
นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล ถึงมาตรการดูแลราคาน้ำมันและสินค้าอุปโภคบริโภค ว่า รัฐบาลได้เตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ไว้ตั้งแต่ต้น ไม่ได้เพียงแค่สื่อสารผ่านข่าวเท่านั้น แม้จะอยู่ในช่วงท้ายของรัฐบาล แต่ยังคงทำงานอย่างเต็มที่ โดยปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และมีมาตรการรองรับออกมาแล้ว
ทั้งนี้ ยอมรับว่าอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบอย่างมาก จากต้นทุนพลังงานและค่าขนส่ง ได้แก่ อุตสาหกรรมเหล็ก ปูนซีเมนต์ และกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ รวมถึงเม็ดพลาสติกที่เริ่มขาดแคลน โดยกระทรวงได้ประสานผู้ประกอบการและทำความเข้าใจสถานการณ์ในระดับหนึ่งแล้ว
อย่างไรก็ตาม ยังคงได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก รัฐบาลจึงต้องสื่อสารอย่างตรงไปตรงมาและชัดเจน เพื่อสร้างการรับรู้ที่ถูกต้องแก่ประชาชน พร้อมขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการร่วมกันแก้ไขปัญหา
ส่วนกรณีประชาชนกังวลเรื่องปริมาณน้ำมัน นายธนกร ระบุว่า ปัจจุบันมีศูนย์บริหารจัดการสถานการณ์ (ศบก.) ที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยรองนายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงข้อมูลต่อเนื่อง ขณะที่นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ติดตามสถานการณ์และเรียกประชุมทุกวัน โดยเน้นย้ำว่าการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชนเป็นสิ่งสำคัญ และทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน เนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งในต่างประเทศย่อมส่งผลกระทบ และไม่มีใครต้องการให้เกิดขึ้น
สำหรับปัญหาปั๊มน้ำมันขนาดกลางบางแห่งที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำมัน นายธนกร ระบุว่า ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง หรือ ศบก. จะต้องเข้าไปตรวจสอบและแก้ไข โดยยืนยันว่า ในพื้นที่กรุงเทพมหานครยังไม่มีปัญหา แต่ในต่างจังหวัดยังพบปัญหา ซึ่งรัฐบาลต้องเร่งเข้าไปแก้ไขในจุดดังกล่าว
ส่วนการเสนอมาตรการเพิ่มเติมของกระทรวงอุตสาหกรรมมีอะไรบ้างนั้น นายธนกร กล่าวว่า ได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงดำเนินการในรายละเอียดแล้ว เพื่อให้มาตรการต่างๆ สามารถตอบโจทย์สถานการณ์ได้อย่างเหมาะสมและทันท่วงที
Advertisement