิวช่วงท้ายยังมีลายเรขาคณิตหกเหลี่ยมที่ได้แรงบันดาลใจมาจากรุ่นในตำนานอย่าง Countach ตัวรถขยายความกว้างฐานล้อเพิ่มขึ้นอีก 16 มิลลิเมตร ติดตั้งล้อดีไซน์ก้านตัว Y ไขว้ ขนาด 23 นิ้ว ตัวเลือกสีตัวถังภายนอกมีทั้งสีเหลือง Giallo Crius แบบใหม่ และสีเขียวด้าน Verde Hydra

ภาพรวมด้านอากาศพลศาสตร์สามารถลดแรงต้านอากาศลงได้ 3% เมื่อเทียบกับ Urus SE โดยที่ตัวรถสร้างแรงกดรวมเพิ่มขึ้นถึง 23% และเพิ่มขึ้น 16% เมื่อเทียบกับ Urus Performante รุ่นก่อนหน้า โดยสร้างแรงกดด้านหน้าเพิ่มขึ้นถึง 22% จากการใช้สปลิตเตอร์หน้าประสิทธิภาพสูง ส่วนระบบระบายความร้อนเบรกดีขึ้น 8% ด้วยการใช้ท่อรับอากาศ NACA แบบใหม่ ส่งลมเย็นตรงสู่จานเบรกคาร์บอนเซรามิกและคาลิเปอร์เบรก

ห้องโดยสารสไตล์นักบิน Feel like a Pilot

ภายในห้องโดยสารเน้นเลย์เอาต์ที่ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นผู้ควบคุมเครื่องบิน โดดเด่นด้วยกราฟิกรูปตัว Y และรายละเอียดเส้นสายสีแดงตัดกัน แผงหน้าปัดดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว ทำงานร่วมกับหน้าจอสัมผัสกลางขนาด 12.3 นิ้ว เชื่อมต่อระบบอินโฟเทนเมนต์ LIS หรือ Lamborghini Infotainment System พร้อมระบบเทเลเมทรีเฉพาะรุ่น หน้าจอแสดงผลใช้ระบบ Human Machine Interface หรือ HMI ที่ออกแบบภาพกราฟิกใหม่โดยได้แรงบันดาลใจจากรุ่น Revuelto

แผงคอนโซลกลางติดตั้งปุ่มกดแบบกลไกสไตล์นักบินและปุ่มเลือกโหมดการขับขี่ Tamburo รายละเอียดช่องแอร์และแผงประตูตกแต่งด้วยอะลูมิเนียมอโนไดซ์รูปตัว Y พวงมาลัยดีไซน์สปอร์ตแบบใหม่ตกแต่งด้วยกรอบคาร์บอนไฟเบอร์รอบวง

เทคโนโลยีเซนเซอร์ 6D และระบบเบรกอัจฉริยะ IPB

ตัวรถติดตั้งเซนเซอร์ 6D แบบ Six-degrees-of-freedom ซึ่งแกะกล่องเทคโนโลยีมาจากรถยนต์รุ่นพิเศษ Fenomeno ที่เปิดตัวในงาน Monterey Car Week ปี ค.ศ. 2025 โดยเซนเซอร์นี้ติดตั้งใกล้จุดศูนย์ถ่วง สามารถวัดค่าพารามิเตอร์ทางกายภาพได้พร้อมกัน 6 ค่า ประกอบด้วยความเร่งตามแกน 3 มิติ และความเร็วเชิงมุมของการก้มเงย การโคลงด้านข้าง และการส่ายของตัวรถ ข้อมูลจะถูกส่งต่อไปยังอัลกอริทึม inno-controller ซึ่งเป็นเซนเซอร์เสมือนเพื่อประมวลผลเชิงคาดการณ์ล่วงหน้า

ระบบ Integrated Power Brake หรือ IPB ทำหน้าที่ควบคุมแรงดันเบรกที่คาลิเปอร์แต่ละตัวอย่างต่อเนื่องและลื่นไหลแทนระบบ ABS ทั่วไป ส่งผลให้กำลังเบรกเพิ่มขึ้น 10% การตอบสนองไวขึ้น 12% สามารถทำอัตราหน่วงสูงสุดเพิ่มขึ้น 9% หักหลบสิ่งกีดขวางได้เร็วขึ้น 6% และทำงานร่วมกับระบบควบคุมการยึดเกาะ Traction Control System หรือ TCS และระบบ Integrated Vehicle Control หรือ IVC เพื่อควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวในขณะเปลี่ยนเลนกะทันหันด้วยความเร็วสูงอย่างปลอดภัย

