ศักดิ์สยาม สั่งทำโรดแมปฟื้นอุตฯการบิน พร้อมขยายช่วยแอร์ไลน์ถึงปี65

11 ส.ค. 64

ศักดิ์สยาม กบร.เร่ง กพท.ทำแผนระยะสั้นและระยะยาว รองรับการฟื้นตัวการบิน พร้อมขยายความช่วยเหลือสายการบิน ถึงปี 65 ด้าน กพท.นัดหารือทุกฝ่ายทำโรดแมป ฟื้นอุตฯการบินทั้งระบบ จ่อออกใบรับรองสนามบินสาธารณะให้สนามบินเบตงในก.ย. นี้ ส่วนนกแอร์เตรียมบินเช่าเหมาลำ



นาย ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการการบินพลเรือน (กบร.) ครั้งที่ 8/2564 วันที่ 11 ส.ค. 2564 ว่า ที่ประชุมได้ติดตามความคืบหน้าแผนงานที่เป็นรูปธรรมสำหรับประเทศไทยในการเตรียมความพร้อมรองรับให้อุตสาหกรรมการบินกลับมาเป็นปกติในช่วง 2 - 4 ปีข้างหน้า ตามข้อมูลการคาดการณ์ของสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) เพื่อวางแผนระยะสั้นและแผนระยะยาวให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมการบินสามารถเตรียมพร้อมรับโอกาสทางเศรษฐกิจเมื่อการบินกลับมาเป็นปกติได้ทันและการเดินหน้าพัฒนาระบบการบินทุกมิติเพื่อให้ไทยสามารถรักษาสถานะความเป็นศูนย์กลางการขนส่งทางอากาศของภูมิภาคและพร้อมเป็นศูนย์กลางสำคัญของโลกในระยะยาวการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์การระบาดของโควิด-19

ทั้งนี้กบร. ยังคงตรึงนโยบายให้ความช่วยเหลือสายการบินในช่วงวิกฤต COVID-19 ต่อไปอีกจนถึงสิ้นปี 2564และคาดว่าจะขยายมาตรการช่วยเหลือต่อไปอีกหากสถานการณ์ยังไม่ฟื้นตัวในปี 2565

นายศักดิ์สยามกล่าวว่า ได้สั่งการให้สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) หรือกพท. รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลผลกระทบต่อโครงสร้างทางเศรษฐกิจของประเทศที่อาจเกิดขึ้น จากกรณีที่สายการบินประสบสภาวะวิกฤตและยังไม่ได้รับความช่วยเหลืออย่างเพียงพอจนบางรายอาจไม่สามารถประคับประคองให้ดำเนินธุรกิจต่อไปได้จึงให้ CAAT เป็นเจ้าภาพดำเนินการโดยร่วมกับสายการบินจัดทำรายงานการวิเคราะห์และความจำเป็นที่สายการบินจะต้องได้รับความช่วยเหลือทางการเงินอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะวงเงินกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำ (Soft loan) ที่สายการบินร้องขอความช่วยเหลือในขณะนี้ รวมถึงการหารือร่วมกับผู้ประกอบการทุกภาคส่วนเพื่อปรับตัวให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันให้มากที่สุด

ซึ่ง CAAT ได้รายงานว่าภายในเดือนสิงหาคมนี้จะเป็นเจ้าภาพร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในอุตสาหกรรมการบินหารือครั้งใหญ่เพื่อรับฟังปัญหา จัดทำแนวทางกำหนด Roadmap และเป้าหมายอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อช่วยให้อุตสาหกรรมการบินของไทยผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ และเตรียมความพร้อมด้านการบินของประเทศทั้งระยะสั้นและระยะยาวร่วมกันเพื่อรองรับการฟื้นตัวกลับเข้าสู่ภาวะการบินที่ปกติ

สำหรับ การติดตามผลการประเมินสถานการณ์สำหรับภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ที่ประชุมกบร. ได้สั่งการเน้นย้ำการให้ความสำคัญในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ และให้ CAAT วางแผนจัดทำมาตรการด้านการบินที่รัดกุมไปพร้อมกับการอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว เพื่อรองรับหากเกิดการขยายโครงการแซนด์บ็อกซ์ ไปยังจังหวัดอื่น ๆ โดยให้ถอดบทเรียนที่เกิดขึ้นจากภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์