ระบบกันสะเทือนถุงลม AURA มอบความหน่วงสองทิศทาง

ตระกูล Urus ได้นำสถาปัตยกรรมระบบกันสะเทือนถุงลมแบบ AURA dual-chamber รหัส 2K2V มาใช้งานเป็นครั้งแรก ระบบนี้ประกอบด้วยห้องอากาศ 2 ห้อง ทำงานร่วมกับวาล์วคู่ 2 ตัว สามารถแยกปริมาตรอากาศเพื่อปรับเปลี่ยนความแข็งของเพลาล้อได้อย่างอิสระตามโหมดการขับขี่

  • ห้องอากาศหลักส่วนบน ทำหน้าที่รองรับแรงบิดตัวแนวดิ่งและแนวขวางสำหรับการขับขี่ในสนามแข่ง
  • ห้องอากาศรองส่วนล่าง จะเปิดวาล์วเชื่อมต่อเพื่อเพิ่มปริมาตรอากาศ ช่วยซับแรงกระแทกจากพื้นผิวถนนที่ขรุขระในโหมดเน้นความสบาย
  • แดมเปอร์แบบวาล์วคู่ แยกการทำงานอิสระ ทำให้สามารถปรับแรงหน่วงในจังหวะยุบตัวได้โดยไม่กระทบจังหวะคืนตัว
  • ตัวรถติดตั้งแอคเซเลอโรมิเตอร์ 8 ตัว โดยแบ่งเป็น 4 ตัวที่ดุมล้อแต่ละล้อ และอีก 4 ตัวบนโครงแชสซี เพื่อป้อนข้อมูลพฤติกรรมไดนามิกเรียลไทม์
  • ระบบนี้ช่วยลดอาการโคลงของตัวถังในขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูงลงถึง 55% และลดแรงสั่นสะเทือนลง 25% เมื่อเปรียบเทียบกับรุ่น Urus Performante เดิม

ปรับเปลี่ยนบุคลิกการขับขี่ผ่านปุ่ม Tamburo

ผู้ขับขี่สามารถเลือกโหมดการขับขี่หลักผ่านปุ่มควบคุม Tamburo บริเวณคอนโซลกลาง ซึ่งผสมผสานโหมดดั้งเดิมเข้ากับกลยุทธ์สมรรถนะไฟฟ้าหรือ EPS ได้อย่างอิสระ พร้อมกับการเปิดตัวโหมดใหม่อย่าง Rally เป็นครั้งแรก

  • โหมด Rally ปรับแต่งมาโดยเฉพาะเพื่อเพิ่มความสนุกสนานและเสถียรภาพการควบคุมสูงสุดเมื่อขับขี่บนพื้นผิวเรียบลื่น ทางดิน หรือทางลูกรังสไตล์ออฟโรด
  • โหมด EV สำหรับการขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าล้วน ไร้มลพิษและเงียบสงบ เหมาะกับการใช้งานในเมือง
  • โหมด Strada เน้นความนุ่มนวล นั่งสบาย ผสานการทำงานแบบไฮบริดเพื่อประสิทธิภาพการใช้พลังงานสูงสุด
  • โหมด Sport เพิ่มความอเนกประสงค์ ไดนามิกการตอบสนองที่รวดเร็ว และปรับแต่งให้ควบคุมอาการท้ายปัดหรือ oversteer รวมถึงการดริฟต์ได้อย่างง่ายดาย
  • โหมด Corsa ออกแบบสำหรับการขับขี่ในสนามแข่ง ควบคุมการยวบตัวแนวดิ่ง การก้มเงย การส่าย และการโคลงให้ตัวรถนิ่งที่สุดแม้ในจังหวะปีนขอบทางยกระดับ
  • โหมด Recharge สามารถเลือกเปิดใช้งานร่วมกับโหมด Strada, Sport, Corsa และ Neve เพื่อสั่งการให้เครื่องยนต์สันดาปช่วยชาร์จกระแสไฟกลับเข้าสู่แบตเตอรี่ไฮบริดสูงสุดถึง 80%
  • โหมด Performance ปลดปล่อยขีดความสามารถสูงสุดของขุมพลังทั้งระบบ เลือกใช้งานได้ในโหมด Strada, Sport, Corsa และ Rally

ซาวด์แทร็กท่อไอเสียไทเทเนียมแยกเส้นอิสระ

ระบบท่อไอเสียสปอร์ตไทเทเนียมจาก Akrapovič ได้รับการออกแบบเชิงโครงสร้างใหม่โดยตัดจุดเชื่อมแบบ X-cross ระหว่างแถวสูบฝั่งซ้ายและฝั่งขวาออก ทำให้ท่อไอเสียทั้งสองเส้นแยกฝั่งการทำงานออกจากกันโดยสมบูรณ์ ช่วยลดกระแสลมหมุนวนย้อนกลับและทำให้เสียงไอเสียใสกระจ่าง ทรงพลัง โทนเสียงทุ้มลึกเป็นเอกลักษณ์ ปลายท่อไอเสียเลือกใช้ขนาดต่างกัน โดยท่อหลักมีขนาด 65 มิลลิเมตร และท่อรองมีขนาด 76 มิลลิเมตร

ภายในหม้อพักไอเสียมีการติดตั้งเรโซเนเตอร์แบบ Helmholtz จำนวนสองตัว แยกฝั่งละหนึ่งตัว ปรับจูนคลื่นความถี่เฉพาะที่ 124 เฮิรตซ์ และ 128 เฮิรตซ์ เพื่อทำหน้าที่ขยายโน้ตเสียงไอเสียตามแรงผันผวนของกระแสลม และช่วยขจัดปรากฏการณ์เสียงก้องความถี่ต่ำหรือ Booming ในห้องโดยสาร ระบบยังทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์บริหารเครื่องยนต์เพื่อสร้างเสียง Bubbling ในจังหวะยกคันเร่ง โดยในโหมด Sport เสียงจะทอดยาวนุ่มนวล ส่วนในโหมด Corsa เสียงจะสั้นกระชับและถี่ขึ้น นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชัน overshoot at start ที่จะดันรอบเครื่องยนต์ขึ้นไปที่ 2,400 รอบต่อนาทีทันทีที่กดปุ่มสตาร์ทรถ

ข้อมูลทางเทคนิคโดยละเอียดของ Lamborghini Urus SE Performante

สเปกเครื่องยนต์และระบบไฮบริด

  • เครื่องยนต์สันดาปภายใน แบบ V8 ทำมุม 90 องศา ทวินเทอร์โบ
  • จำนวนวาล์วต่อลูกสูบ 4 วาล์ว
  • ปริมาตรความจุรวม 3,996 ซีซี
  • ขนาดกระบอกสูบ 86 มิลลิเมตร
  • ระยะช่วงชัก 86 มิลลิเมตร
  • อัตราส่วนกำลังอัดเครื่องยนต์สันดาป 9.7 ต่อ 1
  • กำลังสูงสุดเฉพาะเครื่องยนต์สันดาป 620 แรงม้า หรือ 456 กิโลวัตต์
  • กำลังสูงสุดรวมทั้งระบบเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า 812 แรงม้า หรือ 596 กิโลวัตต์ ที่ 6,000 รอบต่อนาที
  • กำลังจำเพาะเครื่องยนต์สันดาป 155 แรงม้าต่อลิตร
  • รอบเครื่องยนต์สูงสุด 6,800 รอบต่อนาที
  • แรงบิดสูงสุดเฉพาะเครื่องยนต์สันดาป 800 นิวตันเมตร ที่ 2,250 ถึง 4,500 รอบต่อนาที
  • รอบเดินเบาต่ำสุด 550 บวกหรือลบ 100 รอบต่อนาที
  • รอบเครื่องยนต์สูงสุดจุดตัดรอบ 6,800 รอบต่อนาที
  • แบตเตอรี่ไฮบริด ลิเธียมไอออนแบบเซลล์ปริซึม รหัส BATTERY LI-ION E67 BATTypA27
  • พลังงานรวมของแบตเตอรี่ 25.9 กิโลวัตต์ชั่วโมง
  • มอเตอร์ไฟฟ้าแบบ AC ซิงโครนัสพร้อมแม่เหล็กถาวร กำลังสูงสุด 141 กิโลวัตต์ ที่ 3,200 รอบต่อนาที
  • แรงบิดสูงสุดของมอเตอร์ไฟฟ้า 483 นิวตันเมตร

ระบบเกียร์และระบบส่งกำลัง

  • ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ 4WD พร้อมเฟืองท้ายหน้าในตัว เฟืองกลางแบบ hang-on และเฟืองท้ายอิเล็กทรอนิกส์พร้อมระบบกระจายแรงบิด torque vectoring
  • ระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด พร้อมทอร์กคอนเวอร์เตอร์