ทั้งนี้ ให้ CAAT ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องผู้ประกอบการและจังหวัดต่าง ๆ จะประชุมหารือในเดือนสิงหาคมนี้เพื่อประเมินผลการดำเนินงานและการจัดการด้านการบินที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง หลังมีการขยายพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (พื้นที่สีแดงเข้ม) ครอบคลุม 29 จังหวัด

@กพท.พร้อมออกใบรับรองให้สนามบินเบตงในก.ย. นี้

นอกจากนี้ กบร.ได้ ติดตามความคืบหน้าการเปิดใช้สนามบินเบตง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยและการจัดตั้งเครื่องอำนวยความสะดวกสำหรับสนามบิน หากตรวจสอบแล้วพบว่าไม่มีข้อบกพร่องที่มีนัยสำคัญและสนามบินได้รับอนุมัติ/อนุญาตในเรื่องที่เกี่ยวข้องสมบูรณ์แล้ว คาดว่า CAATจะพิจารณาออกใบรับรองสนามบินสาธารณะให้สนามบินเบตงได้ในเดือนกันยายน 2564

เบื้องต้นมีสายการบิน นกแอร์ที่เสนอแผนทำการบินแบบเช่าเหมาลำแล้วและอาจจะเริ่มทำการบินเมื่อสนามบินเปิดใช้งาน โดยเป็น เที่ยวบินเชื่อมต่อจากสนามบินหาดใหญ่และเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพมหานคร โดย กบร. ได้เน้นย้ำให้ CAAT และสายการบินที่สนใจ ศึกษา วางแผนความต้องการเดินทางของผู้โดยสารในเส้นทางที่จะใช้สนามบินเบตงอย่างรัดกุม เพื่อให้สนามบินสามารถมีจำนวนผู้ใช้บริการตามเป้าหมายและประกอบกิจการได้ในระยะยาว

ทั้งนี้ กบร. ยังได้ติดตามและเร่งรัดให้ CAAT เร่งดำเนินการเพื่อจัดทำหลักเกณฑ์การอนุญาตโดรนขนาดใหญ่ (น้ำหนักเกิน 25 กิโลกรัมขึ้นไป) ที่มีวัตถุประสงค์การใช้งานเพื่อการเกษตรซึ่งเริ่มมีผู้ยื่นขออนุญาตเข้ามาเป็นจำนวนมาก และได้รับรายงานว่าขณะนี้ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้วและเตรียมนำเสนอตามขั้นตอน คาดว่า กบร.จะสามารถพิจารณาให้ความเห็นชอบได้ภายในการประชุมครั้งหน้า (เดือนกันยายน 2564)

อย่างไรก็ตาม CAAT ได้รายงานความคืบหน้าในการพัฒนางานด้านการบริหารข่าวสารการบินของประเทศเพื่อก้าวเข้าสู่ระบบการบริหารข่าวสารการบินที่เชื่อมโยงกับระบบข้อมูลข่าวสารการบินได้ทั้งระบบทั่วโลก(SWIM หรือ System-Wide Information Management) ซึ่งจะทำให้ระบบการเดินอากาศของประเทศไทยพัฒนาไปอีกขั้นตามแผนการเดินอากาศสากลของ ICAO และของภูมิภาค ทั้งนี้ อยู่ระหว่างการเปิดให้นิติบุคคลเข้ายื่นขอรับการรับรองเป็นผู้ให้บริการข่าวสารการบิน (Aeronautical Information Service Provider) แทน CAATพร้อมการเตรียมการด้านอื่น ๆ เพื่อยกระดับงานข่าวสารการบินของไทยให้เป็นระบบดิจิทัลทั้งหมดสำหรับรองรับการพัฒนาระบบการเดินอากาศของประเทศในอนาคตอันใกล้

Powered by Positioning

วิดีโอแนะนำ

ข่าวยอดนิยม

บทความน่าสนใจ

ยาดมโป้ยเซียน