ข้อมูลสมรรถนะ

  • อัตราเร่ง 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำได้ 3.30 วินาที
  • อัตราเร่ง 0 ถึง 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำได้ 10.80 วินาที
  • ระยะเบรกจากความเร็ว 200 ถึง 0 กิโลเมตรต่อชั่วโมง น้อยกว่า 130 เมตร
  • ความเร็วสูงสุด 312 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ระบบกันสะเทือนและล้อ

  • ช่วงล่างด้านหน้า แบบมัลติลิงก์ แดมเปอร์กึ่งแอ็กทีฟแบบดูอัลวาล์ว ถุงลมแบบดูอัลแชมเบอร์ พร้อมระบบปรับระดับความสูงตัวรถ
  • ช่วงล่างด้านหลัง แบบมัลติลิงก์ แดมเปอร์กึ่งแอ็กทีฟแบบดูอัลวาล์ว ถุงลมแบบดูอัลแชมเบอร์ พร้อมระบบปรับระดับความสูงตัวรถ และเพลาบังคับเลี้ยวคู่ ระบบเลี้ยวล้อหลัง Rear Wheel Steering
  • ขนาดล้อมาตรฐานด้านหน้า 10Jx22 นิ้ว
  • ขนาดล้อมาตรฐานด้านหลัง 11.5Jx22 นิ้ว
  • ขนาดยางมาตรฐานด้านหน้า 285/35 ZR23 Pirelli P Zero มีตัวเลือกยางเซมิสลิก Bridgestone Potenza Race ขนาด 22 นิ้ว และยางฤดูหนาว Pirelli Scorpion Winter 2 พร้อมเทคโนโลยี Pirelli Elect
  • ขนาดยางมาตรฐานด้านหลัง 325/30 ZR23 Pirelli P Zero มีตัวเลือกยางเซมิสลิก Bridgestone Potenza Race ขนาด 22 นิ้ว และยางฤดูหนาว Pirelli Scorpion Winter 2 พร้อมเทคโนโลยี Pirelli Elect

ระบบเบรก

  • เบรกคาร์บอนเซรามิกด้านหน้า CCB เส้นผ่าศูนย์กลาง 440 มิลลิเมตร หรือ 17.32 นิ้ว ความหนา 40 มิลลิเมตร หรือ 1.57 นิ้ว
  • เบรกคาร์บอนเซรามิกด้านหลัง CCB เส้นผ่าศูนย์กลาง 410 มิลลิเมตร หรือ 16.14 นิ้ว ความหนา 32 มิลลิเมตร หรือ 1.26 นิ้ว

มิติตัวถัง

  • ระยะความยาวฐานล้อ 3,003 มิลลิเมตร
  • ความยาวรวมตลอดคัน 5,117 มิลลิเมตร
  • ระยะยื่นหน้า 1,060 มิลลิเมตร
  • ระยะยื่นหลัง 1,054 มิลลิเมตร
  • ความกว้างรวมไม่รวมกระจกมองข้าง 2,031 มิลลิเมตร
  • ความกว้างรวมรวมกระจกมองข้าง 2,181 มิลลิเมตร
  • ความสูงรวม 1,638 มิลลิเมตร
  • ความกว้างฐานล้อหน้า 1,711 มิลลิเมตร
  • ความกว้างฐานล้อหลัง 1,717 มิลลิเมตร
  • พื้นที่หน้าตัดตัวรถ 2.83 ตารางเมตร
  • อัตราส่วนการกระจายน้ำหนักหน้าต่อหลัง 54 ต่อ 46%

Lamborghini Urus SE Performante ซูเปอร์เอสยูวีปลั๊กอินไฮบริดรุ่นล่าสุดที่แรงที่สุดในประวัติศาสตร์ด้วยกำลังรวมสูงถึง 812 แรงม้า ตัวรถโดดเด่นด้วยการรีดน้ำหนักจากชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์รอบคัน ท่อไอเสียไทเทเนียม Akrapovič และระบบกันสะเทือนถุงลม AURA dual-chamber มอบสมรรถนะความเร็วขั้นสุดด้วยอัตราเร่ง 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 3.3 วินาที พร้อมเปิดตัวโหมด Rally สำหรับทางฝุ่นเป็นครั้งแรก

แชร์
Lamborghini Urus SE Performante ซูเปอร์เอสยูวีปลั๊กอินไฮบริด 812 ม้า